อาสาเที่ยว นั่งรถไฟ ปลูกป่าชายเลน ดำน้ำ ทำบ้านทรงไทยให้ปลา

จำไม่ได้แล้วว่าการเดินทางด้วยรถไฟครั้งสุดท้ายสำหรับเรานี่มันเมื่อไร ถึงทำให้การจะได้ออกเดินทางในครั้งนี้รู้สึกตื่นเต้นกับการที่จะได้นั่งรถไฟ ปลายทางจังหวัดชุมพร และมันเป็นการออกเดินทางที่มีสมาชิกมากพอสมควร หลายคนเป็นหน้าใหม่สำหรับอาสาเที่ยว ซึ่งนั่นก็พร้อมอยู่แล้วกับการจะได้รู้จักกัน แต่หน้าเก่าที่คุ้นเคยก็ยังไม่พลาดที่จะไปด้วยในครั้งนี้ ความสนุกไม่ต้องพูดถึงมันเริ่มตั้งแต่เรายังไม่ได้เจอกันเลย

เรา คิด ว่า เรา ค้น พบ แนว ทาง ของ เราแล้ว

อา สา เที่ยว แค่ อยาก ให้ คน ไป เที่ยว ได้ อะไร มาก กว่า แค่ ไป เที่ยว

จำไม่ได้แล้วว่าการเดินทางด้วยรถไฟครั้งสุดท้ายสำหรับเรานี่มันเมื่อไร ถึงทำให้การจะได้ออกเดินทางในครั้งนี้รู้สึกตื่นเต้นกับการที่จะได้นั่งรถไฟ ปลายทางจังหวัดชุมพร และมันเป็นการออกเดินทางที่มีสมาชิกมากพอสมควร หลายคนเป็นหน้าใหม่สำหรับอาสาเที่ยว ซึ่งนั่นก็พร้อมอยู่แล้วกับการจะได้รู้จักกัน แต่หน้าเก่าที่คุ้นเคยก็ยังไม่พลาดที่จะไปด้วยในครั้งนี้ ความสนุกไม่ต้องพูดถึงมันเริ่มตั้งแต่เรายังไม่ได้เจอกันเลย “เรา คิด ว่า เรา ค้น พบ แนว ทาง ของ เราแล้ว” “อา สา เที่ยว แค่ อยาก ให้ คน ไป เที่ยว ได้ อะไร มาก กว่า แค่ ไป เที่ยว”

จำไม่ได้แล้วว่าการเดินทางด้วยรถไฟครั้งสุดท้ายสำหรับเรานี่มันเมื่อไร ถึงทำให้การจะได้ออกเดินทางในครั้งนี้รู้สึกตื่นเต้นกับการที่จะได้นั่งรถไฟ ปลายทางจังหวัดชุมพร และมันเป็นการออกเดินทางที่มีสมาชิกมากพอสมควร หลายคนเป็นหน้าใหม่สำหรับอาสาเที่ยว ซึ่งนั่นก็พร้อมอยู่แล้วกับการจะได้รู้จักกัน แต่หน้าเก่าที่คุ้นเคยก็ยังไม่พลาดที่จะไปด้วยในครั้งนี้ ความสนุกไม่ต้องพูดถึงมันเริ่มตั้งแต่เรายังไม่ได้เจอกันเลย “เรา คิด ว่า เรา ค้น พบ แนว ทาง ของ เราแล้ว” “อา สา เที่ยว แค่ อยาก ให้ คน ไป เที่ยว ได้ อะไร มาก กว่า แค่ ไป เที่ยว”

          เพราะในการออกเดินทางแต่ละครั้งมันมีปัจจัยหลายอย่าง ทำให้คนเก่าก็ไม่ได้มีเวลาว่างตรงกัน เพื่อไปด้วยกันทั้งหมด ทำให้ทุกทริปจะมีคนใหม่ๆ ที่คิดและชอบเหมือนกันกับเรา อยากไปกับเรา ซึ่งครั้งนี้น่าจะเป็นอีกครั้งที่มีคนใหม่ๆ เข้ามา หลากหลายแนว จะมาช่วยเราทำให้ทริปสนุกมากขึ้นไปอีก แค่คิดก็ยิ้มละ ยิ่งใกล้ถึงวันยิ่งตื่นเต้น เพราะสมาชิก 20 คนถือว่ามากพอสมควร จะวุ่นวายมากขนาดไหนไม่มีใครรู้ แต่ผลที่ออกมาหลายคนคงแอบอิจฉาเล็กๆ บ้างละ (อันนี้คิดเองว่าจะมีคนอิจฉา 5555)

 

อาสาเที่ยว นั้งรถไฟ ปลูกป่าชายเลน ดำน้ำ ทำบ้านทรงไทยให้ปลา

อาสาเที่ยว นั้งรถไฟ ปลูกป่าชายเลน ดำน้ำ ทำบ้านทรงไทยให้ปลา

เวลา 4 ทุ่ม 50  คือเวลารอบขบวนรถไฟที่จะออกจากสถานีกรุงเทพฯ หรือที่หลายๆ คนเรียกที่นี่ว่าหัวลำโพงนั่นแหละ ซึ่งเราก็นัดเวลาให้ทุกคนมาเจอกันก่อนขบวนรถออก และจำนวนไม่น้อยที่มาถึงที่นี่เร็วกว่าเวลากำหนดเป็นชั่วโมงด้วยเหตุผลที่ว่า เลิกงานแล้วก็ไม่รู้จะไปไหน มาที่นัดหมายเลยละกัน เราคือหนึ่งในนั้นที่มาถึงตอนที่ยังไม่สองทุ่มเช่นกัน เพราะวันนี้อะไรก็ดูรวดเร็วไปซะทั้งหมด แอร์พอตลิ้งไม่ต้องรอ รถไฟใต้ดินก็ขึ้นได้ทันทีที่ไปถึงแบบที่ไม่มีคนเบียดจนแน่นทะลักเหมือนทุกครั้ง ไปเรื่อยๆ ชิวๆ เราก็เพลินสิ เดินดูนั่นนี่ไปเรื่อย หาของกิน ถ่ายรูป นั่งดูผู้คนเดินเข้าออกสถานีตลอดเวลา สมาชิกเราก็ทยอยมากันทีละคนสองคน

ตอนนี้ 4 ทุ่มแอร์ถูกปิดลง เหลือขบวนรถที่แสดงขึ้นโชว์ให้เห็นแค่สองขบวน สถานีถูกปิดบางส่วนเพื่อทำความสะอาด อากาศเริ่มร้อนขึ้นๆ ทำให้มีบางคนออกไปเดินเล่นที่หน้าสถานี ซึ่งมีร้านค้า และของกินมากมาย รับรองว่าไม่มีอด แม้ว่าจะดึกแล้วพอสมควร แต่ถ้าเป็นผู้หญิงก็ไม่ควรจะเดินไปเรื่อยคนเดียว เพราะบางจุดก็มืดและผู้คนบางคนก็ดูน่ากลัวไปหน่อย

 

