อาสาทำดีเพื่อพ่อ ทำแนวกันไฟ บ้านป่าแป๋ จ.ลำพูน

อาสาทำดีเพื่อพ่อ ทำแนวกันไฟ บ้านป่าแป๋ จ.ลำพูน

ชาวปกาเกอะญอ ผูกพันกับผืนป่ามาอย่างยาวนานกว่า 200 ปี ได้อาศัยเกื้อกูลกับป่า แม้โลกปัจจุบันจะเปลี่ยนแปลงไปมากเพียงใด ชาวปกาเกอะญอที่นี่ก็ยังคงใช้วิถีชีวิตเคียงคู่ไปกับป่า

“ไร่หมุนเวียน” เป็นสิ่งที่ ชาวปกาเกอะญอทำเพื่อดำรงชีวิต การทำไร่หมุนเวียนจะมีการเพาะปลูกจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง โดยแต่ละครั้งจะมีการทำไร่เป็นเวลา 1 ปี ก่อนที่จะเก็บผลผลิต แล้วย้ายไปทำอีกที่ เพื่อที่จะได้พักดินและให้ต้นไม้มีโอกาสงอกเงยขึ้นมาใหม่ซึ่งจะทิ้งระยะห่างเป็นเวลา 7 ปี ถึงจะวนกลับมาทำใหม่ที่เดิมอีกครั้ง

การทำไร่หมุนเวียนนั้นจะแตกต่างจากการทำไร่เลื่อนลอย อย่างเช่น ไร่ข้าวโพด ไร่กะหล่ำ ซึ่งใช้เนื้อที่ในการปลูกเยอะและทำอย่างถาวร บางพื้นที่ใช้เนื้อที่ปลูกหมดภูเขาไปหลายลูกต่อหนึ่งครัวเรือนเลยทีเดียว สิ่งนี้จึงเป็นการยืนยันได้ว่าการทำไรหมุนเวียนของชาวปกาเกอะญอที่นี่นั้น ยังคงวิถีเกื้อกูลกับผืนป่า ใช้ทรัพยากรอย่างพอเพียง พอดี พร้อมทั้งรักษาป่า เพราะป่านั้นคืนบ้านของปกาเกอะญอทุกคน เมื่อมีป่าก็มีน้ำ เมื่อมีน้ำก็ปลูกข้าวปลูกผักเลี้ยงชีวิตและครอบครัวได้

ทั้งหมดที่ได้กล่าวไปนั้น คือสิ่งที่พวกเรา อาสาเที่ยวได้สัมผัสและเรียนรู้จากชาวปกาเกอะญอ บ้านป่าแป๋ ต.ป่าพลู อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

หมู่บ้านป่าแป๋ ต.ป่าพลู อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน เป็นหมู่บ้านชาวปกาเกอะญอ มีประชากรประมาณ 300 คน 68 ครัวเรือน เด็กประมาณ 20 คน ส่วนมากประกอบอาชีพรับจ้าง, เลี้ยงสัตว์, ทอผ้า, ปลูกกาแฟ ใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายท่ามกลางผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์

ปกาเกอะญอ รักและหวงแหนผืนป่ามากๆ ทุกๆ ปี เมื่อถึงฤดูแล้งปัญหาที่ส่งผลกระทบของคนและป่าก็คือ ไฟป่า ซึ่งไฟป่าก็เกิดได้ทั้งโดยธรรมชาติ และบางครั้งก็เกิดจากน้ำมือมนุษย์  บ้านป่าแป๋ก็ได้รับผลกระทบจากไฟป่าทุกๆ ปีเช่นกัน ชาวปกาเกอะญอจะแบ่งจัดเวรยาม ค่อยๆ ระวังและเตรียมพร้อมสกัดดับไฟเพื่อที่ไม่ให้ลุกลามขยายวงกว้างไปยังแหล่งเพราะปลูกและที่อยู่อาศัย

นอกจากจะคอยดับไฟแล้ว ยังมีการทำแนวกันไฟป่าอีกด้วย โดยใช้แรงจากทุกคนในหมู่บ้าน ไม่ว่าจะเป็น หนุมสาว คนแก่ และเด็กๆ ช่วยกันอย่างนี้ทุกๆ ปี ก่อนที่ฤดูร้อนจะเข้ามา และทำยาวไปจนกว่าจะถึงฤดูฝน ซึ่งระยะทางที่ต้องทำคือเป็นวงล้อมกั้น ระยะทางประมาณ 40 กิโลเมตร!!! และต้องทำไป เฝ้าระวังไป เพราะไม่รู้ว่าไฟจะเกิดจุดไหน

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

ครั้งนี้ “อาสาเที่ยว” ได้มีโอกาสได้มาร่วมแรง ขออาสาทำแนวกันไฟกับชาวป่าแป๋ด้วยอีกแรง แม้จะมีจะนวนคนแค่ 10 คน ที่มาร่วมช่วย แต่ทุกคนก็มาด้วยใจ และขอเป็นส่วนหนึ่งในการป้องกันรักษาพื้นป่าในครั้งนี้

