Menu

ท่องเที่ยวสีเขียว ล่องแก่งน้ำเข็ก เก็บขยะปี 3 กับอาสาเที่ยว

ล่องแก่งน้ำเข็ก เก็บขยะปี 3 กับอาสาเที่ยว

อาจเป็นความโชคดีที่เราได้กลับมาล่องแก่ง และช่วยกันเก็บขยะอีกครั้งอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ก่อนเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวล่องแก่งอย่างเต็มตัวในปีนี้ นี่อาจเป็นครั้งแรกสำหรับหลายๆ คน แต่ก็มีอีกหลายคนที่มาแล้วก็กลับมาซ้ำ ไม่ใช่เพราะแค่ได้มาล่องแก่งอย่างเดียว แต่มันคือการกลับมาพบปะมิตรที่ดี มาเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ พร้อมทั้งช่วยเหลือซึ่งกันและกัน นี่แหละคือความสุขเล็กๆ ที่เราดีใจทุกครั้งที่ได้กลับมาที่นี่ ล่องแก่ง น้ำเข็ก พิษณุโลก

เรา คิด ว่า เรา ค้น พบ แนว ทาง ของ เราแล้ว
อา สา เที่ยว แค่ อยาก ให้ คน ไป เที่ยว ได้ อะไร มาก กว่า แค่ ไป เที่ยว

ล่องแก่งน้ำเข็ก เก็บขยะปี 3 กับอาสาเที่ยวล่องแก่งน้ำเข็ก เก็บขยะปี 3 กับอาสาเที่ยว

แม้ว่าสมาชิกหลายคนจะเป็นคนใหม่ แต่ก็มีอีกหลายคนที่กลับมาซ้ำอีกครั้ง และทุกครั้งเราจะได้เจอ พี่เล็ก เจ้าของ Rain Forest Resort ออกมาต้อนรับเราเช่นเคยเหมือนทุกปี นั่นยิ่งทำให้เรารู้สึกว่าได้กลับมาบ้าน มาเจอญาติ พี่น้อง ความสุขเล็กๆ กับการได้กลับมาที่นี่ ในสถานที่เดิมและกิจกรรมส่วนใหญ่ก็จะคล้ายๆ แบบเดิม แต่สุขมากกว่าเดิม

 

ล่องแก่งน้ำเข็ก เก็บขยะปี 3 กับอาสาเที่ยวล่องแก่งน้ำเข็ก เก็บขยะปี 3 กับอาสาเที่ยว

กางแผนที่

เราออกเดินทางคืนวันศุกร์และถึงเช้าวันเสาร์เวลาเดิม และวิวเดิม แต่ความรู้สึกใหม่ทุกครั้ง หลังจากชงกาแฟ ดื่มด่ำกับธรรมชาติ สัมผัสความหนาวจนฟ้าเริ่มสว่างแล้ว เราก็ออกเดินทางต่อไปยังจุดหมายที่นัดไว้ที่หน้ารีสอร์ทของพี่เล็ก โดยมีกลุ่มเราและอีกหลายกลุ่มที่จะมาร่วมกันเพื่อล่องแก่งเก็บขยะในครั้งนี้ เราล้อมวงพูดคุยทักทาย แนะนำตัวกันก่อนที่จะแบ่งเป็นกลุ่มในการลงเรือ ซึ่งเราจะแยกให้ในหนึ่งลำมีสมาชิกจากหลากหลายที่ปะปนกันไป

 

ล่องแก่งน้ำเข็ก เก็บขยะปี 3 กับอาสาเที่ยวล่องแก่งน้ำเข็ก เก็บขยะปี 3 กับอาสาเที่ยว

ทีละก้าว…ทีละก้าว

หลังจากนั้นเราก็แยกย้ายเพื่อเอาของไปเก็บ ทานมื้อเช้า และเปลี่ยนชุดที่จะไปล่องแก่ง พอพร้อมแล้วก็ขึ้นรถกระบะเพื่อไปยังจุดลงเรือได้เลย ซึ่งจากตรงนี้ก็ไม่ได้ใกล้มาก มันพอจะทำให้เราหน้าชาจากการนั่งโต้ลมได้เลย แต่ก็เป็นอีกช่วงเวลาสั้นๆ ที่สนุกมากนะ เพราะเราสนุกได้ทุกที่

 

ล่องแก่งน้ำเข็ก เก็บขยะปี 3 กับอาสาเที่ยวล่องแก่งน้ำเข็ก เก็บขยะปี 3 กับอาสาเที่ยว

เรามาถึงจุดเริ่มต้นที่จะลงเรือเพื่อล่องแก่งแล้ว ทุกคนต้องใส่อุปกรณ์ป้องกันอย่างเสื้อชูชีพ หมวก ให้ถูกวิธี ก่อนที่จะมาเรียนรู้ข้อปฏิบัติต่างๆ ในระหว่างการล่องแก่งเพิ่มเติม ซึ่งมีไม่เยอะแต่ต้องทำให้ได้ทุกข้อ

