Menu

วิถีพังงาที่แอบซ่อน เกาะพระทอง (วันที่สอง)

วิถีพังงาที่แอบซ่อน เกาะพระทอง

วิถีพังงาที่แอบซ่อน เกาะพระทอง

วิถีพังงาที่แอบซ่อน เกาะพระทอง

วิถีพังงาที่แอบซ่อน เกาะพระทอง

วิถีพังงาที่แอบซ่อน เกาะพระทอง

วิถีพังงาที่แอบซ่อน เกาะพระทอง

เราเข้าที่พักกันก็ค่ำแล้ว บรรยากาศดี ห้องพักกว้างขวาง แบ่งเป็นสัดส่วนชัดเจน ทั้งห้องนอน ห้องน้ำ พื้นที่เก็บของ ที่นั่งเล่น และระเบียงด้านนอก ดูเป็นส่วนตัวมาก โซนนี้เรียก Waters Wing ห้องพักเป็นอาคารสองชั้นและชั้นล่างอยู่ติดกับสระว่ายน้ำเลย ส่วนชั้นบนก็มีทางเดินลงมายังสระว่ายน้ำที่แยกเป็นสัดส่วน ทำให้อดใจไม่ไหวขอลงไปเล่นน้ำสักพักหนึ่ง เราสามารถนั่งเล่นที่ระเบียงด้านนอกชมบรรยากาศได้ทั้งช่วงกลางคืนและกลางวัน ชิว พอๆ กัน แต่ที่นี่ก็มีสระใหญ่ สระรวมอยู่ทางด้านหน้าของที่พักด้วย ซึ่งมีสระว่ายน้ำมากถึง 7 สระ มองไปเห็นน้ำเป็นสีฟ้าเต็มไปหมด ที่นี่ เดอะ วอเตอร์ เขาหลัก บาย กะตะธานี ที่พักของเราสองคืนที่พังงา

เดอะ วอเตอร์ เขาหลัก บาย กะตะธานี

ที่อยู่ : 67/238 หมู่ 5 หาดบางเนียง ตำบลคึกคัก อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา 82190

เบอร์ติดต่อ : 0-7642-8800

เว็บไซต์ : www.thewaterskhaolak.com

 

วิถีพังงาที่แอบซ่อน เกาะพระทอง

วิถีพังงาที่แอบซ่อน เกาะพระทอง

วิถีพังงาที่แอบซ่อน เกาะพระทอง

วิถีพังงาที่แอบซ่อน เกาะพระทอง

เช้านี้หลังจากทานมื้อเช้าเรียบร้อยเราก็มุ่งหน้าไปยังท่าเรือคุระบุรี เพื่อขึ้นเรือมุ่งหน้าไปยังเกาะพระทองซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในพังงาและใหญ่เป็นอันดับ 5 ของไทย แต่มีชุมชนเพียง 3 หมู่บ้าน คือ บ้านปากจก บ้านทุ่งดาบ และบ้านแป๊ะโย้ย ซึ่งเราขึ้นฝั่งที่ท่าเรือบ้านแป๊ะโย้ย เพื่อนั่งรถกระบะมุ่งหน้าไปยังแหล่งท่องเที่ยวของเกาะ แค่ระหว่างทางที่นั่งรถไปก็ทำให้เราตื่นตาตื่นใจไปตลอดทางแล้ว

เกาะพระทองเกิดจากซากปะการังทับถมกันมายาวนานนับล้านปี จนเกิดเป็นเกาะที่มีสภาพภูมิประเทศที่แปลกตา มีลักษณะค่อนข้างแบนราบ พื้นดินบนเกาะพระทองส่วนใหญ่จะเป็นดินปนทรายไม่เหมาะต่อการเพาะปลูก อันเนื่องมาจากสภาพธรรมชาติและเคยผ่านการทำเหมืองแร่มาก่อน ที่นี่มีพืชเศรษฐกิจหลักเพียงแค่มะม่วงหิมพานต์กับมะพร้าว

