Menu

อาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกล

อาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกล

อาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกล

การได้ไปน้ำตกครั้งแรกตั้งแต่หลายคนเรียกว่าเปรโต๊ะลอซู จนถึงครั้งนี้ที่เรียกว่า ปี๊ตุ๊โกล ความงดงามไม่ต้องพูดถึง มันยังคงเป็นน้ำตกที่สูงที่สุดในประเทศไทย ยังคงเป็นสายน้ำสองสายที่ไหลมาบรรจบกันจนกลายเป็นรูปหัวใจ แต่การไปในแต่ละครั้งของเราต่างหากที่แตกต่างออกไป ทั้งเพื่อนร่วมทางและจุดมุ่งหมายในการไปด้วย

เรา คิด ว่า เรา ค้น พบ แนว ทาง ของ เราแล้ว
อา สา เที่ยว แค่ อยาก ให้ คน ไป เที่ยว ได้ อะไร มาก กว่า แค่ ไป เที่ยว

 

ทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกลทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกล

การไปชมน้ำตกที่สวยที่สุดก็คงจะต้องเป็นช่วงฤดูฝน ซึ่งหลายคนก็ยังคงไม่ชอบฤดูนี้ เพราะต้องเดินตากฝนที่ต้องเจอแน่ๆ ลุยโคลน เลอะเทอะ เฉอะแฉะ ไปทั้งตัวแน่นอน เดี๋ยวเดินบนบก ไม่นานก็ต้องลงน้ำที่เจอเป็นระยะๆ แต่เชื่อเถอะว่าน้ำตกที่งดงามรอเราอยู่ แค่ต้องใช้ความพยายามในการเอาชนะตัวเองให้ได้ก็พอ

 

อาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกลอาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกล

เป็นปกติไปแล้วกับการเดินทางยามค่ำคืนเพื่อใช้ให้มันคุ้มค่าที่สุด หลับบนรถไป เช้าก็ถึงแม่สอดและพร้อมสำหรับมื้อเช้าทันที ฝนเริ่มตกกระหน่ำลงมาตั้งแต่เรายังอยู่บนรถ ตรงไหนที่จอดสะดวกสุด และอาหารไม่ได้ทำยากอะไร อยู่ท้อง เราก็เลยจัด โรตีโอ่งที่ทำง่าย และใช้เวลาไม่นาน แผ่แผ่นแป้งที่เป็นก้อนกลมๆ ให้บางลงแล้วเอาไปแปะกับโอ่งร้อนๆ

กลิ่นโชยมา พร้อมเสิร์ฟให้พวกเราลองชิมกันไปคนละหลายแผ่น จิ้มนมข้นหวานบ้าง กินคู่กับชานมร้อนๆ หรือกาแฟก็เข้ากันได้ดี ใครไม่อิ่มก็ยังมีโรตีอื่นๆ ที่คุ้นเคยให้ได้สั่ง ใส่กล้วย ใส่ไข่ และอีกหลากหลาย หรือจะเพิ่มไข่ลวกอีกคนละฟองแค่นี้มื้อเช้าก็อิ่มจนแน่นไปหมดละ

 

อาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกลอาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกล

จากนั้นก็ขึ้นรถมุ่งหน้าไปอำเภออุ้มผางที่ต้องผ่าน 1219 โค้ง นั่งหลับกันบ้าง คุยกันบ้างจนผ่านไปครึ่งทาง ก็ถึงจุดพักรถที่อุ้มเปี้ยม ยืดเส้นยืดสายจนพอหายเมื่อยก็ขึ้นรถไปกันต่อ ยังมีโค้งรออยู่อีกเยอะ ระยะทางก็ทำให้หลายคนหลับไปได้หลายตื่น

ในที่สุดก็มาถึงอุ้มผางจนได้ ซึ่งก็เที่ยงพอดี และมื้อเช้าก็ย่อยแล้ว ลุยกันมื้อที่สองของวันนี้เลย ครัวป้าณี คือร้านที่เราตั้งใจเข้ามาลองผัดไทยรสเด็ด!!! ที่เด็ดสมชื่อ มีทั้งแบบธรรมดา หรือจะห่อไข่ก็ได้ แต่ละจานเครื่องเคียงเพียบทั้งผัก และแคบหมู แต่ร้านป้าก็ยังมีเมนูตามสั่งอีกมายให้เลือก ซึ่งแต่ละอย่างให้มาเยอะมาก อิ่มจนจุกกันไปเลย

 

อาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกลอาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกล

หลังจากนั้นเราก็เปลี่ยนรถเพื่อเดินทางต่อไปยังบ้านกุยเลอตอ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง เส้นทางจะแฉะและเละมากเป็นพิเศษในบางช่วง จึงทำให้เราถึงหมู่บ้านก็เย็นพอดี ซึ่งถึงเวลามื้อเย็นพอดีเช่นกัน แต่ครั้งนี้ต่างจากสองมื้อของวันคือ เราต้องช่วยกันทำอาหาร จากของที่เราซื้อเตรียมมาบางส่วนจากอุ้มผาง และบางส่วนจากร้านค้าที่นี่

ซึ่งก็เป็นเมนูง่ายๆ อย่างแกงหมูใส่มะเขือ ลูกชิ้นทอด ไข่เจียว และยำปลากระป๋อง กินคู่กับข้าวสวยร้อนๆ ที่หุงด้วยวิธีเช็ดน้ำ จากห้องครัวบ้านผู้ใหญ่ที่แค่เห็นก็ถึงกับร้องโอ้โห สมัยนี้หาดูยากมาก แต่คนที่นี่ยังใช้กันทุกวัน วันละหลายๆ ครั้ง ทำทุกอย่างรวดเร็วมาก ถ้าเป็นเราก่อไฟก็คงต้องใช้เวลานาน

มื้อเย็นเราล้อมวงกินด้วยกันท่ามกลางแสงไฟฉาย เพราะวันนี้เครื่องปั่นไฟเสีย ที่นี่ก็เลยมืดกว่าปกติ หลังจากกินอิ่มเราก็ทยอยอาบน้ำและแยกย้ายกันนอนตั้งแต่หัวค่ำ เพราะเหนื่อยจากการเดินทางมาทั้งวันและพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า

 

อาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกลอาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกล

พอแสงเริ่มส่องให้รู้ว่าเช้า พวกเราก็เริ่มตื่น อาบน้ำแต่งตัว และพร้อมแล้วกับภารกิจของวันนี้ ซึ่งผู้ใหญ่บ้านก็ตื่นตั้งแต่เช้าเพื่อเข้าครัวทำอาหารเช้าให้พวกเราเตรีมไว้พร้อมแล้วเช่นกัน

เราแค่ล้อมวงและจัดการกับเมนูที่อยู่ตรงหน้า อย่างน้ำพริกกากหมู ไข่เจียว และเมนูแกงกบที่ตั้งใจทำให้พวกเราชิมเป็นพิเศษ แม้ว่าเราจะไม่คุ้นเคยกับหน้าตามันสักเท่าไร เพราะตัวขนาดใหญ่เห็นได้จากขาที่มาเป็นน่องใหญ่ๆ แต่เรื่องรสชาติบอกเลยอร่อย