 

ล่องแก่งน้ำเข็ก เก็บขยะปี 3 กับอาสาเที่ยวล่องแก่งน้ำเข็ก เก็บขยะปี 3 กับอาสาเที่ยว

นอกจากคำอธิบายก็จะมีการสาธิตตั้งแต่ก่อนขึ้นเรือ การนั่งบนเรือแต่ละตำแหน่ง การพายสำหรับคนที่นั่งริม การตกน้ำและขึ้นจากน้ำ มันทำให้เราเห็นภาพเพื่อไม่ให้ตกใจเมื่อเกิดเหตุการณ์ระหว่างที่ล่องแก่งอยู่ หลังจากนั้นเราก็ไปช่วยยกเรือลงน้ำ และลงเรือลำที่เราแบ่งกลุ่มไว้แล้ว ซึ่งเราพร้อมมาก

 

ล่องแก่งน้ำเข็ก เก็บขยะปี 3 กับอาสาเที่ยวล่องแก่งน้ำเข็ก เก็บขยะปี 3 กับอาสาเที่ยว

ทุกคนทยอยลงเรือลำของตัวเองจนครบ และเต็มทุกลำแล้ว พี่หัวเรือพาพวกเราล่องไปตามน้ำ ค่อยๆ ตามกันไป และจะบอกเมื่อต้องการให้เราช่วยพาย หรือเก็บไม้พายในช่วงไหน เราต้องทำตามอย่างเคร่งครัด ซึ่งช่วงแรกน้ำไหลแรงก็ไม่ต้องพายมาก แค่พี่ๆ ท้ายเรือพยายามไม่ให้เรือเข้าฝั่งและไหลไปตามทางเรื่อยๆ ก็พอ จากตรงนี้เรือหลายลำเริ่มแวะและจอดเก็บขยะบ้างแล้ว

 

ล่องแก่งน้ำเข็ก เก็บขยะปี 3 กับอาสาเที่ยวล่องแก่งน้ำเข็ก เก็บขยะปี 3 กับอาสาเที่ยว

หลังจากนั้นไม่นานทุกลำก็เริ่มแวะตามๆ กัน เพราะเป็นจุดที่มีน้ำไม่มาก สามารถจอดเรือและขึ้นไปเก็บข้างบนได้ เป็นจุดที่ขยะเกาะอยู่ตามกิ่งไม้มากมาย เราเริ่มเก็บตั้งแต่ริมน้ำเรื่อยไปจนถึงข้างใน โดยจะเน้นเก็บส่วนที่เกาะติดตามกิ่งไม้เป็นส่วนใหญ่ เพราะเวลาน้ำพัดมาเยอะๆ ขยะก็จะพัดปลิวตามน้ำไปเรื่อยๆ อีก หากเราไม่เก็บและปล่อยมันไว้ตรงนั้น ในบางช่วงคนนึงเก็บ อีกคนก็เดินถือถุงขยะตามเพื่อให้ง่ายและรวดเร็วในการเก็บ ซึ่งจุดนี้ใช้เวลาไม่นาน เพราะเรากระจายตัวกันไปเก็บ แบบที่ไม่มีใครบอกใครว่าต้องเก็บตรงไหน เหมือนทุกคนรู้หน้าที่ว่ามาทำอะไร

 

ล่องแก่งน้ำเข็ก เก็บขยะปี 3 กับอาสาเที่ยวล่องแก่งน้ำเข็ก เก็บขยะปี 3 กับอาสาเที่ยว

บางจุดที่เรือสามารถเข้าได้แค่บางส่วนเราก็จะแบ่งคนออกเป็นสองส่วน คือคนที่ลงไปในน้ำกับคนที่อยู่บนเรือ ซึ่งแต่ละครั้งในการลงเราจะยึดความปลอดภัยเป็นหลัก เชื่อฟังผู้นำอย่างหัวเรือและท้ายเรือ ว่าจุดที่เราจะลงไปเก็บขยะจะเสี่ยงไหม เก็บได้รึเปล่า และทุกจุดต้องใช้เวลาให้น้อย และต้องรวดเร็ว

 

ล่องแก่งน้ำเข็ก เก็บขยะปี 3 กับอาสาเที่ยวล่องแก่งน้ำเข็ก เก็บขยะปี 3 กับอาสาเที่ยว

หลังจากนี้เราต้องขึ้นเรือ เพราะว่าน้ำไหลแรงต้องอยู่บนเรือเท่านั้น เราพายตามที่หัวเรือบอกและผ่านแก่งเล็กๆ มาได้ด้วยดีจนมาถึงช่วงที่น้ำนิ่งๆ แต่เราก็ยังไม่หยุดมองหาขยะตลอดเส้นทาง ซึ่งช่วงนี้ไม่ค่อยเจอ เส้นทางน้ำช่วงนี้เป็นช่วงที่เราต้องใช้แรงช่วยกันพายมากที่สุด เพราะน้ำค่อนข้างนิ่งมาก จนสาวส้มขอเป็นหัวเรือสักพัก แต่น้ำที่นิ่งมากเกินไปทำให้ต้องเปลี่ยนใจกลับไปแค่ผู้ช่วยพายก็พอ

 

ล่องแก่งน้ำเข็ก เก็บขยะปี 3 กับอาสาเที่ยวล่องแก่งน้ำเข็ก เก็บขยะปี 3 กับอาสาเที่ยว

น้ำนิ่งจุดนี้เป็นจุดที่ยาวที่สุดในการล่องแก่งน้ำเข็ก นิ่งจนเราสามารถลงไปลอยคอเล่นน้ำได้ แต่ต้องได้รับอนุญาติก่อนนะ และพอบอกว่าได้เท่านั้นแหละ โดดกันตูมตามให้ชุ่มฉ่ำไปทั้งตัว ค่อยๆ ไหลไปตามน้ำที่แม้นว่าจะนิ่งแต่ก็สามารถทำให้เราไหลไปได้เมื่ออยู่ในน้ำ จนได้ยินเสียงพี่ๆ เรียกขึ้นเรือเพราะข้างหน้ามีแก่ง ไม่สามารถลอยตัวไปได้ เราเชื่อฟังและรีบขึ้นเรือกันทันทีเลย เอ้าช่วยกันพาย พาย พาย แก่งรอเราอยู่ สนุกแน่

 

ล่องแก่งน้ำเข็ก เก็บขยะปี 3 กับอาสาเที่ยวล่องแก่งน้ำเข็ก เก็บขยะปี 3 กับอาสาเที่ยว

แก่งอยู่ข้างหน้าลุยไป แม้ว่าจะไม่ได้เป็นแก่งที่ใหญ่มาก แต่สามารถทำให้เปียกชุ่มทุกคนแน่นอน หัวเรือบอกให้เราจับเชือกเก็บไม้พาย เตรียมพร้อมตั้งรับแก่งข้างหน้า ยึดให้มั่น พยายามอย่าให้ตัวเองตกเรือ เสียงกรี๊ดดังลั่นจนหูอื้อไปหมด น้ำก็ซัดเข้าปากไปเล็กน้อย เพราะพื้นที่ต่างระดับทำให้หัวเรือค่อยๆ จมลงไปในน้ำ คนข้างหน้าลงไปคล้ายตกเหวและเราก็ค่อยๆ ตามไปด้วยเช่นกัน ในขณะนั้นก็ยังคงกรี๊ดไปด้วยตลอดเวลา มีน้ำเข้ามาเต็มเรือ และจมไปครึ่งนึง แต่แล้วหัวเรือก็กลับขึ้นมาได้อีกครั้ง พร้อมด้วยสมาชิกที่อยู่บนเรือครบตามจำนวน ไม่มีใครหล่นลงน้ำ แม้ว่ามันเป็นช่วงเวลาที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วแต่เราที่อยู่ตรงนั้นกลับคิดว่าเหมือนทุกอย่างมันช้าไปหมด จนจำได้ทุกรายละเอียด ทั้งลุ้น ทั้งสนุก และเหนื่อย แต่ก็อยากเจอเรื่อยๆ เอาอีกๆ มีแก่งอีกไหม เล็กใหญ่จัดมา พร้อมกรี๊ด

 

ล่องแก่งน้ำเข็ก เก็บขยะปี 3 กับอาสาเที่ยวล่องแก่งน้ำเข็ก เก็บขยะปี 3 กับอาสาเที่ยว

เรือทยอยเข้าฝั่งทีละลำ เพื่อให้เราขึ้นไปทานมื้อเที่ยงระหว่างทางล่องแก่ง ข้าวสวยร้อนๆ ต้มจืด ไข่ต้ม ผักโขมบราซิลทอดกรอบคู่กับน้ำยำ ทานเล่นหรือกับข้าวก็อร่อย ส่วนน้ำพริกป่าฝน เมนูเด็ด!!! ของทางรีสอร์ท ทานคู่กับผักสดนานาชนิดที่ปลูกในฟาร์มของรีสอร์ท กรอบสดใหม่มาก และตบท้ายด้วยแก้วมังกรฉ่ำๆ เย็นๆ หายเหนื่อยไปเลย

 

ล่องแก่งน้ำเข็ก เก็บขยะปี 3 กับอาสาเที่ยวล่องแก่งน้ำเข็ก เก็บขยะปี 3 กับอาสาเที่ยว

พอเรือทุกลำมาครบแล้ว สมาชิกพร้อม ก็ลุยกันเลย สองสาวหมวกแดงขอเริ่มก่อน แล้วทุกคนก็ทยอยตามกันมาเป็นแถวๆ ตักข้าว น้ำพริก ผัก ในขณะที่สองสาวยังคงตักอยู่อย่างต่อเนื่อง อุ้ย ลืมไข่ต้ม ขอต้มจืดอีกนิด ขอตักผักเพิ่มอีกหน่อย วนไปวนมากว่าจะตักเสร็จ ซึ่งแต่ละคนวนกลับมาตักรอบสอง รอบสาม เพราะผักสดกับน้ำพริกเข้ากันและเด็ดจริง อิ่ม อร่อย สุขภาพดีด้วย มีแรงพายต่อรอบบ่ายแล้ว

 

ล่องแก่งน้ำเข็ก เก็บขยะปี 3 กับอาสาเที่ยวล่องแก่งน้ำเข็ก เก็บขยะปี 3 กับอาสาเที่ยว

รอบบ่ายเราก็ยังคงพายเรือตามๆ กันไป ท่ามกลางแสงแดดที่บอกเลยว่าทั้งร้อนและแรงมาก ถุงขยะใบใหญ่ที่เต็มไปด้วยขยะ ยังคงถูกตั้งอยู่กลางเรือเคียงข้างเราไป ช่วงนี้น้ำจะนิ่งอยู่พอสมควร ไหลไปเรื่อยๆ และแวะตามฝั่งเดินขึ้นไปเก็บได้ง่ายหน่อย ลำแรกแวะ ลำต่อๆ มาก็แวะช่วยกัน

 

ล่องแก่งน้ำเข็ก เก็บขยะปี 3 กับอาสาเที่ยวล่องแก่งน้ำเข็ก เก็บขยะปี 3 กับอาสาเที่ยว

พี่ๆ ที่พายเรือหัวท้ายก็ขึ้นมาเดินเก็บด้วย เพราะจุดนี้เป็นพื้นที่โล่งเวลาที่น้ำขึ้นสูงอาจจะพัดพาขยะขึ้นมาติดอยู่ข้างบนมากมาย โฟม พลาสติก มีมากพอๆ กัน ช่วยกันคนละไม้ คนละมือ แปบเดียวก็เสร็จแล้ว เห็นแบบนี้แล้ว ทิ้งขยะครั้งหน้าเช็คดีดีนะว่ามันลงถังที่ถูกต้อง และไม่กระเด็นไปไหน

 

ล่องแก่งน้ำเข็ก เก็บขยะปี 3 กับอาสาเที่ยวล่องแก่งน้ำเข็ก เก็บขยะปี 3 กับอาสาเที่ยว

หลังจากนั้นก็ล่องเรือไปต่อได้ แล้วก็มาถึงจุดที่เราต้องขึ้นฝั่ง ขนขยะที่เก็บได้จากทุกลำ ขึ้นมาข้างบนเพื่อกำจัดต่อไป ส่วนพวกเราก็ล้อมวงคุยกันเกี่ยวกับปัญหาที่เจอ ช่วยกันเสนอแนวคิด และหาทางแก้ไขและทางออกในการทำกิจกรรมครั้งต่อๆ ไป  เพื่อให้สิ่งที่เราทำได้ผลมากกว่าแค่มาเก็บขยะ ซึ่งทุกคนจะได้เป็นทั้งคนเสนอแนวคิดและเป็นผู้ฟังที่ดี ก่อนแยกย้าย จบกิจกรรมล่องแก่งเก็บขยะของปีนี้ไปอย่างงดงามท่ามกลางมิตรภาพ

 

ล่องแก่งน้ำเข็ก เก็บขยะปี 3 กับอาสาเที่ยวล่องแก่งน้ำเข็ก เก็บขยะปี 3 กับอาสาเที่ยว

หลังจากอาบน้ำ เปลี่ยนชุดเรียบร้อยก็ไปตะลุยฟาร์มของรีสอร์ทกันเลย เรนฟอเรสท์ ฟาร์ม เกิดขึ้นจากแนวความคิดการพึ่งพาตัวเองตามหลักเศณษฐกิจพอเพียง เพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้ ให้แก่ชุมชนและคนที่สนใจ ซึ่งมีเนื้อที่กว่า 7 ไร่ ภายในจะแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วนอย่างชัดเจน หลังจากได้ดูแผนผังคร่าวๆ แล้วพี่เล็ก เจ้าของที่นี่ก็ได้พาเราเดินชมด้วยตัวเอง โซนแรกเราต้องเดินผ่านซุ้มไม้เลื้อยที่ทอดยาวเป็นอุโมงค์ที่มีไม้เลื้อยหลากชนิด ออกมาอวดเราอย่างลูกฟักข้าวให้ได้เดินลอดเพื่อไปชมส่วนต่างๆ ที่รออยู่ในโซนถัดไป

 

ล่องแก่งน้ำเข็ก เก็บขยะปี 3 กับอาสาเที่ยวล่องแก่งน้ำเข็ก เก็บขยะปี 3 กับอาสาเที่ยว

ระหว่างที่เราเดินชมไป ก็ได้ฟังคำบรรยายไปด้วย  ซึ่งโซนนี้จะมีทั้งโรงเพาะเห็ด ที่มีทั้งแบบที่วางพิงซ้อนกัน และแบบที่แขวนห้อยเชือกไว้ รวมทั้งบ่อปลา มีโซนการกำจัดขยะ และทำถังปุ๋ยหมักจากเศษอาหารต่างๆ อีกหลายถัง มีกรงไก่ที่เลี้ยงแบบธรรมชาติ ปล่อยในที่โล่งกว้าง มีไข่ไก่ให้ได้เก็บสดๆ ทุกวัน จำนวนมาก ทำให้หลายคนที่เห็นตื่นต้นสุดๆ นอกจากนี้ยังมีที่พักแบบฟาร์มสเตย์ ที่สามารถพักท่ามกลางบรรยากาศบ้านสวน สามารถเก็บผัก ผลไม้ในนี้มาทำอาหารได้ด้วย แค่คิดก็น่าจะสนุกแล้ว เหมือนได้ไปตลาดที่ได้ของปลอดภัยและสดมากๆ จากฟาร์มถึงผู้บริโภคเลย

 

ล่องแก่งน้ำเข็ก เก็บขยะปี 3 กับอาสาเที่ยวล่องแก่งน้ำเข็ก เก็บขยะปี 3 กับอาสาเที่ยว

โซนต่อไปคือส่วนของการเลี้ยงหมู ที่เรารู้สึกว่ามันน่าเอ็นดูมากๆ ทั้งที่เป็นตัวพ่อแม่ และลูก ตัวเล็กๆ หลายตัววิ่งกันวุ่นตอนพวกเราเดินผ่าน ซึ่งดูยังไงก็น่ารักไปนะ เห็นแบบนี้ไม่กล้ากินเลย ส่วนกลิ่นของโซนนี้ก็ไม่ได้แรงเหมือนกับเล้าหมูที่เราเคยเจอมา หลังจากบอกลาเจ้าหมูน้อยทั้งหลายก็ไปต่อยังโซนเลี้ยงไส้เดือน ที่เต็มไปด้วยมูลของมันเต็มไปหมด และภายในก็เต็มไปด้วยเจ้าไส้เดือนขี้อายที่ยังชอนไชย่อยเศษอาหารให้กลายเป็นปุ๋ยชั้นดีอยู่ แอบขนลุกเล็กน้อยกับเจ้าไส้เดือนที่เห็นกันแบบใกล้ชิดขนาดนี้ เดินเลยไปอีกนิดก็จะมีอิฐบล็อกกั้นเป็นช่องต่างๆ เพื่อใส่ขยะที่แยกแต่ละประเภทไว้เป็นอย่างดี เพื่อให้ง่ายต่อการกำจัดต่อไป

 

ล่องแก่งน้ำเข็ก เก็บขยะปี 3 กับอาสาเที่ยวล่องแก่งน้ำเข็ก เก็บขยะปี 3 กับอาสาเที่ยว

เราเดินวนกลับออกมาตรงทางเดินอีกครั้งเพื่อเดินดูการปลูกป่าแบบผสม ที่เต็มไปด้วยต้นไม้หลากขนาดและผลไม้หลายชนิด ซึ่งที่นี่ลดการใช้สารเคมี รวมไปถึงการคิดค้นสูตรผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อสุขภาพต่างๆ อย่าง ชาจากใบและดอกไม้แห้ง สบู่ ยาสระผม น้ำยาเอนกประสงค์ และอื่นๆ อีกมากมายที่ใช้ในชีวิตประจำวันของเรา บอกเลยว่าที่นี่เต็มไปด้วยความรู้ต่างๆ มากมาย รวมทั้งพลังงานที่ดี ให้เราไปต่อยอดกับการใช้ชีวิตปรจำวันของเรา

 

ล่องแก่งน้ำเข็ก เก็บขยะปี 3 กับอาสาเที่ยวล่องแก่งน้ำเข็ก เก็บขยะปี 3 กับอาสาเที่ยว

นอกจากได้เดินชม ได้ความรู้แล้ว เราก็ยังได้ผักกลับบ้านกันด้วย ซึ่งก็เป็นต้นผักโขมบราซิล ที่พวกเราชอบมาก ยิ้มหน้าบานกันทุกคนเลย ได้เห็นต้นนี้ที่มีเสิร์ฟให้เราอยู่ทุกมื้อที่นี่ และกำลังจะกลายไปเป็นอีกเมนูโปรดที่บ้านของเราด้วยการปลูกและดูแลของเราเองด้วย ซึ่งมันสามารถเอาไปทำได้ทั้งแบบสด แบบทอด ก็อร่อยทั้งนั้น ปลูกก็ง่าย แค่ตัดแล้วปักลงดินก็เป็นการขยายการปลูกของมันละ จากหนึ่งต้นที่เดินทางจากพิษณุโลกมาถึงฉะเชิงเทราเพียงไม่กี่เดือนผ่านไปมันก็งอกงาม เก็บแทบไม่ทันเลย แบ่งให้หลายคนได้ชิมซึ่งทุกคนก็ชอบ เราจึงพร้อมส่งต่อให้ทุกคนเช่นกัน ฟาร์มที่นี่ยังมีการปลูกพืชผักอื่นๆ อีกมากมาย พร้อมนำไปทำเมนูอาหารเพื่อเสิร์ฟที่รีสอร์ทให้ลูกค้าที่มาพัก ซึ่งเรารู้ดีว่าสิ่งที่เราเห็นอาจจะยังไม่ถึงครึ่งของที่ฟาร์มนี้ปลูก