เกาะพระทอง

ที่อยู่ : อ.คุระบุรี จ.พังงา  ห่างจากฝั่งประมาณ 2 กิโลเมตร

 

วิถีพังงาที่แอบซ่อน เกาะพระทอง

วิถีพังงาที่แอบซ่อน เกาะพระทอง

วิถีพังงาที่แอบซ่อน เกาะพระทอง

วิถีพังงาที่แอบซ่อน เกาะพระทอง

มีหลายจุดที่รถจะขับผ่านทุ่งหญ้าสะวันนา ให้เราได้ชมไปเรื่อยๆ แม้ว่าบางจุดจะไม่ได้มีหญ้าหนาแน่นหรือสูงมากเท่าที่ควร แต่มันก็เป็นสิ่งใหม่สำหรับเรา เพราะเกาะพระทองเป็นเกาะที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมาก บนเกาะมีทั้งชายหาด ป่าชายหาด ป่าชายเลน ป่าพรุ ป่าเสม็ด ทุ่งหญ้า ไม้พุ่ม พืชสังคมทดแทน กล้วยไม้หายาก สิ่งเหล่านี้จึงทำให้เราลืมเรื่องความร้อนไปเลย จนไม่รู้สึกว่าแสงแดดเป็นอุปสรรคแต่อย่างใด จนในที่สุดเราก็มาถึงจุดแรกที่รถจอดให้เราได้ลงไปเดินเล่นสัมผัสกับทุ่งหญ้าที่นี่

 

วิถีพังงาที่แอบซ่อน เกาะพระทอง

วิถีพังงาที่แอบซ่อน เกาะพระทอง

วิถีพังงาที่แอบซ่อน เกาะพระทอง

วิถีพังงาที่แอบซ่อน เกาะพระทอง

ท่ามกลางทุ่งหญ้าสะวันนาก็ยังคงมีบรรดาพืชพรรณหลากหลายชนิดให้เราได้ชื่นชม และเพลิดเพลินกับการถ่ายรูป ต้องก้มลงต่ำมาก เพราะหยาดน้ำค้างชนิดนี้พบตามทุ่งหญ้าโล่งที่เป็นดินทรายและชื้นแฉะ ซึ่งชนิดนี้อาจมีใครหลายคนคงเคยเห็นบ้างแล้วในหลายๆ แหล่งท่องเที่ยว เป็นพืชล้มลุก อายุหลายปี หยดน้ำเหนียวใสที่ปลายขนบนใบมีไว้เพื่อดักแมลง เมื่อแมลงมาติดขนจะขดม้วนลงเพื่อกดแมลงไว้แล้วปล่อยน้ำย่อยออกมา และที่นี่ยังมีหยาดน้ำค้างอีกชนิด ลักษณะเป็นต้น ซึ่งบางพื้นที่เรียกว่าหญ้าน้ำค้าง มีกิ่งรอบๆ ที่มีน้ำเมือกเหนียว เพื่อเอาไว้ใช้ดักจับแมลงเช่นกัน มีดอกสีชมพูโดดเด่น ออกเป็นช่อตามซอกใบใกล้ปลายยอด นอกจากนั้นเรายังเจออีกมากมายหลายอย่างที่เราไม่รู้จักแต่ทุกอย่างมันอยู่แบบลงตัวและพอดีในพื้นที่ของมัน ทั้งบนบกและในน้ำ

 