ท้องอิ่มแล้วเราก็มุ่งหน้าไปสำนักสงฆ์ที่มีแห่งเดียวของที่นี่ ซึ่งก็คือวัดอย่างที่คนเมืองอย่างเราๆ เรียกนั่นแหละ เราเข้าไปถวายของวันเข้าพรรษาที่เพื่อนๆ หลายคนฝากมาด้วยเช่นกัน ซึ่งเราถวายทั้งเทียน หลอดไฟ และไฟฉาย รับพรกันเรียบร้อยแล้ว ก็ไปร่วมกับน้องๆ เยาวชนต้นทะเล พี่ๆ ทหาร กับพี่ๆ ป่าไม้ ที่นั่งรออยู่แล้ว เพื่อไปช่วยกันปลูต้นไม้บริเวณข้างล่าง

 

อาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกลอาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกล

วันเข้าพรรษาที่ฝนตกปรอยๆ แต่ทุกคนก็ยังพร้อมใจรวมตัวกันมาช่วย รวมทั้งเราที่มาเพื่อปลูกต้นไม้ในวันเข้าพรรษาก่อนเข้าป่าสักหน่อย หลังจากได้อุปกรณ์ขุดดิน หนุ่มๆ ก็ลงมือขุดตามจุดที่ปักไว้เป็นแถวๆ หลุมขนาดพอเหมาะ เพื่อให้สาวๆ ปลูกต้นไม้ตามหลังไปติดๆ เช่นกัน

คนหนึ่งขุด คนหนึ่งปลูก ทำงานกันเป็นระบบ โดยไม่ต้องมีใครบอกใครว่าต้องทำอะไร ใครช่วยตรงไหนได้ก็เข้าไปทำได้เลย ฝนยังคงตกโปรยปรายลงมาเรื่อยๆ แต่เราก็พร้อมรับมือ ใส่หมวก กางร่ม และเสื้อกันฝน ปลูกต้นไม้ด้วยความสนุกสนาน

 

อาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกลอาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกล

ทุกคนหยิบต้นกล้าคนละต้น สองต้น ไปปลูกตามจุดที่ขุดหลุมไว้ พี่ๆ ป่าไม้ช่วยถือต้นกล้ามาให้เราปลูก เราก็แค่แกะถุงแล้วเอาลงดิน กลบให้แน่นๆ หน่อย ต้นแรกๆ ก็จะเก้ๆ กังๆ หน่อย แต่พอสักพักก็สบาย ส่งต้นกล้ามากี่ต้นก็ลงดินในเวลาไม่นาน ด้วยความร่วมมือจากอาสา น้องๆ เยาวชน พี่ๆ ทหาร รวมทั้งชาวบ้านที่มาช่วยร่วมแรงร่วมใจกัน ความสามัคคีเล็กๆ ช่วยกันคนละไม้ คนละมือ ปลูกไปท่ามกลางการพูดคุย และเสียงหัวเราะ

 

อาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกลอาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกล

จากความร่วมแรงร่วมใจจากทุกเพศ ทุกวัย ทำให้การปลูกต้นไม้เสร็จอย่างรวดเร็ว เรียงเป็นแถว สวยงาม ตอนนี้ก็แค่รอเวลา ดูแลรักษาเพื่อให้ต้นไม้เติบโตขึ้น ซึ่งในระหว่างที่ปลูกต้นไม้มีคุณยายคนหนึ่งที่ใส่หมวกมาช่วยปลูกโดดเด่นจนเราต้องเหลียวหันมอง หมวกคุณยายทั้งรูปทรงแปลกตาและสวยมาก จนหลายคนอดใจไม่ไหว ถึงขั้นไปถามและสั่งให้ทำกันเลยทีเดียว

พื้นที่ที่เตรียมไว้เต็มไปด้วยต้นไม้ที่ปลูกแล้วแต่ต้นกล้ายังพอมีเหลืออยู่นิดหน่อย เราก็เลยช่วยกันถือไปปลูกแซมกับต้นอื่นๆ อีกจุดที่อยู่ไม่ไกลกัน และใช้เวลาไม่นานก็เสร็จ หันมองหน้าแล้วยิ้มให้กัน เห็นแล้วชื่นใจจริงๆ

 

อาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกลอาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกล

หลังจากล้างไม้ล้างมือกันเรียบร้อย ก็มารวมตัวกันที่ใต้ถุนสำนักสงฆ์เพื่อคนเมืองจะชงกาแฟให้คนที่บ้านกุยเลอตอได้ชิมกันสดๆดยเริ่มทำตั้งแต่การบดเมล็ดที่ผ่านการคั่วมาแล้ว ซึ่งเราเตรียมเมล็ดมาจากหลากหลายที่ให้ได้ลองชิมทั้งกาแฟดำ กาแฟนม ชิมกันจนลืมคิดไปว่าคืนนี้จะได้หลับกันไหม

เราพยายามทำแต่ละขั้นตอนให้ช้าหน่อยเพื่อให้พี่ๆ ได้เห็นถึงขั้นตอนการทำด้วย เพราะคนในหมู่บ้านก็มีการปลูกกาแฟเช่นกัน แม้ว่าจะยังไม่มาก แต่เผื่อในอนาคตเราจะได้ชิมกาแฟของที่นี่ที่ปลูกเองและชงให้ชิมสดๆ

 

อาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกลอาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกล

หลังจากนั้นเราก็ให้ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านลองได้ชงกาแฟแบบทำเองทุกขั้นตอน ที่มีพวกเราคอยให้คำแนะนำอยู่ข้างๆ แม้ว่าจะยังดูไม่ค่อยถนัดและช้าไปบ้าง แต่กลับเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ โดยมีเด็กๆ มาดูแบบสนอกสนใจในการทำอย่างมาก ซึ่งก็ได้น้องๆ ที่ช่วยชิมกาแฟที่ผู้ช่วยชงครั้งแรกอีกด้วย จากนั้นเราช่วยกันเก็บอุปกรณ์ชงกาแฟและไปกินก๋วยเตี๋ยวในหมู่บ้านก่อนที่จะเตรียมตัวเดินเข้าน้ำตกปิ๊ตุ๊โกลกันแล้ว

 

อาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกลอาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกล

ซึ่งก่อนที่เราจะเดินเข้าน้ำตกต้องลงทะเบียนเพื่อเสียค่าเข้าก่อนคนละ 20 บาท เป็นธรรมเนียมอยู่แล้ว ใครอยากได้ลูกหาบก็ติดต่อที่นี่ได้เลย ซึ่งในจุดลงทะเบียนก็จะมีน้องๆ กลุ่มเยาวชนต้นทะเลมาอำนวยความสะดวกรอต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างเราๆ อยู่ตรงศาลาทางเข้าหมู่บ้านอยู่แล้ว ซึ่งในปีนี้ก็จะมีเพิ่มเติมการลงทะเบียนอีกอย่างคือ การลงทะเบียนขยะที่นำเข้าไปในน้ำตกอีกด้วย เพื่อลดขยะที่ตกค้างในบริเวณที่ตั้งแค้มป์

เพื่อต่อยอดครั้งก่อนตอนปิดฤดูกาลที่เด็กๆ และชาวบ้านเข้าไปขนขยะที่ตกค้างอยู่เป็นจำนวนมาก ใช้เวลาไม่นาน สามารถกรอกรายละเอียดแบบเป็นกลุ่มได้เลย มีแก้ว ขวด พลาสติก กระป๋อง หรือสิ่งของอื่นๆ ที่มันไม่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติก็ควรที่จะนำกลับออกมาน่าจะดีที่สุด ยิ่งแยกขยะจะยิ่งดีมากเลย เพราะที่นี่มีโรงแยกขยะเพื่อง่ายต่อการเก็บไว้แล้ว อะไรที่ขายได้จะได้นำรายได้ส่วนนี้มาพัฒนาหมู่บ้านได้อีกทาง

 

อาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกลอาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกล

เราไปถึงจุดเริ่มเดินแล้ว ซึ่งครั้งนี้เราไปตั้งแต่เปิดฤดูกาลฝนยังคงตกอย่างต่อเนื่อง ทำให้ชาวบ้านไปทำสะพานทางเดินเข้าไปน้ำตกอีกทาง บอกเลยว่าเลอะ แฉะ เปียก ตั้งแต่เริ่มต้น ไม่ต้องหวังเลยว่าจะหลบยังไง

แต่พอพ้นไปหน่อยเราก็จะเจอทุ่งนาที่เต็มไปด้วยต้นข้าวเขียวไปหมด ดูสดชื่นสบายตาจนลืมสนใจเรื่องรองเท้าเลอะไปเลย ซึ่งจุดนี้เราเดินตามๆ กันไปเป็นแถวๆ เพื่อไม่ให้ไปเหยียบโดนต้นกล้าจนเสียหายด้วย เดินกันไปช้าๆ อย่างมั่นคง

 

อาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกลอาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกล

จากนั้นก็มีปีนป่ายข้ามรั้วก่อนออกไปเจอป่ากล้วยที่ทางทั้งแฉะและลื่นมาก จนต้องมีคนคอยยืนช่วยเพื่อไม่ให้ลื่นไหลไป เกร็งเท้ากันสุดชีวิต กว่าจะผ่านรอดตรงนี้ไปได้ตะคริวเกือบขึ้นขา แต่สำหรับพี่นุแค่นี้สบาย รองเท้าบูทเสื้อกันฝน และสัมภาระส่วนตัว ไม่เป็นปัญหา ว่าแต่พี่ไปนอนกี่วันของเยอะจัง

เราเดินกันมาได้สักพัก รองเท้าเลอะ จนมองไม่ออกแล้วว่ารองเท้าสีอะไร นี่เพิ่งจะเจอป้ายว่าเตรียมตัวพร้อมรึยัง!!! แล้วระยะทางที่เดินผ่านมาคืออะไร แค่น้ำจิ้มรึ แต่ไหนๆ ก็มาแล้ว ไป!!! ต้องสู้และพร้อมลุยอยู่แล้ว เจอจุดลุยน้ำจุดแรกแล้วด้วยไม่กลัวเปียกอยู่แล้ว จะได้ล้างโคลนไปในตัวด้วย

 

อาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกลอาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกล

จุดข้ามน้ำจุดแรกดูก็รู้ว่าไม่ลึกแต่ท่าทางจะแรงแน่นอน เพื่อความปลอดภัยเราพยายามเดินข้ามกันเป็นคู่ๆ ช่วยจับมือกันไป เพราะจะเดินให้ไวก็ไม่ได้หินที่อยู่ข้างล่างที่มีหลายขนาด และพลิกได้ ทำให้เรายิ่งต้องเดินช้าลงระหว่างที่เดินข้ามลำธาร จับมือกันไปไม่รีบ เน้นปลอดภัยไว้ก่อน แต่ถ้าใครแกร่งก็สามารถเดินข้ามคนเดียวได้เลย ซึ่งจุดนี้ไม่มีใครล้มแต่เปียกทุกคน

 

อาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกลอาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกล

ส่วนใหญ่ในการช่วยกันเราไม่ได้กำหนดว่าใครต้องช่วยใคร แต่จะเป็นแบบใครอยู่ใกล้ใครก็จะช่วยกันไป แต่ปกติคนที่เคยเดินป่าหลายครั้งและเคยมาที่นี่แล้วควรจะดูแลคนที่เดินป่าครั้งแรกมากกว่านะ แต่สิ่งที่เห็นมันดูกลับกันนะ แต่ไม่ว่าใครจะดูแลใครก็ไม่ว่ากัน เพราะเราอยากให้การไปเดินป่าของพวกเราที่ไปด้วยกันปลอดภัยและมีแต่เรื่องสนุก เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะก็พอแล้ว

แต่จากจุดนี้เราก็ต้องเดินทวนน้ำขึ้นไปเรื่อยๆ ซึ่งเดินช้านิดนึง ก่อนที่จะสลับขึ้นฝั่งบ้าง และลุยลงน้ำเป็นระยะๆ เปียกๆ แห้งๆ ไปเรื่อยๆ จนไปถึงจุดขึ้นฝั่งจริงๆ ที่ไม่ต้องลงน้ำแล้ว  แต่เห็นทางก็ต้องหยุดพักแปบนึงก่อน

 

อาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกลอาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกล

ทางตรงนี้จะเป็นทางชันก่อนซึ่งก็แฉะอยู่แล้ว แต่พอเดินไปอีกนิดจะแฉะมากกว่าเดิม เพราะเป็นทางดินแดงที่ชุ่มไปด้วยน้ำเรียกว่ามันมากกว่าแฉะ แต่มันเป็นโคลนที่สามารถดูดเท้าเราให้เดินไม่ได้เลยในบางจุด ตรงนี้ก็เลยต้องอาศัยตัวเองว่าใครจะเลือกทางเดินไหนแล้วจะรอด เพราะทางที่มันมองและมั่นใจว่ารอดก็อาจจะไม่รอดก็ได้ แบบว่าเดายากมาก เท้าลงปุ๊บจมมากไปก็ต้องรีบดึงกลับคืนมาเพื่อหาทางใหม่เพื่อไม่ให้โดนดูดมากไปกว่าเดิม เราไม่สามารถเดินตามคนหน้าได้จริงๆ

แม้ว่าตอนนี้สิ่งรอบตัวเราจะเต็มไปด้วยสีเขียว แต่ช่วงเวลานั้นไม่มีใครสนใจเลย ก้มหน้าก้มตามองแต่เท้าอย่างเดียวเลย หลายคนรอดมาได้และเดินตามๆ กันไปท่ามกลางเสียงหายใจของตัวเองและคนข้างๆ ที่ดังพอๆ กัน แต่เราก็ยังยิ้มได้และเดินไปพร้อมๆ กัน

 

อาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกลอาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกล

เราเดินมาเรื่อยๆ จนเห็นวิวภูเขาที่อยู่ข้างหน้าแล้ว แต่ก็อย่ามองเพลินจนเดินไปเหยียบพืชไร่ที่ชาวบ้านปลูกไว้ก็แล้วกัน ซึ่งตรงนี้จะมีป้ายที่เขียนเป็นภาษาปกาเกอะญอของเด็กๆ “เวเล่ เวเล มอโย้ มอโย หย่าทิโจกะเจอ พาบอลี” แสดงถึงคำดีใจที่เด็กชอบพูดว่า ดีใจจัง เห็นดอยสีเหลืองแล้ว

ซึ่งตอนนี้พี่ๆ ก็ดีใจด้วยเช่นกัน แต่กว่าจะเดินต่อก็ขอพักตรงนี้แปบหนึ่งก่อนเพราะคงต้องไปอีกไกล อย่างน้อยแดดก็ไม่แรง อากาศกำลังดี เดินไปคุยไปกับผู้ใหญ่บ้านที่มาช่วยแบกของให้เราด้วยตัวเอง และใบใหญ่สุด

ส่วนพี่หนูขาวแม้ว่ากระเป๋าเล็กกว่าแต่อัดแน่นและหนักไม่แพ้กัน ซึ่งมันคงต่างจากของเราที่มีเพียงสัมภาระส่วนตัว ที่บางอย่างเลือกแล้วว่าจะไปเอาของหนักมา ตอนนี้มันกลับรู้สึกว่าอยากจะทิ้งเป้ และนั่งพักแล้ว เริ่มเดินไปบ่นไป และเริ่มจะหมดแรง

 

อาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกลอาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกล

เรายังคงเดินต่อไป แม้ว่าจะรู้สึกเหมือนเรี่ยวแรงจะหมด แต่พอเดินไปเจอทางเรียบๆ ไม่ต้องขึ้นเนินชันๆ แล้ว แค่นี้พวกเราก็เดินชิวๆ เรื่อยๆ ก่อนที่ทางเดินจะตัดเลี้ยวไปทางขวาเพื่อเข้าป่า ซึ่งปกติจุดนี้เราจะต้องเดินผ่านลำธารที่สามารถเดินข้าม และนั่งแช่น้ำได้

แต่ครั้งนี้เราต้องเดินอ้อมมาอีกทางเพื่อเดินข้ามสะพานไม้ไผ่ที่ชาวบ้านมาทำไว้ก่อนเปิดฤดูกาลท่องเที่ยว เพราะน้ำช่วงนี้ค่อนข้างแรง นี่ขนาดไม่ต้องเดินข้ามน้ำเองยังรู้สึกได้ว่าเดินบนสะพานไม้ไผ่ที่โอนเอนและลื่นก็ยังดูปลอดภัยกว่า

 

อาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกลอาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกล

หลังจากนั้นเราก็โผล่ผ่านพื้นที่ปลูกข้าวโพดก่อนที่จะเดินเข้าป่าอีกครั้ง และครั้งนี้ก็เป็นป่าทึบจริงๆ เราก็เดิน เดิน เดิน แตกแยกย่อยเป็นกลุ่มเล็กๆ หลายๆ กลุ่ม

จนมาถึงจุดที่ทำฝายกั้นน้ำ ซึ่งเรารับรู้ได้ถึงความสดชื่น และชุ่มฉ่ำของต้นไม้บริเวณรอบข้าง กลุ่มเรามีผู้ใหญ่บ้านเดินดูแลและปิดท้ายกลุ่มอย่างดี ไม่ต้องกลัวหลง และเส้นทางก็ยังคงชัดเจน ไม่มีทางแยกมากมาย

 

อาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกลอาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกล

ตั้งแต่เดินมาเราแวะพักที่นี่นานที่สุดละ ใครน้ำหมดก็สามารถกอกเติมตรงนี้ได้ ส่วนใครอยากล้างหน้าล้างตาก็ได้เช่นกัน บอกเลยว่าสดชื่นสุดๆ แม้ว่าตัวจะเปียกสายฝนที่ตกเบาๆ ตลอดทางก็ตาม หลังจากนั้นเราก็เริ่มเดินต่ออีกครั้ง

ช่วงนี้จะเป็นทางเดินที่ชันมาก น่าจะชันที่สุดในการเดินไปแค้มป์แล้วก็ว่าได้ ระหว่างทางก็จะมีป้ายที่ชาวบ้านมาติดเตือนใจนักท่องเที่ยวเป็นระยะๆ แวะอ่านแล้วก็ทำตามด้วยเนอะ จุดนี้เป็นอีกจุดที่เราเห็นต้นไม้ใหญ่มากมายที่บางส่วนก็ล้มลงมาขวางทางเดิน แค่เห็นขนาดก็รู้สึกเสียดาย

จากตรงนี้แม้ว่าทางเดินจะไม่ได้ราบเรียบเท่าไร แต่พวกเราก็เดินตามกันไปเรื่อยๆ เป็นแถวๆ แบบไ่ม่ได้แวะที่ไหนอีกเลยจนมาถึงจุดที่มีต้นไม้สองต้นที่อยู่ข้างกัน รากใหญ่มาก และเป็นมุมที่สวยมากเช่นเดียวกัน เพราะการที่เราอยู่ตรงกลางระหว่างสองต้นนี้มันทำให้เรารู้สึกเลยว่าภาพมันจะออกมาเท่ เอ้าช้าอยู่ใยถ่ายรูปสิค๊าบ อุ้ย!!! เจ้ปอรีบหันหน้ากลับแล้วเดินไปอย่างไว ก็มีคนเดินตามมาข้างหลังอีกเพียบ!!! เอ้ารีบเดินสิค๊าบ รอไร

หลังจากเดินต่ออีกไม่นาน ก็เริ่มเห็นคน และเต็นท์ เฮ้ย!!! ทำไมผู้คนมากางเต็นท์กันตั้งแต่ตรงนี้ เราก็เดินไปเรื่อยๆ ผู้คนก็มากขึ้นเรื่อยๆ เต็นท์ก็มากมาย ดีใจที่ถึงจุดตั้งแค้มป์แล้ว แต่ก็งงๆ นี่ป่าหรือห้าง คนเยอะมาก

 

อาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกลอาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกล

หลังจากหายงงก็ช่วยกันหาที่เพื่อกางเต็นท์ของกลุ่มเรา พอได้ที่ก็ทยอยกางเต็นท์จนครบ ซึ่งกว่าจะกางเสร็จทุกหลัง ก็ใช้เวลาไม่น้อย เพราะเต็นท์แต่ละคนที่เอามาไม่เหมือนกันเลย กางผิดกางถูกไปหมด บางเต็นท์ก็ใหม่แบบมากางครั้งแรก บางเต็นท์ก็เก่าแบบไม่ได้กางนาน แต่บางเต็นท์ก็เคยกางแบบงงๆ ครั้งนี้ก็ยังกางแบบงงๆ มีอะไรสมประกอบกันไหมเอ่ย

ที่นอนมีแล้วก็ช่วยกันกางฟรายชีทเพื่อเป็นที่ทำครัวและกินข้าว พ่อครัวก็ทำอาหารไป ใครว่างอยู่ก็เดินไปอาบน้ำที่น้ำตกมึเลโกรที่อยู่ไม่ไกลจากที่พัก กลับมาจัดการมื้อเย็นเพื่อเข้านอนกันตั้งแต่หัวค่ำเพื่อตื่นเช้า

ซึ่งมื้อเช้าก็ทำเมนูง่ายๆมีอะไรก็ทอดๆ ไป ใครต้องการกาแฟหรือโอวัลติน แล้วแต่จะซื้อเข้ามาในป่า ก็ชงกันเองตามสบาย อาบน้ำเตรียมตัวให้พร้อมขึ้นยอดมะม่วงสามหมื่นอย่างที่ตั้งใจ

 

อาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกลอาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกล

แต่งตัวและเตรียมของเท่าที่จำเป็นติดตัวไปเท่านั้น เพราะทางที่ไปค่อนข้างชัน อะไรที่หนักๆ และเป็นภาระมากกว่าประโยชน์ในการเอาไปก็จะทิ้งไว้ที่แค้มป์ ทุกคนก็เลยจะมีแค่กระเป๋ากันน้ำใบเล็กๆ หนึงใบ ที่ใส่โทรศัพท์ กล้อง น้ำ ขนม เสื้อกันฝน ส่วนอุปกรณืกันแดดพวกเราติดตัวตลอดอยู่แล้ว