นอกจากนั้นก็มี พี่ๆ จากสถานีไฟป่าบ้านโฮ่ง ได้นำเครื่อเป่าลมแบบสะพายหลัง มาช่วยร่วมทำแนวกันไฟอีกด้วย ซึ่งเครื่องเป่าลมนั้นนับว่ามีประโยชน์มากๆ ทำให้การทำแนวกันไฟครั้งนี้ทำได้ดีและเร็ว ย่นระยะเวลาไปได้เยอะทีเดียว

ชาวบ้านเดินนำเราไปในการกวาดเศษใบไม้ เพื่อให้เป็นแนวกันไฟ ระยะห่างกว้างประมาณ 4-8 เมตร นับว่ากว้างพอสมควร ส่วนพี่ๆ สถานีไฟป่าเดินตามใช้เครื่องเป่าช่วยตามเก็บมาอีกรอบ ชาวบ้านลูกเด็กเล็กแดง กระทั่งเจ้าหมาน้อยก็ยังเดินตามมาด้วย ช่วยกันคนละไม้คนละมือ

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

เราเริ่มทำกันตั้งแต่ 10 โมงเช้า จนเที่ยงก็พักทานข้าวร่วมกับชาวบ้าน ทานไปคุยกันไป ทั้งอร่อยทั้งสุขใจ ในช่วงบ่ายพี่ๆ สถานีไฟป่าได้ใช้เครื่องพ่นเดินนำ พ่นใบไม้ที่ร่วงทับถมลงมาให้แยกออกจากกัน ส่วนพวกเราและชาวบ้านก็ช่วยกันกวาด เก็บส่วนที่ยังเหลือเศษกิ่งไม้และใบที่จะทำให้ไฟติดลุกลามไปส่วนอื่นๆ ได้ เดินตามกันไปเป็นขบวน ซึ่งเราก็เป็นกลุ่มสุดท้ายที่เดินปิดขบวน ตามกวาดไปเรื่อยๆ จนถึงบ่ายสอง ชาวบ้านก็หยุดพัก เราก็หยุดตาม เพราะวันนี้จะหยุดทำแค่นี้ วันถัดไปหยุดพักแล้วค่อยเริ่มทำอีกทีในวันถัดไป เพราะในการทำแต่ละวันร่างกายก็ล้าจนต้องทำวันเว้นวัน เพื่อไม่ให้ร่างกายแย่

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

และก่อนแยกย้ายเราก็นำยาสามัญประจำบ้านที่มีผู้ใหญ่ใจดีฝากเรามาให้ชาวบ้าน ก่อนมอบก็แนะนำพร้อมทั้งสาธิตการใช้ยาอีกด้วย หลังจากนั้นเราก็นั่งรถต่อไปยังหมู่บ้าน ซึ่งทางชาวบ้านได้จัดเตรียมให้เป็นที่พักของพวกเรา อาสาเที่ยว ในคืนนี้

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

เมื่อถึงหมู่บ้านก็ประทับใจกับบ้านพัก ซึ่งบ้านนี้เป็นบ้านของผู้อาวุโสของหมู่บ้าน ซึ่งปกติจะไม่เปิดรับให้คนอกพื้นที่นอน แต่ครั้งนี้นับว่าเป็นกรณีพิเศษผู้อาวุโสบอกว่า พวกเรามาช่วยทำแนวกันไฟ มาร่วมปกป้องพื้นป่าร่วมกัน ท่านเห็นเป็นลูกหลานเลยเปิดบ้านให้นอน ซึ้งใจมากๆ ครับ ที่ผู้อาวุโสของหมู่บ้านเอ็นดูพวกเรา อาสาเที่ยว เรานอนบ้าน แยกหลังชายหญิง ซึ่งได้มีการเตรียมอาหารให้เราด้วย เรามาล้อมวงกินข้าวเย็นกันก่อนช่วงที่แสงจะหาย เพราะที่นี่จะมีไฟใช้แค่บางจุดเท่านั้น ส่วนใหญ่พอค่ำก็จะมืดไปหมด พวกเราอาบน้ำกันเรียบร้อย

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

หลังจากนั้นค่ำๆ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านก็พาเราเดินไปที่โบสถ์คริสต์ และประกาศเรียกชาวบ้านมาร่วมพูดคุยกันด้วย โดยมี “ ปุ๊ ” นำ เครื่องดนตรีของชนเผ่ากระเหรี่ยงติดมาด้วยชื่อว่า “เตหน่ากู” ในระหว่างรอชาวบ้านทยอยมา ปุ๊ก็ร้องเพลงที่แต่งเองประกอบการเล่นดนตรี ให้พวกเราฟัง เนื้อเพลงเกี่ยวกับในหลวงรัชกาลที่ 9 ฟังแล้วทำให้คิดถึงพระองค์ท่าน น้ำตาซึมกันเลยทีเดียว