วิถีพังงาที่แอบซ่อน เกาะพระทอง

วิถีพังงาที่แอบซ่อน เกาะพระทอง

วิถีพังงาที่แอบซ่อน เกาะพระทอง

วิถีพังงาที่แอบซ่อน เกาะพระทอง

จากจุดที่เราลงรถตรงนี้มีกล้วยไม้ป่าประจำถิ่น ที่ตอนนี้กายเป็นที่อยู่ของมดไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งลุงคนนำทางก็แกะข้างในให้เราดูด้วย และพื้นที่รอบๆ ตัวเราก็เต็มไปด้วย ป่าต้นเสม็ดขาว ซึ่งลำต้นจะมีเยื่อบางๆ ลอกออกมาได้ตลอดปี สมัยก่อนเอาไปทำขี้ไต้ สำหรับเป็นเชื้อไฟหุงต้มในครัวเรือน ปัจจุบันเปลือกต้นเสม็ดเอาไปทำกระดาษ ส่วนด้านล่างมีหญ้าขึ้นอยู่มากมาย หลายคนถอดรองเท้าเดินและนั่งลงไปบนหญ้าชิวไปอีกแบบ

 

วิถีพังงาที่แอบซ่อน เกาะพระทอง

วิถีพังงาที่แอบซ่อน เกาะพระทอง

วิถีพังงาที่แอบซ่อน เกาะพระทอง

วิถีพังงาที่แอบซ่อน เกาะพระทอง

เราขึ้นรถเพื่อไปอีกจุดที่มองเห็น ทุ่งหญ้าสะวันนา ได้กว้างไกลสุดสายตา โดยมีต้นเสม็ดขาวกระจายอยู่เป็นหย่อมๆ คล้ายทุ่งหญ้าซาฟารี แต่ชาวบ้านที่นี่เรียกทุ่งหญ้าสะวันนาว่า หญ้าเสือหมอบ ต้นอ่อนของมันเป็นอาหารหลักของกวางบนเกาะ ทุกปีน้ำทะเลจะหนุนท่วมส่วนกลางของเกาะแล้วลดลงอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นหญ้าก็จะขึ้นครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 3 หมื่นไร่ และจากนั้นจะกลายเป็นทุ่งหญ้าสีทองในช่วงฤดูแล้งเริ่มตั้งแต่เดือน พ.ย.- เม.ย. แต่จะสวยที่สุดในช่วงเดือน ธ.ค.- ม.ค. แม้ว่าช่วงที่เราไปจะไม่ใช่ช่วงเวลาที่สวยที่สุด แต่ทุ่งหญ้าที่อยู่ตรงหน้าเราตอนนี้ก็ทำให้เราลืมร้อนไปชั่วขณะ

 

วิถีพังงาที่แอบซ่อน เกาะพระทอง

วิถีพังงาที่แอบซ่อน เกาะพระทอง

วิถีพังงาที่แอบซ่อน เกาะพระทอง

วิถีพังงาที่แอบซ่อน เกาะพระทอง

แดดที่ส่องมาเป็นระยะๆ ในช่วงเวลาเกือบเที่ยงแบบนี้ทำให้ใครหลายคนถอดใจและไม่อยากที่จะทำอะไร แต่ไม่ใช่กับพวกเราแน่นอน อุปกรณ์กันแดดที่เตรียมมา ทั้งหมวก ผ้า และร่ม ถูกใช้พร้อมๆ กัน เพื่อกันแดดและใช้เป็นพร็อพในการถ่ายรูปท่ามกลางทุ่งหญ้าสะวันนา สีตัดกันอย่างลงตัว ประหนึ่งว่ามาถ่ายแบบกันเลย

ในปัจจุบันเกาะพระทองมีสภาพเงียบเหงาเพราะหลังจากที่เกิดเหตุการณืสึนามิ ขึ้นเกาะ พ.ศ. 2547 ประชากรก็หายไปกว่าครึ่ง และบางส่วนก็อพยพออกไป ดังนั้นคนที่จะมายังเกาะแห่งนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติ ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และเรียนรู้วิถีชุมชนจริงๆ

 

วิถีพังงาที่แอบซ่อน เกาะพระทอง

วิถีพังงาที่แอบซ่อน เกาะพระทอง

วิถีพังงาที่แอบซ่อน เกาะพระทอง

วิถีพังงาที่แอบซ่อน เกาะพระทอง

เราขึ้นรถเพื่อไปยังthe moken eco village เพื่อทานมื้อเที่ยง บรรยากาศเป็นส่วนตัวและแยกออกเป็นสัดส่วนได้อย่างดี ที่นั่งริมชายหาดที่ลมพัดตลอดเวลา ทำให้คลายร้อนจากแสงแดดได้ดี สีเขียวจากใบผักบุ้ง และสีชมพูของดอกตัดกับสีของพื้นทรายได้อย่างลงตัว ส่วนชายหาดอีกฝั่งก็มีประติมากรรมก้อนหินการวางซ้อนบนท่อนไม้ที่หักและผุพังไปตามกาลเวลากลายเป็นรูปทรงต่างๆ ได้อย่างน่าสนใจ ตัดกับสีฟ้าของน้ำทะเล

 

วิถีพังงาที่แอบซ่อน เกาะพระทอง

วิถีพังงาที่แอบซ่อน เกาะพระทอง

วิถีพังงาที่แอบซ่อน เกาะพระทอง

วิถีพังงาที่แอบซ่อน เกาะพระทอง

มื้อเที่ยงที่ถูกจัดเตรียมรอรับพวกเราพร้อมแล้ว แม้ว่าจะมีหลายเมนูที่คุ้นเคยอยู่บ้าง แต่ก็มีหลายเมนูที่สะดุดตาตั้งแต่หน้าตาและชื่อ อย่าง ผักลิ้นห่านต้มกะทิ ซึ่งหารับประทานยากมาก เราก็เชื่อว่ายากจริง เพราะแม้นว่าจะเคยมาเที่ยวทะเลทางใต้บ่อยๆ แต่นี่เป็นครั้งแรกกับการได้ยินชื่อผักชนิดนี้ “ผักลิ้นห่าน” หรือที่คนเก่าแก่เรียกว่า “ผักหลักไก่” หรือคนภูเก็ต-พังงา ออกสำเนียงเป็น “ผักลิ้นหาน” น่าจะมีมาตั้งแต่โบราณแล้ว แต่ไม่น่าเชื่อว่าปัจจุบันนี้ ผักลิ้นห่านใกล้จะสูญพันธุ์ และจัดเป็นผักที่หายากอีกชนิดหนึ่ง อันเนื่องมาจากชายฝั่งทะเลอันดามันได้เปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง แต่ที่นี่ เกาะพระทองกลับมีผักชนิดนี้ขึ้นอยู่มากมาย ตามร่มไม้ หรือขึ้นแซมปะปนกับเถาผักบุ้งทะเล

 

วิถีพังงาที่แอบซ่อน เกาะพระทอง

วิถีพังงาที่แอบซ่อน เกาะพระทอง

วิถีพังงาที่แอบซ่อน เกาะพระทอง

วิถีพังงาที่แอบซ่อน เกาะพระทอง

ก่อนที่จะลงเรือเพื่อไปดำน้ำต่อ เราได้เดินไปชมห้องพักต่างๆ ของ the moken eco village ด้วย ซึ่งแม่ของเจ้าของพาเราเดินชมด้วยตัวเอง ซึ่งที่นี่มีแนวคิดในการทำให้เป็นอีโครีสอร์ท โดยให้ความสำคัญกับการลดการใช้พลังงาน อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และให้ความสำคัญกับสังคม อย่างเช่น ไฟฟ้า ที่ใช้ในรีสอร์ทก็มาจากแผงโซล่าเซลล์ที่อยู่ข้างบ้านของแต่ละหลัง ปลั๊กไฟภายในห้องก็เป็นหัวปลั๊กแบบ USB ที่ใช้ไฟฟ้ากระแสตรง ห้องพักจะไม่มีโทรทัศน์และเครื่องปรับอากาศ เพราะสามารถเปิดหน้าต่างรับลมเย็นๆ ได้เลย ซึ่งห้องพักของที่นี่มีการตกแต่งด้านใน และชื่อที่แตกต่างกัน รวมทั้งใช้วัสดุท้องถิ่นในการสร้างด้วย เป็นการบอกเล่าเรื่องราวของเกาะพระทองให้ผู้เข้าพักได้ซึมซับไปในตัว คือ กวาง ผักบุ้งทะเล มอแกน ดองดึง ลิ้นห่าน เหมืองแร่ กาหยี สะวันนา ปาหนัน นกเงือก และปูเสฉวน

