Menu

ระนอง เมืองเล็กๆ ที่อยู่ในใจเราไปอีกนาน

เที่ยวระนอง อาสาเที่ยว

อาสาเที่ยวระนอง ตอนที่3

เมืองเล็กๆ ที่อยู่ในใจเราไปอีกนาน

11 โมงกว่า เพียงไม่นานก็ถึงท่าเรือช่วงก่อนเที่ยง แดดแรง ลมร้อน ซัดเข้ามาอย่างจัง แค่โดนตัวก็แสบไปหมดละ พอเรือจอดปุ๊บก็รีบขึ้นและขนกระเป๋าไปไว้บนรถในเวลาไม่ถึง 5 นาที เที่ยงพอดีเราก็อยู่บนรถกับแอร์เย็นฉ่ำกันเรียบร้อย รู้สึกดีขึ้นมาหน่อย เพื่อมุ่งหน้าสู่จุดหมายต่อไปคือคลองบางริ้น แพยางถูกเตรียมไว้รอพวกเราแล้ว พอไปถึงก็จับคู่แล้วก็ช่วยกันพายได้เลย แต่การพายแพยางแบบนี้ 2 คน มันไม่ถนัดและดูทุลักทุเลมากเลย น้ำก็นิ่งมาก ช่วงแรกน้ำก็ตื้นมาก ยอมเสียสละลงไปเดินลากแพยางเลยเพราะพายก็วนไปวนมาหลายรอบ จนพอจับจุดได้ ตั้งหลักในการพายสองคนลงตัวแล้วก็ช่วยกันพายไปเรื่อยๆ สองฝั่งเต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ ทำให้เพลินตา สบายใจไปเรื่อยๆ แต่กว่าจะถึงจุดหมายก็ใช้เวลาเกือบชั่วโมงกว่าจะได้ขึ้นฝั่ง ท้องก็เริ่มร้องแล้ว ดีนะที่มาถึงก็มีผ้าเย็น และแตงโมให้กิน กับขนมอีกหลายอย่างรองท้องสักหน่อย

เที่ยวระนอง อาสาเที่ยว

เที่ยวระนอง อาสาเที่ยว

เที่ยวระนอง อาสาเที่ยว

เที่ยวระนอง อาสาเที่ยว

เที่ยวระนอง อาสาเที่ยว

เที่ยวระนอง อาสาเที่ยว

เที่ยวระนอง อาสาเที่ยว

เที่ยวระนอง อาสาเที่ยว

เที่ยวระนอง อาสาเที่ยว

หลังจากนั้นก็มุ่งตรงไปที่ร้านคุ้นลิ้น เพื่อกินมื้อเที่ยงที่เลยเที่ยงมานานหลายชั่วโมงละ ที่นี่ต้อนรับเราด้วยปูนิ่มสติ๊กเรียกน้ำย่อยเบาๆ พอนั่งโต๊ะแล้ว อาหารก็เริ่มทยอยมาเสิร์ฟจนเต็มโต๊ะ อย่างใบเหลียงผัดไข่ ปลาทูทอดกะปิ กุ้งซอสมะขาม น้ำพริกผักสด ปลาลุมพุกลุยสวน หมูค้องระนอง และอื่นๆ อีกมากมาย รวมทั้งน้ำผักเหลียงปั่นสูตรพิเศษ และน้ำสองใจแค่เห็นแก้วก็ชอบแล้ว ที่นี่ยังมีมุมให้ถ่ายรูป และพร็อบต่างๆ ที่มีมาให้เล่นเรื่อยๆ รวมทั้งการเต้นท์ของพนักงานก็ทำให้เราอดใจไม่ไหวที่จะร่วมเต้นท์ด้วย อาหารอร่อยกิจกรรมสนุก รู้ตัวอีกทีแน่นท้องมาก อิ่มมาก แน่นมาก

คุ้นลิ้น ระนอง อาสาเที่ยว

คุ้นลิ้น ระนอง อาสาเที่ยว

คุ้นลิ้น ระนอง อาสาเที่ยว

คุ้นลิ้น ระนอง อาสาเที่ยว

คุ้นลิ้น ระนอง อาสาเที่ยว

คุ้นลิ้น ระนอง อาสาเที่ยว

คุ้นลิ้น ระนอง อาสาเที่ยว

คุ้นลิ้น ระนอง อาสาเที่ยว

คุ้นลิ้น

4 โมงเราออกจากร้านอาหารคุ้นลิ้นเพื่อไปท่าเรือประภาคารเตรียมล่องเรือ เดอะรอยัลอันดามัน เรือโบราณสุดคลาสสิกแสนเก๋ ล่องชมเมืองเล็กๆ แสนอบอุ่นที่จะพาเราย้อนอดีตกลับไปสู่ยุคเหมืองแร่ในปี ร.ศ. 109 ครั้งที่ ร.5 เสด็จประพาสแหลมมาลายู ซึ่งเราได้รับการต้อนรับตั้งแต่ก้าวเท้าขึ้นเรือด้วยพวงมาลัยดอกไม้คล้องคอให้ทุกคน พร้อมเสียงต้อนรับและรอยยิ้มจากพนักงาน ล่องเรือย้อนเวลาก็ต้องแต่งกายให้เข้ากันด้วย ผู้ชายมีหมวกกับเสื้อให้ใส่ แต่ผู้หญิงนอกจากผ้าถุง เสื้อคลุมก็ยังมีเครื่องประดับอีกมากมาย ซึ่งพวกเราก็สนุกกับการแต่งตัว เพราะมันคงไม่ได้ทำแบบนี้บ่อยๆ เราออกไปนั่งชมวิวสองข้างทางตรงหัวเรือบ้าง ท้ายเรือบ้าง ชิวๆ อินๆ กับบรรยากาศกันไปจนพระอาทิตย์เริ่มตกดิน แสงช่วงนี้สวยมาก ทุกคนกลับไปรวมตัวกันที่หัวเรืออีกครั้งก่อนแยกย้ายไปนั่งโต๊ะอาหาร

เรือย้อนยุค ระนอง อาสาเที่ยว

เรือย้อนยุค ระนอง อาสาเที่ยว

เรือย้อนยุค ระนอง อาสาเที่ยว

เรือย้อนยุค ระนอง อาสาเที่ยว

เรือย้อนยุค ระนอง อาสาเที่ยว

เรือย้อนยุค ระนอง อาสาเที่ยว

เรือย้อนยุค ระนอง อาสาเที่ยว

เรือย้อนยุค ระนอง อาสาเที่ยว

เรือย้อนยุค ระนอง อาสาเที่ยว

แสงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว เมนูอาหารก็เริ่มทยอยมาเสิร์ฟ เริ่มจาก ข้าวมันลอกอย่อ เป็นอาหารโบราณที่เราไม่เคยเห็นและไม่เคยกิน เสิร์ฟมาในถ้วยใบตองที่แบ่งเป็นข้าวมันสีเขียว ส้มตำ ใบมะยมและปลาเค็มทอด นำทุกอย่างใส่ใบมะยมกินเป็นคำๆ

ลอหมี่ปู เป็นอีกจานที่เป็นอาหารโบราณแยกออกมาเป็นสองส่วน ส่วนที่อยู่ในจานคล้ายบะหมี่แห้ง อีกส่วนเป็นน้ำข้นๆ พอเทลงไปผสมเข้าด้วยกันกลมกล่อม

ท้องที่ยังอิ่มอยู่เริ่มแน่นขึ้นเรื่อยๆ แต่โชคดีที่สองเมนูที่ผ่านมาจานไม่ใหญ่ แต่พอกุ้งรอยัลอันดามันมาเสิร์ฟก็เริ่มมองหน้ากันแต่มีแค่ตัวเดียวน่าจะยังไหว จัดมาในแก้วที่ข้างล่างมีสลัดผัด พร้อมกับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสแซ่บ

ต่อด้วยปูม้านึ่ง และปลาหมึกย่าง ที่ตอนนี้หลายคนนิ่งสนิทเพราะอิ่มมาก แต่เราก็ยังได้ชิมขนมน้ำหอม ซึ่งเป็นขนมโบราณ แบ่งเป็น 3 ส่วน คือส่วนที่เป็นเส้นคล้ายลอดช่องแต่เป็นสีม่วง น้ำเชื่อมที่มีกลิ่นหอมมาก เติมน้ำแข็งเข้าไป สดชื่น

ปิดท้ายด้วยการสัมผัสประเพณีโบราณของชาวเรือระนอง ก่อนขึ้นจากเรือคือ “ลอยพรกพร้าว” เพื่อขอบคุณพระแม่คงคาและขอพรเพื่อความสุขในชีวิต เป็นกะลามะพร้าวใส่ดอกไม้และจุดเทียน ปล่อยลอยลงน้ำ