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

ชาวบ้านทยอยมากันจนเยอะแล้ว เราก็เริ่มพูดคุยแลกเปลี่ยนทัศนคติเกี่ยวกับคนในหมู่บ้านในหลายๆ เรื่อง หลักๆ ก็อย่างเรื่องไฟป่า ซึ่งเราก็ได้รู้ถึงความลำบากของชาวบ้านในการลงพื้นที่ อุปกรณ์ที่มีก็มีแค่ถังพ่นน้ำแบบสะพายหลัง ไม้สำหรับดับไฟก็เป็นไม้ไผ่สานเองเพราะมีน้ำหนักเบา และแรงกับใจล้วนๆ การสื่อสารก็ต้องตะโกนข้ามเขาก็มี บางทีไฟมาแรงมากๆ ก็เอาไปอยู่ ก็ต้องถอดใจเพราะทำเต็มที่ สุดแรงแล้ว เราเลยได้ข้อสรุปคือ วิทยุสื่อสาร และ เครื่องเป่าลมแบบสะพายหลัง น่าจะเป็นเครื่องทุ่นแรงช่วยให้กับชาวบ้านใช้ในการดับไฟป่า อย่างน้อยวิทยุสื่อสารก็ช่วยให้ไม่ต้องตะโกนข้ามเขา สื่อสารได้ชันเจนขึ้น การทำงานก็น่าจะรวดเร็วขึ้นตามมา เครื่องเป่าลมก็สามารถใช้ได้ทั้งทำแนวกันไฟ และสกัดไฟได้ง่ายขึ้นมากกว่าเดิม

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

และอีกเรื่องที่เป็นปัญหาสัมคัญ ก็คือ “ดอยช้าง” จุดชมวิวยอดนิยม ที่นักท่องเที่ยวสายธรรมชาติ เดินทางมาเยือนบ่อยๆ ซึ่งดอยช้างนั้น เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจเคารพนับถือของชาวปกาเกอะญอ บ้านป่าแป๋ มากๆ

นักท่องเที่ยวบางคนบางกลุ่ม เข้ามาแล้วทำความไม่สบายใจให้แก่ชาวบ้าน ซึ้งทางผู้อาวุโส ได้บอกว่า บางคนขับรถเสียงดัง อยากขับไปจุดใหนก็ขับ และเวลาขึ้นไปดอยช้างนั้นก็มีการทิ้งขยะและเครื่องดื่มมึนเมากันข้างบน ซึ้งที่จริงแล้วขึ้นไปข้างบนดอยช้างนั้นห้ามดื่ม เพราะเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ บอกเตือนก็ไม่ค่อยเชื่อ ชาวบ้านเลยลงมติขอปิดการขึ้นไปบนดอยช้างก่อนในช่วงเวลานี้

พวกเราอาสาเที่ยว เข้าใจ ชาวบ้านที่ปิดไม่ให้ขึ้นไปในช่วงนี้ แต่ก็อดเสียดายไม่ได้ที่ไม่ได้ขึ้น นี่ก็เป็นอีกครั้งหนึ่ง ที่เราเห็นข้อเสียของการเที่ยว แบบไม่เข้าใจสถานที่ท่องเที่ยว ไม่เคารพ ไม่สนใจอย่างอื่นนอกจากความต้องการของตัวเอง

เหตุนี้สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ จึงเริ่มมีกฏกติกา ต่างๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพื่อที่จะได้ควบคุมคนที่เรียกตัวเองว่านักท่องเที่ยว แต่ไม่เข้าใจคำว่าเที่ยว ไม่เข้าใจธรรมชาติ แต่อาสาเที่ยว หวังว่า ดอยช้าง สถานที่รวมใจของชาวปกาเกอะญอ บ้านป่าแป๋ จะเปิดในไม่ช้า เพื่อที่จะให้นักท่องเที่ยวได้ขึ้นไปรับชมความงดงามของวิวทิวทัศน์ทางธรรมชาติ และความงดงามทางจิตใจของชาวปกาเกอะญอ ที่ดูแลรักษา หวงแหน ผืนป่าแห่งนี้ให้ยังคงอยู่ไปอีกยาวนาน

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน

อาสาเที่ยว ขอขอบคุณ ทุกๆท่าน ที่ได้ร่วมสนับสนุนเงินเพื่อนำไปซื้ออุปกรณ์ต่างๆให้แก่ชาวบ้าน

พวกเราอาสาเที่ยว ขอเป็นตัวแทน มอบ วิทยุสื่อสาร จำนวน 2 เครื่อง และ เครื่องเป่าลมแบบสะพายหลัง จำนวน 1 เครื่อง ให้ บ้านแป่แป๋ เพื่อนำไว้ใช้ ในการ เฝ้าระวังรักษาผื่นป่า ต่อไป

เรา คิด ว่า เรา ค้น พบ แนว ทาง ของ เราแล้ว

อา สา เที่ยว แค่ อยาก ให้ คน ไป เที่ยว ได้ อะไร มาก กว่า แค่ ไป เที่ยว

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *