Menu

งานเลี้ยงที่ไม่มีวันลืม

งานเลี้ยงที่ไม่มีวันลืม

เราดีใจที่ได้มีโอกาสไปร่วมงานเลี้ยงงานนี้ เพราะงานจัดไม่ใหญ่มาก แต่อบอุ่นมากที่จัดภายในลานที่พักบ้านกลางทุ่ง สุขใจ รีสอร์ท ซึ่งเราตอบตกลงที่จะมางานนี้ตั้งแต่ผู้ใหญ่ชวน เพราะแค่ฟังรายละเอียดของงาน เราก็ตื่นเต้นและนับวันรอที่จะมางานนี้ เมื่อถึงวันเดินทางบอกเลยว่าตื่นเต้นสุดๆ

งานเลี้ยงที่ไม่มีวันลืมงานเลี้ยงที่ไม่มีวันลืม

เรามาถึงที่จัดงานตั้งแต่ช่วงบ่ายๆ ซึ่งเดินทางเข้ามาที่นี่ค่อนข้างไกลจากถนนใหญ่พอสมควร แต่พอมาถึงบอกเลยว่ารู้สึกผ่อนคลาย บรรยากาศที่นี่ร่มรื่น มีต้นไม้ใหญ่ปลูกอยู่ตามจุดต่างๆ แค่แต่งแต้ม ต่อเติม เสริมด้วยของตกแต่งนิดหน่อยก็ลงตัวแล้ว ที่สำคัญการมางานนี้เราติดแก้วส่วนตัวมาด้วย และต้องใช้มันให้คุ้มตลอดการอยู่งานนี้

 

งานเลี้ยงที่ไม่มีวันลืมงานเลี้ยงที่ไม่มีวันลืม

ไม้ไผ่ที่สานเป็นทรงสุ่มไก่ขนาดเล็กเอามาสวมหลอดไฟ ชะลอมที่มีหลอดไฟอยู่ข้างใน มีกระถางผักสลัดห้อยประดับตกแต่งในหลายๆ จุด เพิ่มสีสันโดยการนำดอกไม้ลอยน้ำวางไว้ตามโต๊ะ แม้ว่าจะจัดแบบเรียบง่ายแต่เก๋และลงตัวมาก ซึ่งภายในงานยังมีการเปิดงานแสดงศิลปะภาพวาดของศิลปิน O Prommas โอแปรง ด้วย

 

งานเลี้ยงที่ไม่มีวันลืมงานเลี้ยงที่ไม่มีวันลืม

แสงพระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้าแล้ว ริบบิ้นดอกไม้ก็ถูกตัดให้รู้ว่างานวันนี้ก็เริ่มขึ้นแล้วเช่นกัน เราได้เดินไปชมผลงานภาพวาดของศิลปินพร้อมคำอธิบายของศิลปินด้วย แม้ว่าห้องแสดงงานจะขนาดไม่ใหญ่แต่ผลงานที่นำแสดงอัดแน่นให้เราสามารถเดินชมจนเพลิน

 

งานเลี้ยงที่ไม่มีวันลืมงานเลี้ยงที่ไม่มีวันลืม

ด้านนอกสวนผู้คนที่มาร่วมงานก็เริ่มทยอยมาเรื่อยๆ ซึ่งทุกคนที่มาถึงก่อนเข้างานก็รับจาน ช้อน ส้อม คนละหนึ่งชุด พร้อมแก้วน้ำคนละหนึ่งใบ ที่ให้เราเขียนชื่อกำกับไว้ด้วย จะได้ไม่หลงแก้วกัน ที่สำคัญภายในงานครั้งนี้จะไม่มีขยะจากภาชนะใส่อาหารและเครื่องดื่มเป็นพวกสิ่งของที่ย่อยสลายไม่ได้ เห็นไหมว่ามันเจ๋งมากนะ หลังจากได้อุปกรณ์ใส่อาหารและเครื่องดื่ม หลายคนเดินไปตักอาหารตามซุ้มที่อยู่ไม่ไกลจากโต๊ะ แล้วมานั่ง และก็เริ่มพูดคุยกันเรื่องสิ่งแวดล้อมตามแหล่งท่องเที่ยวของกาญจนบุรี

 

งานเลี้ยงที่ไม่มีวันลืมงานเลี้ยงที่ไม่มีวันลืม

บูธนี้ใครๆ ก็ต้องดินไปสั่ง สลัดโรล ที่มีวัตถุดิบผักสลัดต่างๆ จากหลังที่พัก ปลูกและเก็บมาทำสลัดโรลสดๆ เรียกได้ว่าคนทำนี่โรลไม่ทันเลย ทำมาเท่าไรก็หมด กินง่าย เคี้ยวเพลิน และอร่อย ตอนนี้พระอาทิตย์ตกดินไปแล้ว แสงสว่างจากดวงไฟเข้ามาแทนที่ อากาศกำลังเย็นสบาย งานเลี้ยงก็ดำเนินไปแบบสบายๆ เช่นกัน เดินไปซุ้มอาหารบ่อยกว่านั่งอยู่ที่โต๊ะอีก ก็ทั้งข้าวเกรียบปากหม้อที่ทำสดๆ และหลากหลายไส้ ส่งกลิ่นยั่วยวนขนาดนี้ แล้วใครจะอดใจไหว ส่วนใครที่อยากทานอาหารหนักๆ อย่างข้าวก็มีบูธ ข้าวมันไก่เบตง ที่เด็ดและคนแน่นไม่แพ้บูธอื่นเลย

 

งานเลี้ยงที่ไม่มีวันลืมงานเลี้ยงที่ไม่มีวันลืม

มองไปทางไหนก็ชื่นใจจริงๆ นะ เพราะแก้ว จาน ช้อน ส้อม เป็นแบบล้างใช้ซ้ำได้ ส่วนเราไม่ได้รับแก้วที่งานให้ยืม เพราะเรามีพกส่วนตัวติดมาแล้ว เติมกี่รอบก็ไม่สร้างขยะเหมือนกัน น้ำเปล่าบ้าง น้ำหวานบ้าง สลับกันไป ส่วนจาน ช้อน ส้อม หนึ่งชุดที่ได้มา ก็เริ่มไปตักเมนูแรกเลย ขนมจีนแกงเขียวหวาน ต่อด้วยข้าวมันไก่เบตง แซมด้วยสลัดโรล จานต่อไปขอชิมผัดไทยเพราะมีหัวปลีมาให้แกล้มด้วย เจอของหนักไปหลายจาน เลยขอชิมเบาๆ อย่างข้าวเกรียบปากหมอ ยำคอหมูย่าง ผัดขึ้นฉ่ายไก่ อย่างละคำ สองคำ จานเดียวจานเดิม กับช้อมและส้อมคู่เดียวที่ได้มา รสชาติก็ไม่ได้ตีกันนะ ทุกอย่างยังคงความอร่อยในตัวของมันเอง ตบท้ายจริงๆ กับของหวานอย่างเมี่ยงคำกลีบบัว ที่เสิร์ฟใส่กระทงใบตองมาน่ารักและน่ากินมาก ส่วนผลไม้ก็เสียบไม้ให้เราถือทานได้สบายโดยไม่ไปปะปนกับจานอาหารคาว อิ่มอาหารที่เป็นวัตถุดิบปลอดสาร รักตัวเอง แถวรักษ์โลกเพราะไม่สร้างขยะที่ย่อยสลายไม่ได้เลย

 

งานเลี้ยงที่ไม่มีวันลืมงานเลี้ยงที่ไม่มีวันลืม

เก็บตก

เราโชคดีมากที่ได้มาร่วมงานนี้ เพราะหลายคนที่ชวนเรามาก็อยากให้เรามารู้จักกับป้าแอดที่เป็นเจ้าของบ้านกลางทุ่ง ซึ่งอยุ่หลังรีสอร์ทที่จัดงานไปไม่ไกล เราเดินลัดเลาะไปตามทางที่เต็มไปด้วยต้นไม้ จนมาถึงด้านหน้าและเดินเข้าไปข้างในบรรยากาศที่ร่มรื่นกว่าที่เราเดินผ่านมาอีก ต้นไม้น้อยใหญ่หลากหลายมาก ทั้งไม้ดอก ไม้ประดับ เราเจอป้าแอดที่นั่งอยู่หน้าบ้าน ต้อนรับเราด้วยรอยยิ้มและกาแฟ ที่ลงมือบดกันสดๆ ตอนนั้นเลย บดไปคุยไปท่ามกลางกลิ่นกาแฟ แถมป้ายังพาเดินชมบ้านด้านในอีกด้วย จัดบ้านเรียบง่าย แต่น่าอยู่มากกกก โดยเฉพาะโซนใต้บันไดที่มีชั้นวางหนังสือเต็มไปหมด หร้อมทั้งภาพวาดม้าหลากสีสัน บอกเลยว่าชอบมาก ให้นั่งเล่นอ่านหนังสือตรงนี้คงเพลินไม่น้อย

 

งานเลี้ยงที่ไม่มีวันลืมงานเลี้ยงที่ไม่มีวันลืม

อีกโซนที่ป้าแอดไม่พลาดที่จะพาเราเดินไปดู คือด้านหลังบ้าน ที่ปลูกผักนานาชนิด ที่มีทั้งปลูกลงกระถาง และในแปลงดิน แต่ทั้งสองส่วนเป็นการปลูกแบบปลอดสาร ซึ่งมันทั้งดีต่อคนปลูกและดีต่อคนทาน ขาดไม่ได้เลยคือ ผักจำพวกพืชผักสวนครัว อย่างพริก มะเขือต่างๆ มะเขือยาวม่วง กำลังออกลูกอยู่บนต้นเลย อีกส่วนที่เราตื่นเต้นตั้งแต่เห็นคือ ต้นมะเขือเทศ มีหลายต้นมาก และแต่ละต้นลูกก็เยอะมากแถมกำลังสุกอีกด้วย เดินดูเพลินจนมาถึงแปลงที่ปลูกผักสลัดที่นำไปทำสลัดโรลให้เราได้ทานในงานนั่นเอง ผักกินใบอย่างกวางตุ้ง คื่นช่าย ต้นหอม ก็มีปลูกแซมๆ กัน จนแน่นไปหมด เรียกว่าทำได้หลากหลายเมนู โดยไม่ต้องซื้อผักเลย แค่เดินมาตัดผักหลังบ้านเท่านั้นเอง และวันรุ่งขึ้นป้าแอดยังชวนเรามาดื่มกาแฟยามเช้าก่อนที่เราจะเดินทางกลับ

 

งานเลี้ยงที่ไม่มีวันลืมงานเลี้ยงที่ไม่มีวันลืม

ที่สำคัญเราต้องกราบงามๆ ขอบคุณที่พักที่จัดงานในครั้งนี้ เจ้าของน่ารักมากกกก เราต้อนรับเราด้วยตัวเอง “บ้านกลางทุ่ง สุขใจ รีสอร์ท” แค่ทางเข้าไปก็ลึกลับพอสมควร พอเข้ามาถึงก็รู้สึกคุ้มนะ เพราะที่พักที่นี่รายล้อมไปด้วยสีเขียวของต้นไม้นานาชนิด ภายในห้องพักตกแต่งเรียบง่าย และสะอาดตา วิวตอนพระอาทิตย์ตกดินยิ่งดี มีชั้นสองให้เราสามารถขึ้นไปชมด้วย

 

ในการไปร่วมงานแต่ละครั้ง ไม่ว่าที่ใดก็ตามเกี่ยวกับงานที่จัดเพื่อสิ่งแวดล้อม เราก็ไม่ได้คาดหวังว่างานจะออกมาเป็นในแบบที่เราคิดหรอก ไม่คิดด้วยว่าจะมีใครกล้าจัดงานแบบไม่สร้างขยะจริงจัง เพราะส่วนใหญ่ที่ไปก็จะมีแค่บางส่วนเท่านั้น แต่งานนี้ แม้งานจะไม่ใหญ่มาก จัดแบบเรียบง่ายเป็นงานเลี้ยงในสวน ที่ทุกคน ทุกฝ่ายตั้งใจทำมันให้ออกมาดีที่สุด เรียกว่า มันสุดยอดมาก เจ๋งมากจริงๆ และเราก็ดีใจที่ได้มีโอกาสเป็นหนึ่งในคนที่ได้ไปงานเลี้ยงแบบนี้ ขอบคุณโอกาสดีดี ที่ ททท. กาญจนบุรี ให้กับเรา อา สา เที่ยว มาช่วยเติมเพิ่มพลังบวกให้กัน หวังว่าการจัดงานแบบไม่สร้างขยะจะกลายเป็นที่นิยม และจัดกันอย่างแพร่หลาย ช่วยกันทำเพื่อโลก เพราะสุดท้ายเราก็ยังคงต้องอาศัยอยู่บนโลก อยากให้งานเลี้ยงที่ไม่มีวันลืมของเรา กลายเป็นงานเลี้ยงที่ไม่มีวันเลิกลา ฉุกคิดสักนิด ว่าทุกวันนี้เรากำลังทำอะไรกันอยู่ หนักที่เรา เบาที่โลก บ้างก็ได้

Comments

comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น