อาสาเที่ยว นั้งรถไฟ ปลูกป่าชายเลน ดำน้ำ ทำบ้านทรงไทยให้ปลา

อาสาเที่ยว นั้งรถไฟ ปลูกป่าชายเลน ดำน้ำ ทำบ้านทรงไทยให้ปลา

จนใกล้เวลาเดินทางขึ้นมาเรื่อยๆ ผู้คนเริ่มออกไปรอขบวนรถที่ชานชลาที่ 5 ตรงขบวนรถจอดอยู่ แต่รถก็เสียเวลานิดหน่อย เข้ามาที่สถานีตอน 5 ทุ่มนิดๆ กว่าจะออกก็เกือบ 5 ทุ่มครึ่ง เราหาที่นั่งและเก็บของพร้อมออกเดินทางกันแล้ว ขบวนรถไฟที่เราขึ้นเป็นขบวนที่ 39 เป็นรถด่วนพิเศษ ชั้น 2 มีแอร์เป็นเบาะนั่งนุ่มๆ ซึ่งเขามีผ้าห่มและของว่างแจกด้วยนะ พนักงานต้อนรับยิ้มแย้ม มีแม่บ้านเดินดูความสะอาด เปิดไฟในบางช่วงทำให้รู้สึกว่าปลอดภัย สำหรับคนเดินทางคนเดียวอย่างผู้หญิง ชั้นวางของข้างบนก็กว้างและดูแข็งแรง มีห้องน้ำอยู่ท้ายขบวนทั้งซ้ายและขวา เที่ยงคืนกว่าแล้วหลายคนก็เริ่มหลับไปละ นี่แอบคิดเล่นๆ นะว่า แล้วเราจะหลับเลยสถานีที่จะลงไหม จะมีใครเดินมาปลุกรึเปล่า เพราะจากที่สังเกตตอนที่ขบวนรถจอดแต่ละสถานีที่ผ่านมาเราไม่ได้ยินเสียงประกาศอะไรเลย มารอลุ้นกันว่าจะเป็นยังไงเพราะตอนนี้เมย์ก็ง่วงมากแล้วเช่นกัน

แต่สุดท้ายก็ยังคงหลับๆ ตื่นๆ เพราะไม่คุ้นชินสถานที่อีกตามเคย มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ลืมตาขึ้นเห็นป้ายสถานีบางสะพานใหม่ เฮ้ย!!! น่าจะแถวๆ ประจวบฯ แล้วนะ มันจะยังอีกไกลไหม ใกล้แล้วรึเปล่า ในหัวนี่คิดไปเรื่อย จนไม่กล้าหลับ หลังจากนั้นก็พยายามมองป้ายสถานีทุกครั้งที่รถจอด ซึ่งไม่รู้ว่าทำแบบนี้ไปนานเท่าไร จนในที่สุดคนตรวจตั๋วก็เดินมาบอกว่าใครลงสถานีมาตอำมฤตเตรียมตัวนะป้ายหน้าแล้ว ได้ยินแค่นั้นแหละ ก็รีบทำตัวให้ตื่นเก็บของรอตั้งแต่เขาพูดจบเลย เมย์มองดูเวลาที่ข้อมือ ซึ่งตอนนี้ตี 5 กว่าๆ รถจอดที่สถานีพอดี พวกเราทยอยลงกันอย่างช้าๆ และเป็นระเบียบด้วยอาการงัวเงีย ซึ่งเราพยายามช่วยกันตรวจดูสิ่งของว่าไม่มีใครลืมอะไรไว้แน่ๆ เราลงมาเจอก้อง ททท.สำนักงานชุมพรที่ขับรถมารอรับอยู่แล้ว

 

อาสาเที่ยว นั้งรถไฟ ปลูกป่าชายเลน ดำน้ำ ทำบ้านทรงไทยให้ปลา

อาสาเที่ยว นั้งรถไฟ ปลูกป่าชายเลน ดำน้ำ ทำบ้านทรงไทยให้ปลา

ช่วงเวลานี้ท้องฟ้ายังมืดอยู่ เรานั่งรถมาที่พักซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสถานีสักเท่าไร โดยให้เวลาทุกคนในการเตรียมตัว เปลี่ยนเสื้อผ้าล้างหน้าแปรงฟัน เพื่อเจอกันอีกทีตอน 7 โมงเช้า กับชุดที่เตรียมพร้อมลงทะเล ทุกคนทำเวลาได้อย่างรวดเร็วมากทั้งผู้ชายและผู้หญิง พอออกจากที่พักก็เดินข้ามฝั่งไปชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ริมทะเลสักหน่อย แสงสวยบรรยากสศกำลังดีเลย หลังจากนั้นเราก็ขึ้รถไปแวะซื้อของกินยามเช้าที่ตลาด ซึ่งดูคนที่นี่จะตกใจ และแตกตื่นเล็กน้อยกับพวกเรา ก็ชุดแต่ละคนก็ใช่ย่อยนะ มันไม่ใช่ชุดที่จะใส่มาเดินตลาดเช้าแบบนี้เลย เราก็เดินดูของกินกันแบบเขินๆ ได้ของกินกันมาคนละอย่างสองอย่าง บางคนคงหิว เพราะกินจนหมดแล้ว แต่บางคนก็ถือเอามากินบนรถ และไปกินต่อที่ท่าเรือหมู่บ้านชาวประมงอ่าวทุ่งมหาที่อยู่ไม่ไกลกันเลย กินไก่ยังไม่ทันหมดน่องเลย ถึงแล้ว เรามีเวลากินข้าวเช้าที่ซื้อมาจนอิ่มและเตรดเตร่อยู่พักหนึ่ง

 

อาสาเที่ยว นั้งรถไฟ ปลูกป่าชายเลน ดำน้ำ ทำบ้านทรงไทยให้ปลา

อาสาเที่ยว นั้งรถไฟ ปลูกป่าชายเลน ดำน้ำ ทำบ้านทรงไทยให้ปลา

เราใส่เสื้อชูชีพ ก่อนที่จะทยอยลงเรือเพื่อไปดำน้ำที่เกาะเวียง เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาทุกเกาะของอำเภอปะทิว อยู่ใกล้กับเกาะยอ และเกาะขี้นก โดยลักษณะเป็นเกาะที่ทอดยาวขนานกับแนวชายฝั่ง ทำให้เป็นที่กำบังคลื่นและลมได้ดี หน้าฤดูมรสุมหรือหากเกิดพายุ ชาวประมงจะนำเรือมาจอดใช้เกาะนี้เป็นแหล่งกำบังลม ถ้ามองจากทะเลด้านนอกเข้ามาที่เกาะ จะเห็นตัวเกาะเป็นลักษณะลูกเขาหลายลูกสวยงามมาก รอบๆ เกาะมีบางจุดที่เป็นหน้าผาและบางจุดที่เป็นหาดทราย มีต้นมะพร้าวอยู่มาก พร้อมเตาเผาเพราะเคยมีคนมาอยู่ที่เกาะแห่งนี้ เกาะเวียงสามารถนั่งเรือชมวิวทิวทัศน์รอบๆ ได้ แต่ขึ้นไปไม่ได้ เพราะบางส่วนเป็นเขตสัมปทานรังนก เกาะเวียงห่าง จากคลองปะทิวเพียง 7 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ก็มาถึงที่ดำน้ำจุดแรกที่อยู่หลังเกาะเวียง ชื่ออ่าวกลอย

 

อาสาเที่ยว นั้งรถไฟ ปลูกป่าชายเลน ดำน้ำ ทำบ้านทรงไทยให้ปลา

อาสาเที่ยว นั้งรถไฟ ปลูกป่าชายเลน ดำน้ำ ทำบ้านทรงไทยให้ปลา

พอเรือจอดจุดที่ปล่อยให้พวกเราดำน้ำ พวกเราก็ใส่อุปกรณ์กันเลย ใครไม่มีส่วนตัวที่นี่ก็มีให้ยืม เพียงไม่กี่นาที เสียงตูม ตูม ก็ดังขึ้นเป็นระยะๆ จนทุกคนลงไป ลอยคออยู่ในน้ำทะเลหมดแล้ว ครั้งนี้หลายคนมีอุปกรณ์ดำน้ำเป็นของตัวเอง ทั้งแบบน้ำน้ำลึกและดำน้ำตื้น และดูที่จะโดดเด่นที่สุดก็หน้ากากดำน้ำ Easy Breath ที่พี่โน้ตจากดีแคทลอนเอาติดมาให้หลายคนได้ทดลองใช้ ซึ่งเมย์เป็นหนึ่งในนั้น บอกเลยว่ามันดีอะ แค่เลือกขนาดให้พอดีกับหน้าแล้วสวม ซึ่งเราสามารถหายใจได้ปกติ บอกเลยว่าดำน้ำเพลินจนลืมขึ้นเลยละ

 

อาสาเที่ยว นั้งรถไฟ ปลูกป่าชายเลน ดำน้ำ ทำบ้านทรงไทยให้ปลา

อาสาเที่ยว นั้งรถไฟ ปลูกป่าชายเลน ดำน้ำ ทำบ้านทรงไทยให้ปลา

แต่หลายคนที่ก็ลงไปดำแบบไม่ใส่เสื้อชูชีพ เรียกว่ามืออาชีพมากๆ เพราะดำน้ำลึกกันมาแล้วหลายที่ น้ำตื้นๆ แบบนี้สบาย ปะการังชนิดต่างๆ ปลาหลากหลายสายพันธุ์ หอยมือเสือขนาดใหญ่มีเจอเยอะพอสมควร ทำให้เราดำน้ำอยู่ที่นี่กันเลินเลย

 

อาสาเที่ยว นั้งรถไฟ ปลูกป่าชายเลน ดำน้ำ ทำบ้านทรงไทยให้ปลา

อาสาเที่ยว นั้งรถไฟ ปลูกป่าชายเลน ดำน้ำ ทำบ้านทรงไทยให้ปลา

ไม่รู้สึกถึงแดดที่ร้อนแรงเลย น้ำเค็มที่ใสราวกับกระจก ที่ทำให้เรามองเห็นสิ่งมีชีวิตใต้น้ำได้อย่างชัดเจน ว่ายวนเวียนดูไปจนทั่ว เงยหน้าขึ้นมาอีกทีหาเรือไม่เจอ เพราะมันเพลิน ดำดูไปเรื่อยๆ ซึ่งก็มีเรือหลายลำหลายกลุ่มที่มาดำที่นี่เช่นกัน บริเวณก็กว้างอยู่สมควร ไม่เจอปลาตีนมาเตะหน้าเรา 5555

 

อาสาเที่ยว นั้งรถไฟ ปลูกป่าชายเลน ดำน้ำ ทำบ้านทรงไทยให้ปลา

อาสาเที่ยว นั้งรถไฟ ปลูกป่าชายเลน ดำน้ำ ทำบ้านทรงไทยให้ปลา

เราใช้เวลาอยู่ที่นี่นานพอสมควร ก็กลับขึ้นเรือเพื่อไปจุดที่สองคือหาดกรวดที่นี่จะมี บัวบาดาลดอกใหญ่ดอกเดียวที่อยู่ในถ้ำ ซึ่งดอกจะโตได้ประมาณปีละ 1 เซน ชาวบ้านก็ช่วยกันในการดูแลเป็นอย่างดีพยายามบอกนักท่องเที่ยวว่าอย่าไปสัมผัสแตะต้องเด็ดขาด แต่ตรงนี้ต้องใช้ความระมัดระวังไปการว่ายเข้าไปดำดูถ้ำ เพราะต้องผ่านโขดหินที่แหลมและคมมาก ตูนรู้ดีโดนบาดไป 1 แผล

จุดนี้เมย์เริ่มมีอาการเวียนหัวเหมือนคนเมาเรือ และอยากจะอ้วก พอเรือจอดปุ๊บก็รีบโดดลงน้ำไปทันที ในขณะที่เราพยายามว่ายไปหาอีกกลุ่มอยู่ดีดีก็รู้สึกแน่นหน้าอก พะอืดพะอมอยากอ้วกมาก แต่ก็อุตส่าห์ว่ายไปจนถึงบริเวณที่เขาไปดำน้ำดูแสงที่ส่องลอดเข้ามาในถ้ำใต้น้ำ เมย์ว่ายเข้าไปถึงก็ได้ยินเสียงพี่ๆ บอกว่าหายใจเข้าแล้วปล่อยออกครึ่งหนึ่งค่อยดำลงไป เสียงส้มตอบกลับทันทีว่า พี่คะนี่หนูปล่อยจนจะหมดตัวแล้ว ยังดำไม่ลงเลย ลอยตลอดๆ ขำก็ขำแต่อาการจะอ้วกก็ยังไม่ดีขึ้น ก็เลยว่ายออกมาข้างนอก เจอกับคนอื่นๆ ในขณะที่ดะห์ก็เป็นอีกคนที่บอกว่ารู้สึกเหมือนกัน ดะห์พยายามชวนให้ว่ายเข้าหาฝั่งเพื่อไปอ้วก

ในขณะที่ต่างคนต่างพยายามว่ายไปนั้น อ้วกก็พุ่งออกมาเป็นน้ำแบบไม่ทันตั้งตัว อย่างต่อเนื่อง ไม่สามารถยับยั้งได้เลย ลูกปลาเล็กๆ นี่ว่ายวนรอบๆ คงคิดว่ามีคนมาให้อาหารแน่ๆ  โล่งเลย ดะห์ถามว่าแล้วเราจะขึ้นไปที่เกาะนั้นไหม เมย์รีบตอบกลับไปเบาๆ ว่าเรียบร้อยละ แฮ่ๆ หยกที่ว่ายอยู่ใกล้ๆ ก็ถามดะห์อีกต่อว่าดะห์จะขึ้นไปอ้วกที่เกาะรึ ดะห์ตอบว่าเรียบร้อยแล้วเช่นกัน  เราหันมามองหน้ากันแล้วยิ้มๆ ซ่าต่อได้ละ แต่หลังจากนั้นพวกเราทั้งหมดก็ว่ายน้ำมารวมตัวกันถ่ายรูปหมู่ลอยตัวอยู่กลางทะเลแบบไม่มีใครยอมใคร สนุกจนลืมว่านี่เราไม่ได้อยู่บนบกนะ รวมทั้งตูนที่มีแผลที่เท้าก็ยังจะนั่งฟองน้ำให้พี่ๆ เขาพามาถ่ายรูปหมู่

 