เรือย้อนยุค ระนอง อาสาเที่ยว

เรือย้อนยุค ระนอง อาสาเที่ยว

เรือย้อนยุค ระนอง อาสาเที่ยว

เรือย้อนยุค ระนอง อาสาเที่ยว

เรือย้อนยุค ระนอง อาสาเที่ยว

เรือย้อนยุค ระนอง อาสาเที่ยว

เรือย้อนยุค ระนอง อาสาเที่ยว

เรือย้อนยุค ระนอง อาสาเที่ยว

เรือย้อนยุค ระนอง อาสาเที่ยว

เรือย้อนยุค ระนอง อาสาเที่ยว

เราขึ้นจากเรือมาตอน 3 ทุ่ม นั่งรถกลับที่พักคืนนี้ของเรา โรงแรมรัตนสินเป็นโรงแรมสามชั้นแห่งแรกของจังหวัดระนอง ยังคงเสน่ห์ความคลาสสิกสมัยเก่าผสมผสานแนววินเทจได้เป็นอย่างดี สะดวกสบายเพราะตั้งอยู่ใจกลางเมืองที่มีรถโดยสารวิ่งผ่าน มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันและตอนนี้บริหารโดยทายาทรุ่นที่ 4 ที่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวสู่เมืองระนองด้วยมิตรไมตรีที่ดี

โรงแรมรัตนสิน อาสาเที่ยว

โรงแรมรัตนสิน อาสาเที่ยว

โรงแรมรัตนสิน อาสาเที่ยว

โรงแรมรัตนสิน อาสาเที่ยว

เราออกจากที่พักตอน 6 โมงครึ่ง เพื่อไปที่บ้านร้อยปีเทียนสือ เพื่อทานข้าวเช้า ที่มีทั้งโจ๊ก ก๋วยจั๊บ ไข่กระทะ บะกุ๊ดเต๋ ฯลฯ ชาร้อน ชาเย็น สั่งกันไม่ยั้ง จัดหนักจัดเต็มกันไป เพราะมื้อเช้าสำคัญ และได้ชิมขนมอั้งกู๋ (ขนมเต่า) เป็นขนมของคนเชื้อสายจีน มีไส้ประกอบด้วยถั่วทอง น้ำตาล นิยมนำมาเป็นเครื่องบวงสรวงในพิธีต่างๆ มีความหมายว่า ให้มีอายุมั่นขวัญยืน หลังจากนั้นเราก็เดินชมบ้าน ฟังประวัติจากโกศุก เป็นทายาทรุ่นที่ 6 ซึ่งก่อนหน้านี้บ้านหลังนี้ถูกปิดมานานกว่า 120 ปี แต่ตอนนี้ได้เปิดเพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้เข้ามาศึกษา ที่สำคัญเข้าชมฟรี

บ้านร้อยปีเทียนสือ อาสาเที่ยว

บ้านร้อยปีเทียนสือ อาสาเที่ยว

บ้านร้อยปีเทียนสือ อาสาเที่ยว

บ้านร้อยปีเทียนสือ อาสาเที่ยว

บ้านร้อยปีเทียนสือ อาสาเที่ยว

บ้านร้อยปีเทียนสือ อาสาเที่ยว

บ้านร้อยปีเทียนสือ อาสาเที่ยว

บ้านร้อยปีเทียนสือ อาสาเที่ยว

หลังจากนั้นเราก็ออกไปปั่นจักรยานชมเมืองระนองจนไปถึง สวนสาธารณะ “รักษะวาริน” ก็พอได้เหงื่อกันไป

ปั่นจักรยานชมเมืองระนอง อาสาเที่ยว

ปั่นจักรยานชมเมืองระนอง อาสาเที่ยว

ปั่นจักรยานชมเมืองระนอง อาสาเที่ยว

ปั่นจักรยานชมเมืองระนอง อาสาเที่ยว

ปั่นจักรยานชมเมืองระนอง อาสาเที่ยว

ปั่นจักรยานชมเมืองระนอง อาสาเที่ยว

ปั่นจักรยานชมเมืองระนอง อาสาเที่ยว

ปั่นจักรยานชมเมืองระนอง อาสาเที่ยว

ปั่นจักรยานชมเมืองระนอง อาสาเที่ยว

ปั่นจักรยานชมเมืองระนอง อาสาเที่ยว

ปั่นจักรยานชมเมืองระนอง อาสาเที่ยว

หลังจากนั้นเราก็ไปร่วมเล่นโยคะร้อนพร้อมกับธิดาน้ำแร่ระนอง พร้อมกับกินไข่ออนเซน ของเด็ดที่นี่อีกอย่างเมื่อมาที่บ่อน้ำแร่ เราออกจากร้านอาหารคุ้นลิ้นตอน 10 โมง