เราเดินตามกันไปตามทางที่ชันขึ้นๆ เรื่อยๆ จนรู้สึกว่าแค่เริ่มต้นก็หายใจไม่ทันแล้ว ช่วงแรกนี้ป่ารกทึบมาก จนมาโผล่อีกทีที่ป่าไผ่ทางไม่ชันมาก แต่เริ่มเดินห่างกันพอสควร

 

อาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกลอาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกล

แม้ว่าป่าไผ่จะไม่ชันมากแต่ด้วยอาการล้าช่วงแรกทำให้จุดนี้หลายคนถึงกับนั่งลงพักเพื่อให้หายเหนื่อยสักหน่อยก่อนที่จะเริ่มออกเดินใหม่อีกครั้ง ที่ชิวกว่าช่วงเริ่มต้นเดินไปพักไปให้คิดว่าเดินสวนหลังบ้านยิ่งนี้ยิ้งทิ้งช่วงห่างแยกันออกไปเป็นกลุ่มย่อยๆ

 

อาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกลอาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกล

แต่พอหลังจากนั้นเราก็เดินกันยาว ทางชันในบางช่วงทำให้อาการล้า และเมื่อยกลับมา ซึ่งทำให้บางคนถึงกับทิ้งเป้เพื่อนั่งพักแบบจริงจัง และแล้วส้มก็แจกยาอมวิเศษที่เป็นสมุนไพรจีนให้อมกันคนละเม็ด แต่คนให้ไม่บอมกินด้วย อ้าอมแล้วมีเรี่ยวแรงขึ้นมาเลย ของเขาดีจริง แต่!!! อย่าถามนะว่ารสชาติเป็นไง บอกได้คำเดียวว่าต้องลองเอง

 

อาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกลอาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกล

เราเริ่มเดินเข้าป่าทึบอีกครั้งที่สลับกันไปมีป่าไผ่เป็นระยะๆ และบางจุดเริ่มมองเห็นสายน้ำตกไหลหล่นลงมาอยู่ไกลๆ เป็นเหมือนแรงกระตุ้นว่าต้องไปต่อ แม้ว่าบางครั้งเราจะเดินห่างกันบ้าง แต่เราก็ยังคงตามๆ กันไป เพราะสุดท้ายเราก็มาหยุดเพื่อรวมกันอยู่ดี

 

อาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกลอาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกล

พอเริ่มเดินสูงขึ้นๆ จนพ้นเขาหลายต่อหลายลูก จนสูงกว่ายอดไม้ มันยิ่งทำให้เราตื่นเต้นกับสิ่งที่เห็นในช่วงเวลาที่ฟ้าเปิดแม้ว่าเพียงไม่นานก็ทำให้เราเห็นน้ำตกสองสายที่ไหลมารวมกันเป็นรูปหัวใจอยู่ไกลๆ กระตุ้นให้เรามีแรงและพลังที่จะเดินต่อไปอีกเพื่อให้ถึงจุดหมาย

ในขณะที่รอบตัวเราเริ่มปกคลุมด้วยหมอกเต็มไปหมด อากาศดีมากรับรู้ได้ถึงความสดชื่น สูดหายใจกันให้เต็มปอดไปเลย

 

อาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกลอาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกล

ทางที่เดินเริ่วหวาดเสียวขึ้นเรื่อยๆ ข้างหนึ่งเป็นหน้าผา แม้ว่าจะมองไม่เห็นเพราะหมอกมันช่วยอำพรางแต่เราก็รับรู้ได้ว่าควรใช้ความระมัดระวังให้มากที่สุด ไม่เร่ง ไม่รีบ เพื่อที่จะเดินไปให้ถึงโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย

นอกจากดูแลตัวเองแล้วเราก็จะคอยหันไปมองคนข้างหลังอยู่เสมอๆ ช่วยทันทีที่ช่วยได้ เพราะจุดนี้บางช่วงต้องถึงกับปีนกันเลย เราก็จะก้าวไปช้าๆ อย่างมั่นคงในแต่ละก้าว

 

อาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกลอาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกล

และแล้วความอดทนและมานะพยายามของเราก็เป็นผล เราขึ้นมาถึงจุดชมวิวน้ำตกปิ๊ตุ๊โกลมุมสูงจนได้ แต่พอถึงปุ๊บฝนก็กระหน่ำลงมาอย่างหนัก โดยที่เราไม่สามารถหลบไปไหนได้เลย ทำได้เพียงใส่ชุดกันฝนและยืนอยู่นิ่งๆ รอเวลา

พอฝนหยุด ฟ้าก็เริ่มเปิด ให้พวกเราได้เห็นวิว เท่านั้นแหละถึงกับร้องโอ้โหขึ้นมาทันที บรรยากาศดีมาก อากาศก็เย็นสบายสุดๆ แต่แล้วฝนก็ตกลงมาอีก และดูทีท่าน่าจะไม่ยอมหยุดง่ายๆ แม้ว่าเราจะมองเห็นสันเขาจางๆ

จุดหมายที่เราตั้งใจจะไป แต่ด้วยเวลาที่บ่ายมากแล้วและทางที่ชันและแฉะเราจึงต้องตัดใจหันหลังให้ยอดดอยมะม่วงสามหมื่น

 

อาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกลอาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกล

ชุดกันฝนที่เราเตรียมมาถูกหยิบออกมาใส่กันฝน กันของไม่ให้เปียก และเดินลงกลับทางเดิมที่ต้องใช้เวลาและความระมัดระวังมากกว่าตอนที่เดินขึ้นมา ระหว่างทางฝนก็หยุด และตกเป็นระยะๆ สลับกันไป ฝนหยุดที ฟ้าก็เปิดที เราก็หยุดชมวิว รับลมกันไปตลอดทาง

จนมาถึงจุดทางแยกที่สามารถลงไปชมน้ำตกได้ ซึ่งเราก็เลือกที่จะแวะพักกินข้าวเที่ยงที่เลยเวลามานานมากแล้วตรงบริเวณนี้ แม้ว่าฝนจะยังตกปรอยๆ ก็ไม่เป็นอุปสรรคแต่อย่างใด เสื้อกันฝนถูกสละออกมาเพื่อกางกันฝนให้พ่อครัวทำมื้อเที่ยงได้ง่ายขึ้น

ต้มมาม่าและยำปลากระป๋องจากของที่มี เข้าป่าแบบนี้เมนูเท่านี้พอ และหลังจากอิ่มแล้วก็ตบท้ายด้วยกาแฟที่ปั่นกันสดๆ เพิ่มพลังก่อนเดินทางอีกครั้ง

 

อาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกลอาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกล

หลังจากอิ่มและพักเต็มที่แล้ว จากนี้ก็พร้อมไปลุยต่อกับทางลง ที่ลงอย่างเดียว ซึ่งทางก็ค่อนข้างลื่นอยู่แล้ว ยิ่งฝนตกลงมาเพิ่มอีกก็ยิ่งต้องลงช้าๆ อย่างมั่นคงเพื่อป้องกันอันตรายไว้ก่อน

ฝนยังคงกระหน่ำลงมาเรื่อยๆ และหนักบ้างในบางช่วง เราลงมาถึงจุดที่จะเลี้ยวไปน้ำตกแล้ว ฝนก็ยังกระหน่ำลงมาหนักกว่าเดิม พื้นบางช่วงเป็นแอ่งมีน้ำขังมากกว่าปกติ จนไปถึงทางข้ามน้ำที่จะขึ้นน้ำตกจุดสุดท้าย ตรงนี้น้ำไหลเร็ว แรงและปริมาณน้ำก็มาก แต่เราก็ค่อยๆ จับมือกันข้ามน้ำไปอย่างระมัดระวัง