     the moken eco village

ที่อยู่ : บนเกาะพระทอง อ.คุระบุรี จ.พังงา

เบอร์ติดต่อ :08-1895-6186, 09-9126-9296

เว็บไซต์ : www.mokenecovillage.com

 

วิถีพังงาที่แอบซ่อน เกาะพระทอง

วิถีพังงาที่แอบซ่อน เกาะพระทอง

วิถีพังงาที่แอบซ่อน เกาะพระทอง

วิถีพังงาที่แอบซ่อน เกาะพระทอง

อาหารมื้อเที่ยงเริ่มย่อยไปตอนที่เราเดินดูบ้านพัก และเราก็พร้อมลงเรืออีกครั้งเพื่อไปดำน้ำดูปะการังกัน ซึ่งเราเดินไปทางหาดอีกฝั่งของที่พักเพื่อขึ้นเรือที่จอดเทียบท่ารอเราอยู่แล้ว ชายหาดตรงนี้ค่อนข้างกว้างและยาวไม่แพ้หาดหน้ารีสอร์ทเลย แม้ว่าแสงแดดยามบ่ายจะแรงมาก แต่ก็มีลมพัดมาเป็นระยะๆ ให้เราได้ชื่นใจในระหว่างที่เดินไปลงเรือ ทุกคนขึ้นเรือจนครบ และเรือได้แล่นออกจากฝั่งไม่นานก็มาถึงจุดดำน้ำจุดแรก

 

วิถีพังงาที่แอบซ่อน เกาะพระทอง

วิถีพังงาที่แอบซ่อน เกาะพระทอง

วิถีพังงาที่แอบซ่อน เกาะพระทอง

วิถีพังงาที่แอบซ่อน เกาะพระทอง

หลังจากสวมชูชีพ เรียนรู้การใช้อุปกรณ์แล้ว เราก็ทยอยลงน้ำที่หลังเรือทีละคน โดยมีพี่ๆ ดูแลเราอยู่ใกล้ๆ แต่ด้วยคลื่นน้ำทะเลที่ค่อนข้างแรง ทำให้ช่วงแรกที่ลงไปเราต้องปรับตัวกันอยู่นานกว่าจะนิ่ง พอปรับตัวได้แล้ว และคนที่จะดำน้ำก็ลงมาครบแล้ว พี่ๆ ไกด์ก็นำเราไปจุดที่มีปะการังต่างๆ ส่วนใครที่ไม่ลงก็นั่งรออยู่บนเรือชิวๆ ไป

 

วิถีพังงาที่แอบซ่อน เกาะพระทอง

วิถีพังงาที่แอบซ่อน เกาะพระทอง

วิถีพังงาที่แอบซ่อน เกาะพระทอง

วิถีพังงาที่แอบซ่อน เกาะพระทอง

จุดแรกที่เราลงไปดำน้ำ ค่อนข้างขุ่นและมองไม่ค่อยเห็นปะการังสักเท่าไร ซึ่งพี่ๆ ก็พยายามชี้ให้เราเห็น จนบางครั้งต้องดำลงไปดูใกล้ๆ ซึ่งก็มีบางช่วงที่เราได้เห็นปลาบ้าง แม้ว่าพี่ไกด์จะชี้ให้เราดูกัลปังหาแต่การดูจุดนี้นอกจากน้ำขุ่น คลื่นก็แรง ดูทุลักทุเลมากในการดำน้ำ แต่เราก็ใช้ความพยายามในหลายๆ รอบ เพื่อดำลงไปดูยังจุดที่พี่ๆ ไกด์พยายามชี้ให้ดู จนในที่สุดเราก็ได้เห็นกัลปังหาตรงจุดที่พี่เขาพยายามชี้ให้ดู แต่ตรงนี้ก็มีจำนวนไม่มากเท่าไร