รักษะวาริน อาสาเที่ยว

รักษะวาริน อาสาเที่ยว

รักษะวาริน อาสาเที่ยว

รักษะวาริน อาสาเที่ยว

รักษะวาริน อาสาเที่ยว

รักษะวาริน อาสาเที่ยว

รักษะวาริน อาสาเที่ยว

หลังจากนั้นก็ไปนั่งสองแถวไม้รถยุคเหมืองแร่โบราณ เที่ยวย้อนรอยเมืองระนอง

สองแถวไม้รถย้อนยุค อาสาเที่ยว

สองแถวไม้รถย้อนยุค อาสาเที่ยว

สองแถวไม้รถย้อนยุค อาสาเที่ยว

สองแถวไม้รถย้อนยุค อาสาเที่ยว

สองแถวไม้รถย้อนยุค อาสาเที่ยว

มุ่งหน้าไปศาลเจ้าต่ายเต๊เอี๋ย ซึ่งเราใช้เวลานั่งรถไปแค่ 20 นาที

ศาลเจ้าต่ายเต๊เอี๋ย อาสาเที่ยว

ศาลเจ้าต่ายเต๊เอี๋ย อาสาเที่ยว

ศาลเจ้าต่ายเต๊เอี๋ย อาสาเที่ยว

ศาลเจ้าต่ายเต๊เอี๋ย อาสาเที่ยว

เราออกจากที่นี่ 11โมงครึ่ง มุ่งหน้าไปยังพระราชวังรัตนรังสรรค์จำลอง เพียงแค่ไม่กี่นาทีก็ถึง แล้วพอเที่ยงกว่าๆ ก็มาทานข้าวที่ครัวเจริญระนอง โดยอาหารเป็นแนวอาหารจีน บรรยากาศร้อนๆ ก่อนหน้านี้หายไปละ เพราะอยู่ดีดีฝนก็ตก ฝนแปดแดดสี่จริงๆ เมืองนี้ แต่ฝนก็ตกได้ไม่นานก็หยุด แดดกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง

พระราชวังรัตนรังสรรค์จำลอง อาสาเที่ยว

พระราชวังรัตนรังสรรค์จำลอง อาสาเที่ยว

พระราชวังรัตนรังสรรค์จำลอง อาสาเที่ยว

พระราชวังรัตนรังสรรค์จำลอง อาสาเที่ยว

บ่ายโมงครึ่งเราเดินทางไปยังโรงซีอิ้วจูนสิน ตรานกแก้ว เครื่องปรุงสูตรโบราณต้นตำหรับที่อยู่คู่กับคนระนองมาอย่างยาวนาน ซึ่งเราได้เรียนรู้กรรมวิธิการทำแบบดั้งเดิมตั้งแต่เริ่มขั้นตอนแรกจนเป็นซีอิ้วพร้อมบรรจุขวดเพื่อส่งขาย และเราก็ได้ชิมเมนู “ปลาเต๋าซี” ปลาทอดราดน้ำเต้าหู้ดำ ส่วนอีกเมนูที่พลาดไม่ได้คือหมูค้อง ซึ่งทั้งสองเมนูมีส่วนผสมของซีอิ้วตรานกแก้วด้วย เด็ดทั้งคู่ ชิมกันจนเกลี้ยงจานเสียดายถ้ามีข้าวคงดีกว่านี้ หลังจากนั้นเราก็ร่วมทำซาลาเปาทับหลีของเด็ดอีกอย่างของระนอง มีหลากหลายไส้ ทั้งไส้หมู และไส้ต่างๆ อีกมากมาย ช่วยกันทำหลายคนสนุกดี ของใครเสร็จก็เตรียมเอาไปนึ่ง ซึ่งพี่ๆ เขาก็มีส่วนที่นึ่งสุกแล้ว ให้ชิมด้วย อร่อยเด็ด!!! ทุกไส้จริงๆ ขนาดบ่นว่าอิ่มๆ นะแต่ก็หยุดชิมไม่ได้

โรงซีอิ้วจูนสิน ตรานกแก้ว อาสาเที่ยว

โรงซีอิ้วจูนสิน ตรานกแก้ว อาสาเที่ยว

โรงซีอิ้วจูนสิน ตรานกแก้ว อาสาเที่ยว

โรงซีอิ้วจูนสิน ตรานกแก้ว อาสาเที่ยว

โรงซีอิ้วจูนสิน ตรานกแก้ว อาสาเที่ยว

โรงซีอิ้วจูนสิน ตรานกแก้ว อาสาเที่ยว

เราออกจากที่นี่บ่ายสาม พร้อมกับอาการแน่นท้องกันทุกคน มุ่งหน้าไปยังร้านวัชรี ร้านขายของฝากที่มีการแปรรูป “กาหยู” หรือที่เราเรียกมะม่วงหิมพานต์ แค่ครึ่งชั่วโมงก็ถึงแล้ว เราเดินอ้อมด้านข้างเพื่อไปด้านหลังดูกรรมวิธีการทำแบบดั้งเดิม เริ่มตั้งแต่การปลูก เก็บมาเผา กระเทาะเปลือก ซึ่งแต่ละอย่างล้วนแล้วแต่ต้องใช้เวลาและความอดทน บวกความชำนาญ กว่าจะได้แต่ละเม็ดต้องผ่านหลายขั้นตอนมาก นอกจากเก็บเม็ดไปทำแล้ว หลายคนก็เลยขอชิมผลมันด้วย สีผลแดงสวยน่าชิมมาก แต่รสชาดต้องไปชิมกันเอาเองนะ หลังจากนั้นเราก็ซื้อของฝากรวมทั้งชิมน้ำกาหยู ที่มีทั้งกาหยูโซดา กาหยูนมสด หลายคนติดใจจนต้องยกนิ้วให้

กาหยู ระนอง อาสาเที่ยว

กาหยู ระนอง อาสาเที่ยว

กาหยู ระนอง อาสาเที่ยว

กาหยู ระนอง อาสาเที่ยว

กาหยู ระนอง อาสาเที่ยว

เราออกจากที่นี่ก็เกือบ 5 โมงแล้ว เพื่อไปภูเขาหญ้า แต่เราก็แวะไปไหว้พระที่วัดหงาวซึ่งอยู่ใกล้ๆ หน้าวัดสามารถมองเห็นน้ำตกหงาวบนเขาไกลๆ เสียดายถ้าตอนนี้มีน้ำคงสวยและอลังกาลมากกว่านี้ เรามาถึงภูเขาหญ้า ตอนแสงพระอาทิตย์อ่อนแรงแล้ว และเวลานี้ที่นี่ก็เต็มไปด้วยผู้คนทั้งนักท่องเที่ยวอย่างเราและชาวเมืองระนองที่มาพักผ่อน พวกเรามีเวลาไม่มากก็เลยได้แค่ถ่ายรูปและเล่นว่าวอยู่ข้างล่าง เสียดายที่ลมน้อยไปหน่อยการเล่นว่าวก็เลยเหนื่อยเพราะต้องวิ่งเยอะไปหน่อย แต่ก็สนุกดีเหมือนได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง

ภูเขาหญ้า ระนอง อาสาเที่ยว

ภูเขาหญ้า ระนอง อาสาเที่ยว

ภูเขาหญ้า ระนอง อาสาเที่ยว

ภูเขาหญ้า ระนอง อาสาเที่ยว

ภูเขาหญ้า ระนอง อาสาเที่ยว

ภูเขาหญ้า ระนอง อาสาเที่ยว

ภูเขาหญ้า ระนอง อาสาเที่ยว

ภูเขาหญ้า ระนอง อาสาเที่ยว

ภูเขาหญ้า ระนอง อาสาเที่ยว

ภูเขาหญ้า ระนอง อาสาเที่ยว

ภูเขาหญ้า ระนอง อาสาเที่ยว

เป็นทริปที่ทำให้เรารู้จักระนองมากขึ้น ทั้งแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลายและยังคงอุดมสมบูรณ์อยู่มาก โดยเฉพาะทะเลและเกาะต่างๆ สมแล้วที่เป็นจังหวัดที่ได้ชื่อว่าเป็นประตูสู่อันดามัน เพราะเป็นจังหวัดแรกของภาคใต้ที่อยู่ติดกับทะเลอันดามัน รวมไปถึงอาหารการกิน ที่จัดมาเต็ม อิ่มอร่อยทุกมื้อ ทุกเมนูจริงๆ มาที่นี่ไม่มีคำว่าหิว และที่ขาดไม่ได้ต้องกราบขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีอย่าง ผอ. วิ ททท.ชุมพร-ระนอง และผู้ประกอบการ ใจดีทุกๆท่าน ที่ดูแลเรา “อาสาเที่ยว” เป็นอย่างดี หากมีโอกาสจะกลับมาระนองอีกแน่นอน เพราะสิ่งที่เราไปเห็นไปสัมผัสที่เมืองระนองยังมีอีกหลายอย่าง ลองไปสักครั้ง แล้วระนองจะเป็นเมืองเล็กๆ ที่อยู่ในใจเราไปอีกนาน

One Reply to “ระนอง เมืองเล็กๆ ที่อยู่ในใจเราไปอีกนาน”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น