และยังคงสังเกตุสีของน้ำอย่างต่อเนื่อง ถ้าเปลี่ยนสีเมื่อไรเราจะได้เปลี่ยนแผนทัน เรามาหยุดยินมองน้ำตกที่มีน้ำเยอะกว่าทุกครั้งที่เห็น ละอองน้ำ ละอองฝนปะปนกันจนไม่รู้ว่าเราเปียกจากอะไรกันแน่ ครั้งนี้เราใช้เวลาในการชมน้ำตก และถ่ายรูปเพียงไม่นาน เพราะไม่อย่างเสี่ยงกับสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้ ป้องกันไว้ก่อนดีกว่า

 

อาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกลอาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกล

เราใช้เวลาในการเดินจากน้ำตกถึงแค้มป์ที่พักก็เกือบค่ำ เพราะเดินกันแบบเรื่อยๆ ค่อยๆ ไป ท่ามกลางสายฝน พอมาถึงก็ลงเล่นน้ำให้หนำใจก่อนที่จะไปช่วยกันทำมื้อเย็น อะไรที่ยังคงเหลืออยู่จัดการให้หมด เพราะท่าทางแต่ละคนค่อนข้างหิวโซ

หมูทอดที่มีเอามาทอดกินกับน้ำจิ้มแจ่ว ส่วนไก่ที่เพิ่งได้มาจากพี่ลูกหาบอีกกลุ่มก็เอามาผัดกับไตปลาแห้งที่มี เติมข้าวกันจานสองเลยทีเดียว อร่อยรึหิว!!! เรานั่งพักท้องคุยกันอีกสักพักก็แยกย้ายไปนอนเพราะวันนี้เหนื่อยกันมาทั้งวัน

รุ่งเช้าหลังจากกินอิ่มและเก็บของกันเรียบร้อยก็พร้อมที่จะออกเดินทางกลับกันแล้ว ซึ่งเราทุกคนไม่ลืมที่จะจัดการกับขยะส่วนตัวของตัวเอง ใครแบกอะไร กินหมดแล้วก็เอาขยะใส่ถุงส่วนตัวเพื่อนำกลับลงมาด้วย

ซึ่งแต่ละคนก็มีวิธีจัดการแตกต่างกันไป จะถือ จะแบก จะห้อยตามกระเป๋าหรือยัดไว้ข้างในอันนี้ไม่มีใครว่า แค่รับผิดชอบกับขยะที่เรานำมาแค่นั้นเอง

 

อาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกลอาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกล

แต่ก่อนที่พวกเราจะเดินกลับ ก็เห็นมีน้องๆ กลุ่มเยาวชนต้นทะเลที่เดินมาจากหมู่บ้านในช่วงเช้าพร้อมถุงกระสอบ เพื่อมาเก็บขยะ!!! ที่ตกค้างจากนักท่องเที่ยว มาถึงก็เดินเก็บกันเลย เราจะเดินผ่านเลยไปก็ยังไงอยู่ เพราะขยะมันก็เกิดจากนักท่องเที่ยวอย่างเราๆ หลังจากวางเป้ก็หยิบถุงกระสอบคนละใบ ช่วยน้องๆ เก็บคนละไม้ คนละมือ คนละเล็ก คนละน้อย จะได้เสร็จไวๆ

 

อาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกลอาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกล

หลังจากเก็บจุดบนเสร็จก็ทยอยเดินลงมาจุดล่างที่ใกล้ลำธารขึ้นมาอีกหน่อย แยกย้ายกันเดินเก็บจนทั่วบริเวณแค้มป์ ซึ่งขยะก็จะเป็นจำพวกเศษเล็กเศษน้อย และกระจายเกลื่อนกราดเต็มไปหมด ก็เลยต้องใช้เวลาสักหน่อย แต่จำนวนคนที่เพิ่มขึ้นก็ทำให้เสร็จเร็วขึ้นเช่นกัน ถือว่าขยะที่เจอไม่มากเท่าที่ควรถ้าเทียบกับจำนวนคนที่เข้ามากว่าสี่ร้อยคน จนแน่นเต็มลานแค้มป์เต็มไปหมด นี้อาจจะเป็นผลมาจากการลงทะเบียนขยะก่อนเข้าน้ำตกที่ทางชาวบ้านที่ทำหน้าที่ลูกหาบและนำทางขอความร่วมมือแก่นักท่องเที่ยวให้นำขยะของตนออกมา

 

อาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกลอาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกล

หลังจากนั้นเราก็เดินไปยังจุดที่เคยเป็นหลุมขยะเก่า ที่ครั้งก่อนเรามาช่วยกันเก็บและกลบเรียบร้อยแล้ว หลุมยังคงถูกปิดสนิท แต่ก็มีขยะอยู่บ้างในบริเวณนี้ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นแบบเอามาทิ้งเป็นถุงๆ ก็ง่ายสำหรับเราในการเก็บหน่อย ถ้าจะดีนำออกเองจะดีกว่านี้

ในขณะที่เราช่วยกันเก็บอยู่พอเงยหน้าขึ้นมอง สิ่งที่เห็นทำให้เราถอนหายใจกันเลย เศษอาหารที่ถูกสาดไปทั่วจนเป็นบริเวณกว้าง แม้ว่ามันจะย่อยสลายได้ แต่การทิ้งเศษอาหารที่ดีควรมีการขุดฝังกลบสักหน่อยก็จะดีกว่านี้ พอเข้าไปดูใกล้ๆ เศษอาหารก็ยังคงมีปะปนกับขยะที่ย่อยสลายไม่ได้อย่างขวดพลาสติก แต่ที่แย่ไปกว่านั้น มีกระป๋องแก๊สที่ถูกใช้หมดแล้ว โยนเข้าไปในพงหญ้า อยากถามคนที่โยนไปจังว่าโยนไปเพื่อ? ก็รู้ว่ามันย่อยสลายไม่ได้ ที่สำคัญมันคือขยะมีพิษต้องถูกกำจัดอย่างถูกต้อง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านต้องลุยเข้าไปเพื่อเก็บกระป๋องแก๊สด้วยตัวเอง ซึ่งได้ปริมาณมากกว่าที่พวกเราเห็นในตอนแรกตั้งเยอะ

คำถามเกิดขึ้นในหัวมากมายว่าทำไมเอาเข้ามาแล้วไม่เอาออกไปด้วย ก็ในเมื่อมันหมดมันก็ต้องเบากว่าเดิมอยู่แล้ว ทำไมต้องทำให้ขยะที่เราเป็นคนสร้างตกไปเป็นความรับผิดชอบของเจ้าบ้าน คนที่เขาต้อนรับเราด้วย

 

อาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกลอาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกล

ไม่ไกลจากบริเวณนั้นเราก็เจอกองขยะกองโตอีกหลายกองที่มีบางกองถูกจุดไฟเผาไปบ้างแล้วบางส่วน แต่บางส่วนก็ยังคงไหม้ไม่หมดเพราะโดนฝน ซึ่งขยะก็มีทุกประเภท รวมๆ กัน ทั้งเศษอาหาร ขวดพลาสติก ขวดแก้ว กระป๋อง ทำให้การเก็บขยะบริเวณนี้ยากที่สุด และใช้เวลานานที่สุด แต่น้องๆ ก็ยังคงช่วยกันเก็บ ซึ่งพยายามเก็บเศษขยะที่มันไม่สามารถย่อยสลายได้ก่อน สุดท้ายก็เก็บกันจนเสร็จ

 

อาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกลอาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกล

นระยะเวลาชั่วโมงกว่า เราช่วยกันเก็บขยะทั่วบริเวณแค้มป์ ได้มาไม่น้อยเลย เต็มไปหลายกระสอบ ซึ่งถ้าคิดว่าการเก็บขยะมันยากแล้วบอกเลยว่าไม่ใช่สำหรับที่นี่ เพราะสิ่งที่ยากที่สุดคือ การนำขยะออก เพราะต้องเดินเท้าและแบกขยะออกมา แค่คิดก็หนักละ

แล้วคนที่ทิ้งจะรู้บ้างไหมน้อ ว่าทำให้คนอื่นต้องเดือนร้อน และลำบากกับสิ่งที่ทำ น้องๆ ตัวเล็ก แรงเยอะกว่าพี่ๆ แบกกระสอบถุงใหญ่ พี่ๆ แก่แล้วก็แบ่งเป็นถุงเล็กๆ ห้อยตามกระเป๋าไปละกันนะ ช่วยกันตามกำลังที่มี

 

อาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกลอาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกล

เราเดินกลับทางเดิมกับทางที่เราเดินมาในวันที่เดินเข้า ผ่านต้นไม้น้อยใหญ่ และฝายกั้นน้ำที่ผ่านเมื่อไรก็ต้องแวะพัก เติมน้ำบ้าง ล้างหน้าบ้าง น้ำใสและเย็นสดชื่นสุดๆ และไม่นานก็ออกจากป่า

แต่เราก็ยังต้องเดินผ่านไร่นาชาวบ้านไปอีกสักพักก็จะเจอทางน้ำ ทางสุดท้ายที่เราต้องเดินลุยแบบเปียกๆ ช่วงนี้จะชอบมากเพราะมันจะชุ่มชื่น เย็นสบายเท้าดี ไม่เลอะ และเป็นทางเรียบไม่ขึ้นไม่ลง ตอนนี้ใบหน้าแต่ละคนเริ่มอมยิ้มและพูดคุยกันระหว่างเดินแล้วเพราะรู้ว่าใกล้ถึงแล้ว

 

อาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกลอาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกล

มองเห็นถนนใหญ่อยู่ข้างหน้าแล้ว สูดอากาศทิ้งท้ายก่อนที่จะเดินขึ้นถนน ซึ่งจุดนี้ก็มีขยะอยู่ เห็นแล้วมันรู้สึกขัดตาแปลกๆ อดใจไม่ไหวก็ต้องเก็บมันติดไม้ติดมือไปด้วย

พอเราผ่านถนนที่มันทรุดอยู่ก็ถึงปากทางเข้าหมู่บ้านแล้ว แรงกลับมามีอีกครั้ง จะได้พักแล้ว เหมือนมีความสุขรออยู่ข้างหน้า ลัลลากันสุดๆ พอถึงก็จัดน้ำเย็นๆ ให้ชื่นใจ ความหวานช่วยได้

หลังจากนั้นเราก็ขนของขึ้นรถเพื่อเดินทางต่อเข้าอุ้มผาง ระหว่างทางก็เต็มไปด้วยสีเขียว ผืนนาที่ผู้คนช่วยกันปักดำ เราก็ส่งเสียงทักทาย เขาก็โบกมือทักทายกลับมา

 

อาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกลอาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกล

พอถึงอุ้มผางก็รีบอาบน้ำแต่งตัวเพื่อพร้อมเดินทางกลับกรุงเทพฯ กันเลย ซึ่งเราได้แวะซื้อของฝากที่ร้านบ้านครูซัน ที่มีให้เลือกหลากหลาย ทั้งโปสการ์ด พวงกุญแจ เสื้อพื้นเมือง กระเป๋าทอมือ ละลานตาให้เลือกเต็มไปหมด แถมยังมีน้ำและขนมอีกด้วย ส่วนมุมถ่ายรูปไม่ต้องพูดถึงมีเก๋ๆ เพียบ

พอหลังจากที่ขึ้นรถทุกคนก็หลับเพราะความเพลีย ตื่นอีกทีก็ตอนแวะกินมื้อเย็นและก็ยิงตรงยาวถึงกรุงเทพฯ ก็เช้าพอดี แยกย้ายไปทำงานเพื่อพบกันใหม่ทริปหน้า

 

อาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกลอาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกล

มิใช่แค่ปลายทาง

ก่อนที่เราจะเดินทางมาทริปนี้ ก่อนที่ฤดูกาลท่องเที่ยวน้ำตกปี๊ตุ๊โกลจะเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้า กลุ่มชาวบ้านก็ได้มีการเตรียมพร้อมเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวในการเดินทางเข้าน้ำตกเพื่อสำรวจเส้นทางก่อนทุกครั้ง

ครั้งนี้ก็เช่นกัน แต่ที่ไม่เหมือนเดิมคือ โอ๊กได้เดินทางคนเดียวจากกรุงเทพฯ ไปสมทบด้วย นั่งรถโดยสารต่อสองแถวเข้าหมู่บ้านกุยเลอตอ เพื่อไปช่วยสร้างสะพานในหลายๆ จุดตามทางเดินไปน้ำตก รวมทั้งซ่อมแซมห้องน้ำเพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวพร้อมทั้งติดป้ายระหว่างทางที่เดินจนถึงน้ำตกอีกด้วย และเตรียมความพร้อมสำหรับการลงทะเบียนขยะก่อนเข้าน้ำตกป้องกันการเกิดขยะตกค้างในป่า

 

อาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกลอาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกล

แต่หลังจากที่โอ๊กกลับมาได้หนึ่งอาทิตย์ ชาวบ้าน เยาวชนต้นทะเล ทหาร เจ้าหน้าที่ป่าไม้ และพระที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนที่นี่ ก็ได้เข้าไปที่จุดตั้งแค้มป์ เพื่อช่วยกันเก็บขยะอีกครั้ง

รวมถึงได้มีการนำป้ายต่างๆ ไปติดเพิ่มระหว่างทาง จนถึงจุดสูงสุดยอดดอยมะม่วงสามหมื่นอีกด้วย เห็นแบบนี้แล้วยิ่งต้องคิดและระมัดระวังให้มากเรื่องเข้าไปท่องเที่ยว และการทิ้งขยะ อย่างน้อยๆ ก็อย่าให้เจ้าบ้านถามเลยว่า “มาเที่ยวแล้วทำไมต้องเอาขยะมาทิ้งบ้านเขาแบบนี้ด้วย”

ขยะเกิดจากคนทิ้ง ถ้าคนไม่ทิ้งก็ไม่มีขยะ แต่ถ้าหากเกิดมีขยะขึ้นมาแล้ว สิ่งที่ง่ายที่สุดในตอนนั้นคือ ขยะใกล้ตัวช่วยกันเก็บ แล้วค่อยคุยกันต่อไปว่าจะช่วยกันเรื่องขยะไปในทิศทางใดดี

 

อาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกลอาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกล

เก็บตก

ในทุกๆ ทริปเราจะต้องมีเรื่องเล่าของสมาชิกเสมอๆ อย่างทริปนี้เรื่องเกิดขึ้นตั้งแต่เริ่มต้นเดิน สาวส้มผู้เอ็นจอยกับขนม เดินไปด้วยกินไปด้วยตลอดทาง ใจดีด้วยนะแบ่งทุกคนที่เจอไปตลอดทางเช่นกัน เดินถนนก็กิน ลงน้ำก็ยังไม่หยุดกิน ความสุขของส้มจริงๆ

แต่การข้ามน้ำมันมีหลายครั้ง หนึ่งในครั้งที่เพิ่งยกห่อขนมกินจนหมด แล้วกำลังจะเดินข้ามน้ำต่อ แต่กลับล้มลงใส่น้ำพอดี พอลุกขึ้นมาได้สีหน้าก็เปลี่ยนไป พยายามให้ทุกคนดูกระเป๋าและยืนยันว่ามันเปียก หลายคนก็พยายามยืนยันกลับว่าไม่เปียก แต่ส้มก็เถียง “มันเปียกตรงนี้ ตรงนี้” ในขณะที่งอแงมือก็ยังคงกำถุงขนมที่ไม่มีขนมแล้วไว้แน่น ไม่ทิ้งให้เป็นขยะ ซึ่งหลังจากที่เงียบไปสักพัก การเดินขึ้นเนินที่เป็นทางดินแดงลื่นๆ มีหินอยู่บ้างบางจุด ส้มที่อารมณ์ไม่ดีก็ลื่นและล้มลงอีกครั้ง หันมาถามอีกว่าหนูผิดอะไร ทำไมหินมันต้องมากระแทกขาหนูด้วย!!! สงสารก็สงสารแต่ก็อดขำไม่ได้กับคำพูดส้ม แม้ว่าจะงอแงไปตลอดทาง แต่ส้มก็เดินถึงจุดหมายด้วยตัวเองน๊า

 

อาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกลอาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกล

กาแฟสัญญาใจ

เราแค่อยากมีส่วนร่วมในการช่วยจัดการเรื่องขยะ ตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ที่เราได้ไป ด้วยวิธีที่ง่ายที่สุด คือการไม่ทิ้งขยะ แต่มันกลับไม่ใช่เรื่องง่ายในการที่จะเดินไปบอกคนอื่นๆ เลย ไม่ว่าจะด้วยปัจจัยใดๆ ก็ตาม เราจึงทำสิ่งที่เราถนัดเพื่อหวังว่าผู้คนจะหันมามองและตระหนักถึงปัญหาเรื่องขยะตกค้างในแหล่งท่องเที่ยวจริงๆ จังๆ สักที จึงทำให้กาแฟสัญญาใจเกิดขึ้น

กาแฟที่ตั้งใจชงให้นักท่องเที่ยวทุกคนได้ดื่มด่ำ แค่สัญญาใจกันว่าจะไม่ทิ้งขยะในป่าและรับผิดชอบขยะส่วนตัวของตัวเองนำกลับออกมาด้วยทุกครั้ง ทุกที่ที่ไป อย่างที่บอกว่าเราเลือกทำในสิ่งที่เราถนัด กาแฟที่นำไปชงก็มีตั้งแต่เอสเพรสโซ่ อเมริกาโน่ รวมไปถึงกาแฟนมอย่างลาเต้ คาปู หรือแม้แต่มอคค่า รวมไปถึงโกโก้สำหรับคนที่ไม่ดื่มกาแฟอีกด้วย

เราได้เริ่มที่นี่เป็นที่แรกกับบรรยากาศสวยๆ จุดชมวิวน้ำตกปิ๊ตุ๊โกลทางที่จะเดินไปยอดดอยมะม่วงสามหมื่น สมาชิกอาสาเที่ยวเป็นกลุ่มแรกที่ได้ลิ้มลอง หลังจากนั้นนักท่องเที่ยวที่เดินผ่านทั้งไปและกลับก็ได้แวะพูดคุยทักทายเป็นระยะๆ ซึ่งพอตกเย็นเมื่อเราถึงแค้มป์ที่พัก มีผู้คนเอากับข้าวมาให้ที่เต็นท์เราถึงที่ หลากหลายเมนูทั้งของคาวและของหวาน พวกเราก็ยิ้มแก้มปริกันเลยทั้งอิ่มและดีใจที่เราเจอผู้คนที่น่ารัก

 

อาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกลอาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกล

รุ่งเช้ากาแฟสัญญาใจก็ยังคงทำหน้าที่อย่างต่อเนื่อง ด้วยจุดประจำการจุดใหม่ ใครเดินกลับต้องผ่านเราแน่นอน การชงกาแฟที่ทำมือทุกขั้นตอน ตั้งแต่การบด

เช้านี้ได้รับการตอบรับจากทุกคนที่เดินผ่านไปมา ทั้งคนใหม่และคนเก่าที่เราเจอเมื่อวาน หลายคนถึงกับเข้ามาพูดคุยสอบถามถึงจุดประสงค์ที่เราทำ และดีใจที่ได้รู้จักคนที่มีความคิดคล้ายๆ กัน ในการสู้ขยะด้วยวิธีการต่างๆ

ในขณะที่บางคนยังคิดว่าขยะมันเป็นเรื่องเล็ก หรือเป็นเรื่องไกลตัว แต่ถ้าลองสำรวจมองรอบตัวดีๆ สิ่งที่เห็นทุกที่ไม่ว่าที่ใดก็คือ ขยะ และมันจะดียิ่งขึ้นถ้าปัญหาขยะได้รับความร่วมมือทั้งจากนักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ และเจ้าบ้านช่วยกันหลายๆ ฝ่ายดีกว่าโยนให้เป็นความรับผิดชอบของคนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

 

อาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกลอาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกล

กาแฟสัญญาใจ แก้วที่ส่งให้นักท่องเที่ยวหนึ่งคน แม้ว่ามันจะไม่ใช่แก้วใหญ่โตอะไร แต่พอเราเห็นทุกคนพยายามส่งต่อให้สมาชิกที่มาด้วยกันได้ชิม พร้อมคำมั่นสัญญาว่าจะไม่ทิ้งขยะ และส่งรอยยิ้ม ทักทาย ชื่นชมกับสิ่งที่เราทำ บอกเลยว่าภูมิใจมาก เพราะเราเป็นแค่ส่วนเล็กๆ เท่านั้น ถ้าทุกคนร่วมมืออย่างจริงจังเริ่มทุกอย่างจากตัวเรา แค่ไม่ทิ้ง ขยะจะไม่มี

หลังจากนี้เราจะออกไปชงกาแฟเพื่อทำสัญญาใจกันอีกที่ไหนก็หวังว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากทุกคนที่ผ่านมาพบเจอพวกเรา

 

อาสาเที่ยวขอขอบคุณ

  • การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โครงการ 7 Green
  • สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังคณะเทคโนโลยีการเกษตร ภาควิชาพัฒนาการเกษตรและการจัดการทรัพยากร
  • การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานตาก
  • กรมป่าไม้
  • มูลนิธิสืบนาคะเสถียร
  • ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและอนุรักษ์อุ้มผาง
  • ตูกะสู คอทเทจ
  • ชาวบ้านบ้านกุยเลอตอ
  • จิตอาสาทุกๆคน

อาสาเที่ยว ลงทะเบียนขยะ น้ำตกปิ๊ตุ๊โกล

 

Comments

comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น