 

ล่องแก่งน้ำเข็ก เก็บขยะปี 3 กับอาสาเที่ยวล่องแก่งน้ำเข็ก เก็บขยะปี 3 กับอาสาเที่ยว

อีกส่วนที่เราได้เดินเข้าไปชม เป็นเหมือนพิพิธภัณฑ์ของเก่าขนาดย่อม ที่อัดแน่นอยู่ในบ้านไม้หลังกระทัดรัด หลายอย่างที่เราเคยเห็นอยู่บ้าง แต่ก็มีหลายสิ่งที่ทำให้เราตื่นตาตื่นใจที่ได้เห็น ส่วนมากจะเป็นสิ่งของที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งบางอย่างก็ยังคงมีมาถึงปัจจุบันแม้จะเปลี่ยนรูปแบบไม่ตามยุคสมัยแล้วก็ตาม ของเก่าเห็นทีไรก็ตื่นเต้นเนอะ อย่างน้อยมันทำให้เราได้เรียนรู้ไปถึงวิถีชีวิตของคนสมัยนั้นได้เลย

 

ล่องแก่งน้ำเข็ก เก็บขยะปี 3 กับอาสาเที่ยวล่องแก่งน้ำเข็ก เก็บขยะปี 3 กับอาสาเที่ยว

หลังออกจากฟาร์มเราก็มุ่งหน้าไปอำเภอเนินมะปรางที่ที่หลายคนคงเคยได้ยินผู้คนพูดถึงมากมาย บ้านรักไทย พิษณุโลก หมู่บ้านอันเงียบสงบท่ามกลางหุบเขา มีชิงช้าบนต้นไม้ที่มีพุ่มเหมือนรูปหัวใจ เมื่อมองไกลๆ ส่วนเรื่องวิวไม่ต้องพูดถึงเพราะเห็นตั้งแต่เดินเข้ามาแล้ว โดยที่ยังไม่ได้ขึ้นไปข้างบนเลย การขึ้นไปยังชิงช้าบนต้นไม้มีด้วยกันสองวิธีคือ หนึ่งเดินขึ้นตรงบันไดใต้ต้นไม้ได้เลย อีกวิธีคือสามารถนั่งกระเช้าขึ้นไปได้ แต่ต้องมีเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างใกล้ชิด เราเดินชมวิวรอบๆ บริเวณอยู่ข้างล่างกันก่อน เพราะข้างบนจำกัดคนขึ้นไป

 

ล่องแก่งน้ำเข็ก เก็บขยะปี 3 กับอาสาเที่ยวล่องแก่งน้ำเข็ก เก็บขยะปี 3 กับอาสาเที่ยว

พอคนที่อยู่ข้างบนลงมาก็ถึงคิวที่เราจะได้ขึ้นไปมองมุมยอดฮิตก็ว่าได้ ที่หลายคนตื่นเต้นจะได้เห็น เราค่อยๆ ทยอยเดินขึ้นบันไดไปทีละคน วิวที่อยู่ตรงหน้าเราตอนนี้ บอกเลยว่าภาพทุกภาพที่เราเห็นก็ยังไม่เท่าที่เรามองด้วยตาของเราเองจริงๆ เหมือนเรายืนอยู่บนยอดไม้มองผ่านไปยังภูเขาไกลๆ ที่เต็มไปด้วยสีเขียวตัดกับท้องฟ้าและก้อนเมฆ มันเป็นวิวที่ดูโรแมนติกมากจริงๆ หากได้ยืนอยู่ข้างคนรู้ใจ ซึ่งคู่นี้ก็หวานเกินหน้าไปนะ

 

ล่องแก่งน้ำเข็ก เก็บขยะปี 3 กับอาสาเที่ยวล่องแก่งน้ำเข็ก เก็บขยะปี 3 กับอาสาเที่ยว

สิ่งหนึ่งที่หลายคนจะไม่มีทางพลาดคือการขึ้นไปนั่งบนชิงช้า สำหรับบางคนก็ดูง่ายมากกับการขึ้น แต่บางคนก็ต้องใช้เวลาสักหน่อย ซึ่งก็ไม่ยากเกินความสามารถ เพราะไหนๆ ก็มาถึงที่แล้ว ก็ต้องขึ้นไปนั่งให้ได้ บรรยากาศยามเย็นแบบนี้ มองวิวเพลินจริงๆ หากใครอยากชิวและสัมผัสบรรยากาศที่นี่ให้มากขึ้นกว่านี้ก็สามารถนอนพักที่นี่ได้ด้วย เพราะมีที่พักให้เลือกมากมายเช่นกัน ซึ่งแต่ละที่ก็จะเห็นวิวแตกต่างกันไป แต่ที่จะได้เหมือนกันคือความเป็นกันเอง และความน่ารักของคนที่นี่อย่างแน่นอน

 

ล่องแก่งน้ำเข็ก เก็บขยะปี 3 กับอาสาเที่ยวล่องแก่งน้ำเข็ก เก็บขยะปี 3 กับอาสาเที่ยว

หลังจากนั้นเราก็มุ่งหน้ากลับที่พัก เรนฟอเรสท์ รีสอร์ท ซึ่งเราก็มาทันมื้อค่ำพอดี ซึ่งแต่ละเมนูที่เสิร์ฟมาถูกใจพวกเราอีกแล้ว ทั้งทอดมัน ต้มปลา ผัดผัก แต่น้ำพริกและเครื่องเคียงผักนี่เด็ดสุดละ ขนาดขอเพิ่มชุดที่สอง เป็นอีกมื้อที่มีความสุขกับทุกเมนูที่ได้ลิ้มลองจริงๆ ส่วนมื้อเช้าแม้ว่าจะมีเมนูทั่วไปแบบหลายๆ ที่ แต่แค่เติมผักโขมบราซิลไปด้วย อร่อยลงตัวสุดๆ ทั้งกรอบทั้งอร่อย เกลี้ยงทุกจาน เลิฟผักนี้จริงๆ

 

ล่องแก่งน้ำเข็ก เก็บขยะปี 3 กับอาสาเที่ยวล่องแก่งน้ำเข็ก เก็บขยะปี 3 กับอาสาเที่ยว

มิใช่…แค่ปลายทาง

แม้ว่าหลายครั้งทริปทุกทริปจะจบลงที่จุดหมายอย่างที่ตั้งใจไว้ แต่เชื่อเถอะว่าทุกทริปมันก็จะมีความสนุกระหว่างทางที่เราจำมันได้อยู่ด้วยเสมอ ทริปนี้เป็นทริปที่เราเดินทางกลับกรุงเทพฯ น่าจะเร็วที่สุด เพราะเราแค่แวะทานมื้อเที่ยงที่ร้านหนึ่ง ระหว่างทางกลับเข้ากรุงเทพฯ ไม่ได้เปิดแมพ หรือดูรีวิวใดๆ อาศัยว่าผ่านร้านไหนน่าสนใจ แวะเลย ซึ่งร้านนี้มีพื้นที่ค่อนข้างกว้างบรรยากาศดี มีคำคมเขียนอยู่ตามมุมต้นไม้ไปทั่วทำให้เราอ่านกันเพลินๆ ระหว่างรออาหาร มีสะพานให้เดินเล่นและดูเหมือนว่ามีที่พักด้วย เมนูที่ร้านก็มีหลากหลาย แต่ที่เราพูดเป็นเสียงเดียวกันคือ เมนูที่ทำจากเนื้อ โดยเฉพาะเส้นใหญ่ผัดกะเพราเนื้อ เด็ดจริง!!! หลังจากนั้นก็มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ เลย แต่แล้วก็เปลี่ยนใจแวะทานมื้อเย็นกันก่อนจนได้ เพราะไม่ค่ำ เรายังไม่แยกย้าย หมกเสือคือร้านขนาดเล็กกระทัดรัด เจ้าของเป็นน้าของหนึ่งในสมาชิกเราเอง หลังจากที่เจ้ปอโทรหาก่อนแวะเข้าไปผลปรากฎว่า วันนี้น้าๆ ตั้งใจจะปิดร้าน แต่พอเพื่อนหลานจะมาก็เปิดเพื่อให้เราได้ลิ้มรสอาหารของร้านนี้ที่เรารู้จักชื่อเสียงผ่านหน้าเฟสมานานพอสมควร

 

ล่องแก่งน้ำเข็ก เก็บขยะปี 3 กับอาสาเที่ยวล่องแก่งน้ำเข็ก เก็บขยะปี 3 กับอาสาเที่ยว

มาร้านหมกเสือ เมนูแรกที่ต้องสั่งก็คือหมกเสือสิ แรกๆ ทุกคนก็นิ่งๆ แต่พอยื่นเมนูให้ สั่งกันแบบไม่ยั้ง ทั้งส้มตำ น้ำตก ตับหวาน ไส้ย่าง และอาหารอีสานแซ่บๆ อีกหลายชนิด เราก็ไม่พลาดที่จะสั่งมาชิม หลังจากเมนูทยอยมาเสิร์ฟ เสียงสนทนาก็เริ่มเบาลงเรื่อยๆ จนหายไป เป็นเสียงตักและเคี้ยวอาหารแทน ข้าวเหนียว ถูกสั่งมาเพิ่มบ่อยที่สุด แรกๆ ทุกคนตักใส่จานตัวเองแบบไม่แบ่งใคร ผ่านไปได้สักพักเริ่มรักเพื่อน ตักให้คนข้างๆ กันใหญ่ จากที่คิดว่าจะกลับถึงกรุงเทพฯ ไวๆ สุดท้ายก็อยู่กันที่ร้านนี้จนค่ำ รอบตัวเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ และบทสนทนาจากสมาชิกที่ค่อนข้างคุ้นเคยกันดี รวมทั้งโอนที่เคยร่วมเดินทางกับเราบ่อยๆ ก็แวะมาหาเพราะอยู่ใกล้กับร้านนี้ แค่เรามาเจอกันความสุขก็บังเกิดแล้วจริงๆ

 

ล่องแก่งน้ำเข็ก เก็บขยะปี 3 กับอาสาเที่ยวล่องแก่งน้ำเข็ก เก็บขยะปี 3 กับอาสาเที่ยว

เก็บตก

เพราะเราออกเดินทางค่อนข้างบ่อย ขึ้นเหนือ ล่องใต้ และไปหลากหลายฤดู ทั้งร้อน ฝน หนาว เรื่องการเตรียมตัวนี่ต้องยกให้เรา ขนทุกอย่าง ยัดลงกระเป๋าให้หมด ยกเว้นของที่จำเป็น!!! มักจะคิดเอาเองว่าที่ที่เราไปอุณหภูมิมันมักจะต้องเหมือนกับที่เราเจออยู่ทุกวี่วัน แต่พอไปถึงจุดหมายก็มักจะตรงกันข้ามเสมอๆ แม้ว่าจะเดินทางมาทริปล่องแก่ง ครั้งที่ 3 แล้ว และทุกเช้าจะต้องแวะขึ้นชมวิวแถววัดผาซ่อนแก้ว ซึ่งแม้ว่าจะไม่ใช่ฤดูหนาว อากาศที่กรุงเทพฯ ร้อนจนตับแล่บแค่ไหนก็ตาม แต่ที่นี่อากาศช่วงเช้าแบบนี้มันจะเย็นเสมอ แถมลมก็แรงตลอด ซึ่งเสื้อยืดกางเกงขาสั้นไม่ได้ช่วยป้องกันความหนาวเลย แต่อย่าคิดว่าอย่างเราจะออกมายืนหนาวสั่นด้วยชุดแบบนั้น เพราะเราจะมีอุปกรณ์เสริมอยู่แล้ว ไปรื้อค้นบนรถ และในกระเป๋าทุกสิ่งที่สามารถช่วยกันความหนาวได้ในขณะนี้เราจะหยิบมาใส่ทันที นี่คนหรือมัมมี่ ส่วนอีกเรื่องที่พวกเรามักจะเห็นเป็นเรื่องใหญ่ในการเดินทางก็คือเรื่องกิน เรียกว่าผ่านของกินไม่ได้ ต้องแวะซื้อไว้ก่อน อันนี้อยากกิน อันนี้เผื่อเพื่อน อันนี้เผื่อหิวตอนดึกๆ เผื่อๆๆๆ จนล้นมากมายเต็มไปหมด สุดท้ายก็จะมีของกินหลงเหลือติดกลับถึงกรุงเทพฯ ตลอด และนั่นคือความสุขของพวกเราอีกหนึ่งอย่าง คราวหน้ามีอะไรน่ากินให้ไปชิมที่ไหนอีกนะ ไม่ใช่สิต้องบอกว่าคราวหน้ามีกิจกรรมอะไรให้เราไปทำอีกต่างหาก แค่คิดก็ยิ้มแก้มปริละ แล้วคุณละ เลือกที่จะเดินทางในแบบไหนกันบ้าง ส่วนเราแค่มีเพื่อนร่วมทางที่ดี จุดหมายอาจกลายเป็นแค่เรื่องรองไปเลยก็ได้

 

 อาสาเที่ยว ขอขอบคุณ

ข้อมูลการเดินทางจาก ททท.สำนักงานพิษณุโลก

อุปกรณ์ แพยางพร้อมเจ้าหน้าที่จาก Rain Forest

กิจกรรมดีๆจาก ชมรมคนรักน้ำเข็ก

Comments

comments

One Reply to “ท่องเที่ยวสีเขียว ล่องแก่งน้ำเข็ก เก็บขยะปี 3 กับอาสาเที่ยว”

  1. สนุกกกกกก ชอบบบบมว๊าก ไว้ไปกันอีกนะะะะะะะ ?

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น