อาสาเที่ยว นั้งรถไฟ ปลูกป่าชายเลน ดำน้ำ ทำบ้านทรงไทยให้ปลา

อาสาเที่ยว นั้งรถไฟ ปลูกป่าชายเลน ดำน้ำ ทำบ้านทรงไทยให้ปลา

จากนั้นก็ทยอยกันขึ้นเรือและมุ่งหน้าไปยังธนาคารปู บ้านเกาะเตียบ พอเรือออกได้ไม่นาน อาการจะอ้วกก็กลับมาอีกครั้ง แต่กลับอ้วกไม่ออก พอเรือจอดเทียบท่าเท่านั้นแหละเมย์รีบเดินขึ้นเรือเป็นคนแรก แล้วไปนั่งอ้วกอีกเป็นครั้งที่ 2 เรียกว่าครั้งนี้ออกมาชุดใหญ่เลย อ้วกพุ่งประหนึ่งว่ากำลังพ่นน้ำ แบบหมดไส้หมดพุงกันเลยทีเดียว ซึ่งก็ทำให้รู้สึกดี โล่ง พร้อมกินมื้อเที่ยงแบบเต็มๆ ได้ละ

อาหารทะเลถูกจัดลงจานและวางไว้บนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว เราก็เดินไปหาที่นั่ง เลือกจับจองมุมกันตามสบาย โต๊ะอาหารที่นี่เป็นโต๊ะกระจกใส และที่พื้นถูกเจาะให้สามารถเอาขาหย่อนลงไปได้ มาที่นี่เพื่อกินปูห้อยขา อาหารมื้อเที่ยงพร้อม คนก็พร้อม จะรอออะไร จัดปูกันไปคนละตัวก่อนเลย สมใจอยากสักที นั่งกินข้าวเที่ยงไปเห็นน้ำทะเลรอบๆ และปลาหลายฝูงที่กระโดดเหนือน้ำเพื่อมาดูเราเช่นกัน ตื่นเต้นดี เพราะไม่เคยเห็นกับตาใกล้ๆ แบบนี้เลย ข้าวผัดปูถูกตักจนหมด ปลาหมึก หอย ปลา สารพัดเมนูถูกพวกเราจัดการจนเกลี้ยง อิ่มพอดีๆ ตอนนี้แม้ว่าแดดข้างนอกจะแรงมากแต่ตรงที่เรานั่งลมกำลังเย็นสบาย หลายคนที่อิ่มก่อนก็พักสายตาไปละ

 

อาสาเที่ยว นั้งรถไฟ ปลูกป่าชายเลน ดำน้ำ ทำบ้านทรงไทยให้ปลา

อาสาเที่ยว นั้งรถไฟ ปลูกป่าชายเลน ดำน้ำ ทำบ้านทรงไทยให้ปลา

หลังจากนั้นพวกเราก็ไปช่วยกันปล่อยปูตัวเมียที่มีไข่อยู่ด้านนอกเพื่อให้มันไปขยายพันธ์ุไม่ให้สาบสูญไปเพราะน้ำมือมนุษย์อย่างเราๆ แต่ก็มีหลายครั้งที่เราเห็นว่าก็ยังมีคนจับปูที่มีไข่ติดอยู่มากมายเอามาขาย เราทำได้เพียงหลีกเลี่ยงไม่อุดหนุน ซึ่งทางสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง วิทยาเขตชุมพร ได้เข้ามาศึกษาและร่วมดูแลธนาคารปูแห่งนี้ด้วย เพื่อเป็นแนวทางในการเรียนการสอน ซึ่งตรงนี้ยังมีกระชังอีกหลายกระชังที่มีสัตว์ทะเลอื่นๆ อีกหลายชนิด ครั้งนี้เราได้เห็นไข่ปลาหมึกแบบสดๆ แบบที่มันสามารถเติบโตได้ ปกติเคยชินแต่แบบที่ทอดแล้ว แฮะๆ

 

อาสาเที่ยว นั้งรถไฟ ปลูกป่าชายเลน ดำน้ำ ทำบ้านทรงไทยให้ปลา

อาสาเที่ยว นั้งรถไฟ ปลูกป่าชายเลน ดำน้ำ ทำบ้านทรงไทยให้ปลา

หลังจากนั้นเราได้ขึ้นไปชมวิวที่เกาะยอ โดยมีสะพานเชื่อมกันของเกาะด้วยบันไดไม้ ขนาดเกาะไม่ใหญ่มากสามารถเดินวนชมวิวได้รอบทิศทาง ลมเย็น แสงสวย ฟ้างาม น้ำทะเลเลิศ เรียกว่ามีมุมถ่ายรูปชมวิวที่ดีมาก หลังจากที่เราขึ้นบันไดไป วิวที่เห็นทางซ้ายมือก็ทำเราอึ้งละ มีเก้าอี้ไม้ทำแบบง่ายๆ อยู่ใต้ต้นไม้ ส่วนนี้พื้นเรียบ แต่เห็นวิวไม่กว้างเท่าไร หลังจากนั้นเราก็ย้อนกลับมาทางขวาที่มีการทำราวไม้กั้นเราเดินพลาดตกได้เป็นอย่างดี ยาวไปเรื่อยๆ จนถึงหลังเกาะ

 

อาสาเที่ยว นั้งรถไฟ ปลูกป่าชายเลน ดำน้ำ ทำบ้านทรงไทยให้ปลา

อาสาเที่ยว นั้งรถไฟ ปลูกป่าชายเลน ดำน้ำ ทำบ้านทรงไทยให้ปลา

พอมาถึงหลังเกาะยิ่งร้องว้าว วิวดี น้ำทะเลสวย ฟ้าใส แดดที่ว่าแรงตอนนี้เราลืมไปเลย   ตะลึงในความงดงามของธรรมชาติที่สรรสร้างให้เราได้ชื่นชม และจุดนี้ใครที่ขึ้นมาเกาะยอก็ต้องมาเก็บภาพถ่ายเก๋ๆ หลังจากนั้นเราก็เดินจนรอบเกาะ ซึ่งบอกเลยว่าสุดท้ายแล้วก็สวยทุกมุมจริงๆ บ่ายสองกว่าเราเดินลงมาขึ้นเรือ เพื่อไปปลูกป่าชายเลนกันต่อ

 

อาสาเที่ยว นั้งรถไฟ ปลูกป่าชายเลน ดำน้ำ ทำบ้านทรงไทยให้ปลา

อาสาเที่ยว นั้งรถไฟ ปลูกป่าชายเลน ดำน้ำ ทำบ้านทรงไทยให้ปลา

ซึ่งเรานั่งเรือไปเกือบครึ่งชั่วโมงพี่วิทยากรชาวบ้านบอกกับเราในขณะที่เรือกำลังแล่นผ่านจุดจุดหนึ่งว่าช่วง 5 โมงเย็น น้ำจะลดลงจนสามารถเดินข้ามเกาะที่อยู่ทางซ้ายไปเกาะทางขวาได้ อันนี้แค่ได้ยินก็น่าสนใจและอยากมาให้เห็นกับตาตัวเองสักครั้ง แต่คงต้องเป็นครั้งหน้าละ เพราะครั้งนี้เราต้องรีบไปปลูกป่าให้ทันก่อนที่น้ำจะลดลงมากกว่านี้ จนเรือไม่สามารถออกได้ พอไปถึง เรือจอดปั๊บ เราก็ต้องรีบขึ้นจากเรือ เพื่อไปรวมกลุ่มกับคนที่ยืนรออยู่แล้ว หลังจากที่ทักทายกันแล้ว กิจกรรมก็เริ่มขึ้น ด้วยการช่วยกันหยิบถุงพันธุ์กุ้ง พันธุ์ปลา ไปช่วยกันปล่อยที่หน้าหาดก่อน

จากนั้นต้นโกงกางก็ถูกส่งต่อ เพราะจำนวนต้นที่เราปลูกมีจำนวนมาก ขั้นแรกก็ช่วยกันทยอยขนมาวางไว้ใกล้ๆ จุดที่จะปลูกเรียบร้อยแล้ว คราวนี้ก็ถึงเวลาที่จะต้องลงไปปลูกสักที

 

อาสาเที่ยว นั้งรถไฟ ปลูกป่าชายเลน ดำน้ำ ทำบ้านทรงไทยให้ปลา

อาสาเที่ยว นั้งรถไฟ ปลูกป่าชายเลน ดำน้ำ ทำบ้านทรงไทยให้ปลา

ต้นกล้าพร้อม คนก็พร้อม จะรออะไรละ หยิบต้นกล้ากันไปทีละต้น สองต้น ลุยเลยสิ ลุยโคลนเข้าไป โคลนจริงๆ แต่กว่าจะถึงตรงนั้น เราหลายคนไม่ทันได้ระวัง ลุยลงไปแบบไม่รู้ว่าผลจะเป็นไง ก้าวไปได้แค่นิดเดียวก็ก้าวต่อไปไม่ได้เลย ติดหล่มกันไปตามๆ กัน ยิ่งดึง ยิ่งจม สุดท้ายต้องมีคนมาช่วยดึง โคลนติดขา หินบาดไปตามๆ กัน แต่หลายคนก็ไม่หวั่น ช่วยกันหยิบต้นกล้าไปปลูกตามจุดที่วางไว้

ตอนนี้ชุลมุนมาก เพราะเราต้องเดินลุยโคลนเพื่อไปปลูกต้นกล้าในบริเวณไกลๆ ช่วยกันส่ง ช่วยกันปลูก ให้เต็มบริเวณ หลายคนรอดไปถึงรอบนอก แต่หลายคนก็ยังคงติดโคลนเป็นระยะๆ แดดก็แรง น้ำก็ลดกลัวเรือติดเดี๋ยวออกไม่ได้ พวกเราก็ต้องรีบๆ ช่วยกัน ซึ่งเราก็ยังคงเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ

 

อาสาเที่ยว นั้งรถไฟ ปลูกป่าชายเลน ดำน้ำ ทำบ้านทรงไทยให้ปลา

อาสาเที่ยว นั้งรถไฟ ปลูกป่าชายเลน ดำน้ำ ทำบ้านทรงไทยให้ปลา

กว่าจะขึ้นฝั่งก็เย็นมากแล้ว และเราก็ตัวแห้งกันหมดแล้ว พอถึงที่พักเราก็ทยอยกันไปอาบน้ำ จนครบทุกคน หกโมงกว่าเราออกมารวมตัวกันตรงหน้าที่พัก ที่นี่มีบ้านพักอยู่ไม่กี่หลัง ซึ่งฝั่งที่เราพักคือห้อง room 9 สายมิตรโฮมสเตย์อยู่ติดริมถนนใหญ่ ฝั่งตรงข้ามสามารถเดินไปชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ทะเลได้ สะอาดสะอ้านไม่อับ กว้างขวาง มีส่วนที่เป็นโถงข้างหน้า มีทั้งทีวี ตู้เย็น มีห้องครัวอยู่ด้านนอก มีอุปกรณ์ครบครัน ก็เลยทำให้ปาร์ตี้คืนสบายในการทำครัวของพวกเรา เราแบ่งหน้าที่กันโดยไม่มีใครบอกใครว่าต้องทำอะไร เราช่วยกันจัดโต๊ะ ติดไฟ ก่อเตา และทำมื้อเย็น ซึ่งก็หนีไม่พ้นอาหารทะเล ปูตามมา กุ้งก็มี ปลาหมึก หอย และอีกมากมาย สร้างสรรค์จากหลายๆ คน จนกลายเป็นหลายๆ เมนู ทั้งกุ้งเผา ปิ้งปู ย่างหมึก ลาบวุ้นเส้น ต้มยำรวม บอกเลยว่าแซ่บ!!! และเลิศ!!! ซึ่งต้องขอบคุณเครื่องปรุงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นพริก ตะไคร้หรือมะนาวที่ป้าร้านขายของแถมมาให้ตอนเราไปซื้อน้ำ โดยไม่คิดตังค์บอกแค่เพียงว่าป้าปลูกเองแค่นั้นแหละกราบสิคะรออะไร

 

อาสาเที่ยว นั้งรถไฟ ปลูกป่าชายเลน ดำน้ำ ทำบ้านทรงไทยให้ปลา

อาสาเที่ยว นั้งรถไฟ ปลูกป่าชายเลน ดำน้ำ ทำบ้านทรงไทยให้ปลา

พระเอกอย่างปู กุ้ง และปลาหมึก พร้อมเสิร์ฟ เครื่องดื่มพร้อม พวกเราก็พร้อมนานแล้วเหมือนกัน ได้เวลาลุยกับมื้อเย็นที่เราช่วยกันทำ ดูวุ่นวายเล็กๆ แต่ก็สนุกมาก เรามารวมตัวกันจนครบที่โต๊ะ บทสนทนาเริ่มขึ้นพร้อมเสียงหัวเราะ กินไปคุยไป ก็เพลินดีนะ แต่ตอนนี้ขาดก้อง เห็นขับรถออกไปข้างนอกได้สักพักแล้ว ไม่นานก้องก็กลับเข้ามา เราก็เลยเอาของกินที่เราตักแบ่งไว้ให้มาให้ก้องกินด้วยกัน พอพวกเราเริ่มอิ่ม ทุกคนก็พร้อมประจำที่ ฝ่ายปิดไฟพร้อม คนถือเค้กก็พร้อม เพลงอวยพรวันเกิดก็บรรเลงขึ้นพร้อมกับเสียงร้องของพวกเรา

เราหาขนมเท่าที่หาได้อย่างโดนัทที่ถูกจัดเรียงซ้อนกัน พยายามทำให้เหมือนเค้กหน่อยก็พอจะแทนกันได้เนอะ  และแม้ว่าจะผ่านวันเกิดไปหลายวันแล้ว เราก็เต็มใจทำให้ หวังว่าคนที่ได้รับคงพอใจ ก่อนเข้านอนเราช่วยกันล้างจานจนเรียบร้อย เหลือแต่หนุ่มๆ ไม่กี่คนที่ยังนั่งอยู่ต่อ ส่วนสาวๆ ห้าทุ่มกว่า ก็เข้ามาห้องพักกันหมดแล้ว และตูนคือผู้หญิงคนสุดท้ายที่เดินกลับเข้ามาในห้อง และมาเกลือกกลิ้งบนที่นอนของเมย์ ไล่ก็ไม่ยอมไป จนสมาชิกคนอื่นๆ ก็เลยบอกว่ามีที่ว่างอีกที่นะ นอนได้ ตอนแรกก็พูดเหมือนจะไม่มา เพราะเห็นเดินเปิดประตูออกไป แต่เพียงเสี้ยววินาที ซึ่งประตูยังไม่ทันปิดตูนก็กลับเข้ามาพร้อมผ้าห่มและหมอน กระโดดขึ้นห่มผ้านอนบนที่นอนทันที สร้างเสียงฮาลั่นห้อง

 

อาสาเที่ยว นั้งรถไฟ ปลูกป่าชายเลน ดำน้ำ ทำบ้านทรงไทยให้ปลา

อาสาเที่ยว นั้งรถไฟ ปลูกป่าชายเลน ดำน้ำ ทำบ้านทรงไทยให้ปลา

เช้าวันสุดท้าย เราตื่นแล้วก็ทยอยอาบน้ำกันตั้งแต่ตี 5 ครึ่ง และออกมาทานมื้อเช้าที่ตั้งพร้อมไว้ให้แล้ว ซึ่งก็เป็นเมนูง่ายๆ ซื้อมาจากตลาดใกล้ๆ ที่พัก อย่างโจ๊ก ไข่ลวก ปลาท่องโก๋ ชา กาแฟ อิ่ม อร่อย เบาๆ ก่อนที่จะออกไปท่องเมืองชุมพรต่อตอน 8 โมงครึ่ง ด้วยรถสองแถวไม้ รถท้องถิ่น ที่มาแล้วก็ต้องนั่ง แค่เห็นก็ตื่นเต้นกันละ เก๋ๆ ประหนึ่งเป็นคนในท้องถิ่น ซึ่งเราก็ไม่รอช้าที่จะถ่ายรูป ชิคๆ คูลๆ คู่กับรถก่อนที่จะออกเดินทาง

 

อาสาเที่ยว นั้งรถไฟ ปลูกป่าชายเลน ดำน้ำ ทำบ้านทรงไทยให้ปลา

อาสาเที่ยว นั้งรถไฟ ปลูกป่าชายเลน ดำน้ำ ทำบ้านทรงไทยให้ปลา

เรานั่งชมวิว รับลม มองทาง เพื่อไปที่ท่าเรือ ซึ่งเรานั่งไปนานพอสมควร แต่เราก็ยังสนุกกันได้ในพื้นที่จำกัด หลับกันบ้าง คุยกันบ้าง จนมาถึงท่าเรือ สะพานปูนที่รถค่อยๆ ขับเข้าไปข้างใน ค่อยๆ ผ่านน้ำทะเลสีเขียวฟ้า ใสมาก เห็นฝูงปลามากมายแวกว่ายกันอยู่ เสียงเอะอะโวยวายเริ่มดังขึ้น หลายคนถึงขั้นว่าเตรียมหาชุดเล่นน้ำกันเลยทีเดียว ทุกคนเดินไปดูวิวรอบๆ และสุดท้ายก็ต้องรีบขึ้นรถอีกครั้งเพราะคันเรามาผิดท่าเรือ แต่ก็ยังดีท่าเรือที่เราจะไปอยู่อีกท่ามองเห็นไกลๆ

 

อาสาเที่ยว นั้งรถไฟ ปลูกป่าชายเลน ดำน้ำ ทำบ้านทรงไทยให้ปลา

อาสาเที่ยว นั้งรถไฟ ปลูกป่าชายเลน ดำน้ำ ทำบ้านทรงไทยให้ปลา

เรามาถึงที่ท่าเทียบเรือตำบลสะพลี ก็ถึงกลับตกใจ เพราะที่นี่มีศาลพระภูมิอยู่เต็มไปหมดรอบๆ บริเวณท่าเทียบเรือเลย ชาวบ้านเล่าถึงที่มาให้ฟังว่า เห็นศาลพระภูมิเก่าเหล่านี้ถูกนำมาทิ้งไว้ที่วัดมากมาย จนทางวัดได้รับความลำบากในการกำจัดเป็นอย่างมาก ช่วยกันคิดไปคิดมาก็ลงตัวกันที่ว่า ในเมื่อเราทำมาหากินกับท้องทะเล และในช่วงนี้ทะเลก็ถูกทำลายไปเยอะ ในจุดที่เป็นแหล่งอาหาร ถ้าเรานำสิ่งที่คิดว่าเป็นขยะ ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ จนกลายไปเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ในทะเลได้ก็น่าจะได้ประโยชน์ทั้งสองอย่างนะ ลดขยะของคนข้างบน เป็นแห่งที่อยู่อาศัยของปลาด้านล่าง รวมทั้งรถบัสเก่าที่จะมีโครงการเอาไปทิ้งลงทะเลเร็วๆ นี้ โครงการนี้ถึงเกิดขึ้นด้วยความร่วมมือกันจากหลายๆ ฝ่าย เราถึงกับร้องอ๋อ และก็เห็นด้วย เพราะหลายสิ่งที่เราคิดว่ามันจะเป็นปัญหา นู่นนี่นั่น คนที่นี่ก็พยายามทำจนสามารถตอบข้อสงสัยได้ทุกอย่าง เพราะสิ่งแรกที่ทำคือถ้ามันมีที่อยู่อาศัยให้ปลาต่างๆ อาชีพประมงที่ชาวบ้านทำอยู่ก็สามารถทำได้ต่อไปจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี และยั่งยืน
เราต้องลงเรือไปพร้อมกับบ้านทรงไทยหรือศาลพระภูมิที่จะนำไปทำที่อยู่ให้ปลา ซึ่งต้องนั่งเรือออกไปกลางทะเล ยิ่งนั่งออกไปยิ่งอยากลงไปดำน้ำที่นี่มาก สีน้ำทะเลสวยและใสมากดึงดูดสุดๆ ทำให้เรานั่งเพลินๆ จนไม่รู้สึกว่าเรานั่งออกมาไกลมากแล้ว จนเรือหยุดและจอดในจุดที่ชาวบ้านบอกว่าจะสร้างให้เป็นที่อยู่อาศัยของปลา

 

อาสาเที่ยว นั้งรถไฟ ปลูกป่าชายเลน ดำน้ำ ทำบ้านทรงไทยให้ปลา

อาสาเที่ยว นั้งรถไฟ ปลูกป่าชายเลน ดำน้ำ ทำบ้านทรงไทยให้ปลา

พอไปถึงจุดก็มีการทำพิธีก่อนที่จะทิ้งศาลพระภูมิลงทะเล โดยการจอดเรือให้อยู่ใกล้ๆ กัน ผูกสายสิญจน์ล้อมรอบ ทำพิธีเพื่อความสบายใจของคนที่มา เพราะศาลพระภูมิก็เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์แม้ว่าจะเก่า ถูกนำมาทิ้ง การมาทำอะไรแบบนี้ ชาวบ้านบอกว่าก็อยากทำเพื่อให้มีความสบายใจ ซึ่งอันนี้เราก็เห็นด้วย พิธีทำเสร็จภายในเวลาไม่นาน หลังจากนั้นพวกเราก็ช่วยกันทยอยทิ้งศาลพระภูมิลงไปทีละหลัง จนหมดทุกลำ

ซึ่งที่นี่เขาบอกว่าถ้าใครสนใจอยากจะมาทำแบบนี้เขายินดี เพราะเราเสียแค่ค่าเรือ เขาก็จะพาเรามาทำแล้ว เพราะเขาก็พยายามทำกันไปทุกวัน ชาวประมงลำไหนที่ผ่านมาจุดนี้ก็เอามาทิ้ง และจะมีการดำลงไปสำรวจด้วยว่าใต้ท้องทะเลเป็นยังไง ในทุกๆ 6 เดือน

 

อาสาเที่ยว นั้งรถไฟ ปลูกป่าชายเลน ดำน้ำ ทำบ้านทรงไทยให้ปลา

อาสาเที่ยว นั้งรถไฟ ปลูกป่าชายเลน ดำน้ำ ทำบ้านทรงไทยให้ปลา

เราขึ้นฝั่งและนั่งรถต่อไปยัง โฮมสเตย์บ้านไม้ชายคลองบ้านบางสนเพื่อกินมื้อเที่ยงที่นี่ ปูเป็นเมนูแรกที่เรามองเห็นแต่เป็นสิ่งสุดท้ายที่เรากินในวันนี้ เพราะมื้อที่ผ่านๆ มาจัดการปูไปมากเหลือเกิน มื้อนี้เราก็เลยไปสนใจเมนูอื่นแทน อย่างใบเหลียงผัดไข่ แกงเหลืองปลาใส่สับปะรด น้ำพริกผักสด กับไข่เจียวก็เข้ากัน ตบท้ายมื้อด้วยแตงโมและน้ำหวาน สดชื่น อิ่ม สบาย บรรยากาศก็กำลังดีเลย หลายคนเริ่มเอนตัวจะล้มลงนอน แต่สักพักเราก็ต้องทยอยลงเรือเพื่อไปชม บรรยากาศริมสองฝั่งคลองที่เต็มไปด้วย ป่าโกงกาง ต้นจาก

 

อาสาเที่ยว นั้งรถไฟ ปลูกป่าชายเลน ดำน้ำ ทำบ้านทรงไทยให้ปลา

อาสาเที่ยว นั้งรถไฟ ปลูกป่าชายเลน ดำน้ำ ทำบ้านทรงไทยให้ปลา

ซึ่งเราล่องเรือเพลินๆ ไปจนถึงศูนย์เรียนรู้ป่าชายเลนบ้านชุมโค ที่นี่มีทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์มาก เพราะความร่วมมือกันของชาวบ้าน ที่ช่วยกันจนได้พื้นที่นี่กลับคืนมาหลังจากที่เคยโดนภัยธรรมชาติ พายุถล่ม จนป่าพังไปหมดและโดนชาวบ้านทำบ่อกุ้งบางกลุ่มบุกรุกเอาไปเป็นของส่วนบุคคล แต่ในที่สุดก็กลับมาเป็นของชุมชนและตอนนี้ก็ช่วยกันเร่งฟื้นฟู ปลูกต้นไม้ให้เต็มพื้นที่ตามเดิม ให้ที่กว้างสุดลุกหูลูกตาเขียวขจี ที่สำคัญที่นี่มีโฮมสเตย์ แต่ก็จำนวนไม่มาก เพราทุกคนที่นี่อยากทำแบบค่อยเป็นค่อยไป ให้คนที่มาที่นี่ได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างเต็มที่ หากใครได้มาพักก็สามารถพายเรือชมวิว และชมหิ่งห้อยยามค่ำคืนได้ด้วย

 

อาสาเที่ยว นั้งรถไฟ ปลูกป่าชายเลน ดำน้ำ ทำบ้านทรงไทยให้ปลา

อาสาเที่ยว นั้งรถไฟ ปลูกป่าชายเลน ดำน้ำ ทำบ้านทรงไทยให้ปลา

เราออกจากที่นี่เพื่อเดินทางต่อไปยังพระตำหนักกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ สิ่งศักสิทธิ์ที่มีทั้งคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาสักการะเสด็จในกรมหลวงชุมพร ช่วงนี้บรรยากาศกำลังดี มีลมพัดและแดดไม่แรงแล้ว หลังจากนั้นเราก็รีบขึ้นกระบะไปบนยอดเขามัทรี จุดชมวิวอีกจุดของจังหวัดชุมพรที่สามารถเห็นเห็นวิวได้ 360 องศา ซึ่งมี พระโพธิสัตว์ อวโลกิเตศวร ปางมหาราชลีลาให้สักการะด้วย ตอนนี้แสงแดดกำลังอ่อนแรง บรรยากาศกำลังดี ท้องฟ้าแจ่มๆ ที่เต็มไปด้วยก้อนเมฆรูปต่างๆ ตัดกับสีน้ำทะเลได้อย่างลงตัว

 

อาสาเที่ยว นั้งรถไฟ ปลูกป่าชายเลน ดำน้ำ ทำบ้านทรงไทยให้ปลา

อาสาเที่ยว นั้งรถไฟ ปลูกป่าชายเลน ดำน้ำ ทำบ้านทรงไทยให้ปลา

พวกเราดื่มด่ำกับแสงสุดท้ายที่ค่อยๆ เลื่อนต่ำลง ท่ามกลางธรรมชาติที่งดงาม เห็นวิวเมืองทั้งหมด พอท้องฟ้ามืดเราก็ทยอยเดินไปนั่งชิวต่อที่ร้านกาแฟสดถ้ำสิงห์ กาแฟสดสายพันธ์ุโรบัสต้า ที่มีโซนนั่งด้านนอกชมวิวบรรยากาศของทะเลชุมพร ส่วนด้านในสำหรับคนขี้ร้อนก็มีแอร์เย็นๆ ให้ได้ผ่อนคลาย โดยมีซาลาเปาทับหลี หลากหลายไส้ แต่ที่ต้องชิมเลยคือไส้หมูสับไข่ต้ม ที่ผอ.ททท.สำนักงานชุมพร นำมาให้เราชิมด้วย ซึ่งผอ.บอกว่าให้พวกเราเรียกพี่วิก็ได้ดูสนิทกันหน่อย

 

อาสาเที่ยว นั้งรถไฟ ปลูกป่าชายเลน ดำน้ำ ทำบ้านทรงไทยให้ปลา

อาสาเที่ยว นั้งรถไฟ ปลูกป่าชายเลน ดำน้ำ ทำบ้านทรงไทยให้ปลา

เรากลับลงมาและเดินทางต่อไปยังสำนักงาน ททท.ชุมพร เพื่ออาบน้ำก่อนที่จะเดินทางกลับ ซึ่งพี่วิก็พาพวกเรามาเลี้ยงมื้อเย็น เป็นร้านเล็กๆ และเจ้าของใจดีมาก แถมใบเหลียงกับพริกแกงใต้มาให้อีก ยิ้มแก้มปริเลยเมรี จากนั้นพี่วิและน้องก้องก็เดินมาส่งพวกเราที่สถานีรถไฟชุมพร และรอจนพวกเราขึ้นรถครบทุกคน เป็นอีกทริปที่เหนื่อยมาก ล้ามาก และสนุกมากเช่นกัน

เราถึงกรุงเทพฯ ตอน 6 โมงกว่า หลายคนแยกย้ายกันกลับบ้าน ซึ่งเรายังอยากชิวต่อ นั่งรถไฟชั้นสามเพื่อมาออฟิศ ผลที่ได้คือ ชิวจริง ไปเรื่อยๆ ช้าๆ จากที่บอกว่าจะถึงก่อน 8 โมง ตอนนี้จะ 9 โมงแล้วเพิ่งถึงจุดหมาย สุดท้ายก็จบทริปแบบเร่งรีบเข้าออฟฟิศอีกจนได้

 