 

วิถีพังงาที่แอบซ่อน เกาะพระทอง

วิถีพังงาที่แอบซ่อน เกาะพระทอง

วิถีพังงาที่แอบซ่อน เกาะพระทอง

วิถีพังงาที่แอบซ่อน เกาะพระทอง

หลังจากที่เราทำการย้ายจุดดำน้ำไปอีกจุด เพื่อหวังจะได้เห็นกัลปังหาห้าสี ที่พี่ๆ เขาบอกว่าส่วนใหญ่ที่มาดำจะเห็น และทุกอย่างน่าจะเป็นความโชคดีของเราแล้ว เพราะอย่างน้อยจุดนี้คลื่นก็ไม่ค่อยแรง และน้ำค่อนข้างใส พอพี่ไกด์ชี้ให้เราว่าจุดไหนมีบ้างเราก็ไล่ตามไปดู และก็เห็นกัลปังหาที่อยู่ตามโขดหินปลิวไสวไปตามสายน้ำที่พัดไปมา หยอกล้อกับปลานานาชนิดที่แวะเวียนมาทักทาย มันยิ่งทำให้เราดูกัลปังหาห้าสีกันเพลินเลย ซึ่งอันที่ทำให้เราตื่นเต้นน่าจะเป็นกัลปังหาสีทอง

 

วิถีพังงาที่แอบซ่อน เกาะพระทอง

วิถีพังงาที่แอบซ่อน เกาะพระทอง

วิถีพังงาที่แอบซ่อน เกาะพระทอง

วิถีพังงาที่แอบซ่อน เกาะพระทอง

หลังจากกลับขึ้นฝั่งก็เป็นเวลาเย็นมากแล้ว เรามุ่งหน้าไปยังร้านครัวใบเตยเพื่อทานมื้อเย็น ซึ่งร้านนี้ได้รับคัดเลือกจาก Michelin Guide ประเภท The Plate ติด 1 ใน 4 ร้าน ที่ เป็นร้านอาหารคุณภาพดีที่ใช้วัตถุดิบสดใหม่และปรุงอย่างพิถีพิถัน จัดมาแต่ละอย่างนี่เด็ดๆ ทั้งนั้น จนเต็มโต๊ะ ลายตาไปหมด เรียกว่าไม่รู้จะเลือกตักจานไหนก่อนเลย ซึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้ อย่างแกงใต้รสจี๊ด น้ำพริกรสแซ่บกับผักสดพื้นบ้านนานาชนิดที่ต้องมี และที่พลาดไม่ได้ต้องสั่งคือยำกุ้งฟูเครื่องแน่น รสชาติกลมกล่อม แต่ท้ายที่สุดแล้วใครจะไปคิดว่าการมาใต้จะเด็ดแค่อาหารรสจัด อย่างเดียว เพราะยังมีเมนูที่หาทานยากอย่าง หัวปลาต้มเผือก ให้ได้ลองชิมและต้องยกนิ้วให้สำหรับเมนูนี้เลย เพราะทำได้อย่างลงตัว เรียกว่าอยู่โต๊ะไหนก็หมด อิ่มอร่อย กลับที่พักอย่างสบายใจ

ร้านครัวใบเตย

ที่อยู่ : 2/29 หมู่ 2 ตำบล บางนายสี อำเภอ ตะกั่วป่า พังงา 82110

เบอร์ติดต่อ : 081 719 3689

อ่านเรื่องราววันสุดท้ายที่พังงา คลิก http://www.rsatieow.com/คลองสังเน่ห์-วิถีพังงาท/

Comments

comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น