อาสาเที่ยว นั้งรถไฟ ปลูกป่าชายเลน ดำน้ำ ทำบ้านทรงไทยให้ปลา

อาสาเที่ยว นั้งรถไฟ ปลูกป่าชายเลน ดำน้ำ ทำบ้านทรงไทยให้ปลา

 มิใช่แค่ปลายทาง

เป็นอีกทริปที่เต็มไปด้วยมิตรภาพมากมาย ก็ไม่รู้ว่าเราเคยเจอกันมาแต่ชาติปางไหน ถึงดูสนิทสนม พูดคุย หยอกเล่นกันตั้งแต่เจอ ซึ่งนั่นก็ทำให้ตลอดทั้งทริปของพวกเราเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ และรอยยิ้มที่ส่งให้กันตลอด จะเหนื่อยไปบ้าง ร้อนบ้าง ไม่เป็นไปอย่างแผนที่วางไว้บ้าง แต่พวกเราทุกคนไม่มีใครต่อว่าใครในความผิดพลาด เพราะพวกเรามีความสนุกอยู่ในตัว พอมาอยู่รวมกันก็ยิ่งเพิ่มความสนุกขึ้นไปอีก

 

อาสาเที่ยว นั้งรถไฟ ปลูกป่าชายเลน ดำน้ำ ทำบ้านทรงไทยให้ปลา

อาสาเที่ยว นั้งรถไฟ ปลูกป่าชายเลน ดำน้ำ ทำบ้านทรงไทยให้ปลา

ชุมพรนอกจากมีทะเลที่สวยไม่แพ้ทะเลที่อื่นๆ แล้ว น้ำก็ใส ปะการังงดงามในหลายๆ จุด ซึ่งครั้งนี้ก็เป็นเพียงไม่กี่ครั้งที่ได้มาสัมผัสจังหวัดนี้ บอกเลยว่าได้ความประทับใจกลับไปอีกมากมายก่ายกอง มีเรื่องคุยสำหรับที่นี่ไปอีกนาน นอกจากทะเลนั้นที่นี่ก็ยังมีที่เที่ยวที่หลากหลาย อย่างการล่องเรือชมคลอง ป่าโกงกาง ชมวิวในทุ่งหญ้า และครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะความใจดีของผู้ใหญ่หลายๆ ฝ่ายที่ให้โอกาส อาสาเที่ยว ได้มาสัมผัสที่จังหวัดนี้ โดยเฉพาะ ก้องและผอ.วิ ททท.ชุมพร ที่ให้การต้อนรับและดูแลเป็นอย่างดี หากมีโอกาสคงได้กลับมาทำอะไรทสนุกๆ ที่นี่อีก

 

อาสาเที่ยว นั้งรถไฟ ปลูกป่าชายเลน ดำน้ำ ทำบ้านทรงไทยให้ปลา

อาสาเที่ยว นั้งรถไฟ ปลูกป่าชายเลน ดำน้ำ ทำบ้านทรงไทยให้ปลา

เก็บตก

พวกเราเป็นพวกสมบุกสมบัน ท้าแดดท้าลม ตั้งใจไปทะเลทั้งทีใครจะไปกลัวกับแดดแค่นี้ ไม่ได้มีความกลัวเลย แค่แสงจากแดดช่วงเที่ยงๆ แบบนี้ ไม่เล๊ย ไม่กลัว จริ๊ง จริง เพราะเราจะป้องกันทุกอย่าง โบ๊ะครีมให้เต็มที่ แถมพกติดตัวตลอด อุปกรณ์กันแดดต้องมีครบ ขนไปแบบเต็มกระเป๋าไม่กลัวหนักด้วยนะเออ แต่ถามว่าได้ผลไหมบอกเลยว่าไหม้ เลยแหละ ใช่ไหมโอ๊ค เป็นหัวหน้าทริปที่ป้องกันมากมายสุดท้ายดำเหมือนเดิม เพราะทุ่มเทกับทุกสิ่งที่ทำ แต่เห็นหน้าโหดๆ แบบนี้ก็มีมุมอ่อนโยนนะ แบ่งไก่ทอดให้ลูกหมากิน ป้อนไปป้อนมา โดนกัดได้แผลไปเป็นที่ระลึกเรียบร้อย

ส่วนส้มเรื่องแดดส้มไม่หวั่น แต่ส้มกลัวตะไคร้!!! ไม่ต้องตกใจที่กลัวคือมันมีนัยยะแอบแฝง ซึ่งพวกเราก็เพิ่งรู้ตอนที่ไปซื้อของด้วยกัน ในขณะที่มีใครบางคนยื่นตะไคร้ให้ ส้มก็รับมาถือ แต่พอบอกว่าตะไคร้ที่ยังไม่ได้ตัดปลายทิ้ง โบราณว่าจะขึ้นคาน พูดจบตะไคร้ปลิวไปอยู่ที่พื้นด้วยเวลาอันรวดเร็ว นี่กลัวจะขึ้นคานขนาดนั้นเลยรึ แต่ก็มีมุมอ่อนโยนดูเป็นผู้หญิง (เออลืมเป็นผู้หญิงอยู่แล้ว) นั่งทำแผลเป็นพยาบาลส่วนตัวให้ตูนสาวซ่าที่โดนหินบาดตอนลงไปดำน้ำ แต่ก็ไม่เห็นว่าจะอยู่นิ่งๆ เลย

 

อาสาเที่ยว นั้งรถไฟ ปลูกป่าชายเลน ดำน้ำ ทำบ้านทรงไทยให้ปลา

อาสาเที่ยว นั้งรถไฟ ปลูกป่าชายเลน ดำน้ำ ทำบ้านทรงไทยให้ปลา

พวกเราเป็นพวกลุยๆ ทำอะไรทำเต็มที่ ให้ลงโคลนก็ไม่ห่วง ไม่กลัวเลอะ ไม่กลัวเจ็บ เต็มที่ ซึ่งผลที่ได้คือ พอล้างโคลนออกจากขาหมดแล้ว ขาก็กลายเป็นสีแดงทันที ถึงว่าตอนล้างนี่ทำไมแสบๆ เลือดไหลจากแผลที่โดนเศษกรวดบาดจนไม่รู้ว่าจะทำแผลไหนก่อนเลย แต่เราก็ยังคงสนุกสานกับสิ่งที่ทำ แม้ว่าจะไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิดก็ตาม

และอีกเรื่องที่พวกเรามั่นใจว่าไม่น่าจะแพ้ใครๆ ก็คือ เรื่องกิน แม้ว่าหลายคนจะทำเป็นแต่ถ้าได้กินก็จะสุขใจกว่า ไม่ว่ามื้อไหน ร้านใดก็ตาม ที่สิ่งอยู่ตรงหน้าเราจะถูกกำจัดไปอย่งรวดเร็ว ของกินธรรมดาๆ อย่างโจ๊กก็ทำให้เรามีความสุขได้แล้ว แต่ครั้งนี้มาทะเล อาหารทะเลก็ต้องจัดเต็มสิ เต็มจริงๆ โดยเฉพาะปู แกะกันจนมือเปื่อยไปเลย ก็ไม่มีใครยอมถอย ท่าทางจะอยู่ด้วยกันยากละนะ สายแข็งทั้งนั้น

 

อาสาเที่ยว ขอขอบคุณ

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานชุมพร มากๆ ที่อำนวยความสะดวกในทุกๆด้าน สนุก กินอิ่ม นอนอุ่น มีความสุข มากๆครับ

 

สำหรับผู้ที่สนใจ ไปเที่ยวอย่างที่เราไป สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานชุมพร โทร  0-7750-1831 และ 0-7750-2775-6 หรือ 1672 เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย

 

 

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *