Menu

ล่องแก่งลำน้ำเข็กเก็บขยะ ศึกษาเส้นทางประวัติศาสตร์ภูหินร่องกล้า

อาสาเที่ยว ล่องแก่งลำน้ำเข็กเก็บขยะ ศึกษาเส่นทางประวัติศาสตร์ภูหินร่องกล้า

ล่องแก่งลำน้ำเข็กเก็บขยะ ศึกษาเส้นทางประวัติศาสตร์ภูหินร่องกล้า

อาสาเที่ยวครั้งนี้ เราจะไปล่องแก่ง รับลมชมวิวบนเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ที่ภูหินร่องกล้า และล่องแก่งที่น้ำเข็ก แวะไปสูดอากาศดีๆ และรอดูพระอาทิตย์ขึ้นที่พระธาตุผาซ่อนแก้ว

แม้ว่าท้องฟ้าฤดูฝนจะอึมครึมบ้างบางเวลา แต่มันก็เป็นช่วงเวลาแห่งความสุข ของคนชอบความชุ่มฉ่ำ อย่างนักท่องเที่ยวแบบเราๆ ผมคนหนึ่งที่หลงใหลในฤดูฝน เพราะแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติจะเผยความงดงามให้ได้เห็น ทั้งต้นไม้ดอกไม้ที่เริ่มผลิบาน และเขียวขจีเต็มไปหมด น้ำในแม่น้ำลำห้วยก็เป็นใจ มีปริมาณมากพอให้ทำกิจรรมหลากหลาย ล่องแก่งก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน แล้วจะรอช้าอยู่ใย ไปลุยกันเลย

เที่ยวอาสา ล่องแก่งน้ำเข็ก
อาสาเที่ยว ภูหินร่องกล้า

อาสาเที่ยว ภูหินปุ่ม

ล่องแก่งน้ำเข็ก ได้ยินชื่อมานานแล้ว ขอไปลองดูซะทีนะ ว่าแล้วก็หาข้อมูลในอินเตอร์เน็ต ก่อนที่จะหาวันเดินทาง พอได้ข้อมูลมาแล้วก็จัดการ เตรียมแผนการเดินทางกันเลย จากการที่ได้โทรคุยกับทาง ททท. สำนักงานพิษณุโลก ก็ได้ทราบข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงที่เราสามารถไปได้ มีหลายที่เลยละ เราเลือกที่จะไป พระธาตุผาซ่อนแก้วและอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ซึ่งเหมาะสมกับเวลาที่เราได้วางเอาไว้ เราออกเดินทางจาก กรุงเทพฯ ประมาณ 5 ทุ่ม ล้อหมุนไปได้ไม่นานผมนั่งข้างพี่คนขับหันหลังกลับไปมองก็เห็นเพื่อนๆ ร่วมทริป คอตกหลับกันแล้ว ท่าทางจะหมดแรงหลังจากที่ทำงานกันมาทั้งอาทิตย์ รอไรละขอหลับเก็บแรงบ้างแล้วกัน

อาสาเที่ยว ผาซ่อนแก้ว

อาสาเที่ยว ผาซ่อนแก้ว

ตี 4 กว่าๆ เราก็มาถึงพระธาตุผาซ่อนแก้ว บอกพี่คนขับให้ขับเลยขึ้นไปอีกหน่อยเพื่อที่เราจะได้มองเห็น พระธาตุจากมุมไกลๆ สูงกำลังดี เมื่อรถจอดทุกคนลงจากรถ ก็ได้รับการต้อนรับจากธรรชาติด้วยอากาศเย็นสบาย บางครั้งถึงกับหนาวเมื่อมีลมพัดมา พวกเรายืนมองจากมุมนี้เห็นพระธาตุไม่ชัดนักเพราะฟ้ายังมืดอยู่ แต่ก็ได้เห็นถนนยามค่ำคืนไกลๆ จากมุมนี้ สวยงามไปอีกแบบ ไม่นานนักฟ้าเริ่มเปิด เราก็มองเห็นพระธาตุชัดขึ้น ท้องฟ้ายามเช้าอึมครึมเล็กน้อย มีหมอกนิดหน่อย รู้สึกฟินมากๆ กับบรรยากาศรอบๆตัว ตอนนี้เห็นพระธาตุได้อย่างชัดเจนแล้ว พวกเราถ่ายภาพกันอย่างจุใจกับมุมนี้ แต่ก็มีบางคนของเดินลงไปรอด้านล่างที่เห็นมุนพระธาตุสวยไปอีกแบบ

อาสาเที่ยว ผาซ่อนแก้ว

อาสาเที่ยว ผาซ่อนแก้ว

อาสาเที่ยว ผาซ่อนแก้ว

แต่ผมอยู่กลุ่มที่ถ่ายรูปชุดสุดท้าย กำลังเพลินกับการมองวิวไกลๆ และค่อยๆ กลับมามองใกล้ๆ รอบๆ ตัว เหลือบมองไปเห็น บริเวณด้านล่างที่เต็มไปด้วยขวดแก้ว และพลาสติกจำนวนมาก เห็นแล้วก็หดหู่ใจ “มาเที่ยวกันได้ เอามากินกันได้ ทำไมไม่เอาไปทิ้งให้เป็นที่นะ” ว่าแล้วพวกเราก็เดินกลับไปที่รถ สวมถุงมือ ถือถุงดำจัดการช่วยกันคนละไม้คนละมือเก็บจนหมด เต็มถุงดำสองถุงใหญ่ เอาขึ้นรถตู้เพื่อนำไปทิ้งที่ถังขยะด้านล่างให้เรียบร้อย ก่อนที่จะเดินทางไปล่องแก่งน้ำเข็ก เรารู้ว่าสิ่งที่เราทำมันเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แต่มันก็ดีกว่าเราไม่ทำอะไรเลย

อาสาเที่ยว ผาซ่อนแก้ว

อาสาเที่ยว ผาซ่อนแก้ว

อาสาเที่ยว ผาซ่อนแก้ว

อาสาเที่ยว ผาซ่อนแก้ว

อาสาเที่ยว ผาซ่อนแก้ว

อาสาเที่ยว ผาซ่อนแก้ว

อาสาเที่ยว ผาซ่อนแก้ว

 

อาสาเที่ยว ผาซ่อนแก้ว

อาสาเที่ยว ผาซ่อนแก้ว

อาสาเที่ยว ผาซ่อนแก้ว

ล่องแก่งลำน้ำเข็กเก็บขยะ ศึกษาเส้นทางประวัติศาสตร์ภูหินร่องกล้า

หลังจากนั้นเราก็มุ่งหน้าไปยังจุกหมายต่อไป และพยายามหาร้านกินข้าวเช้า สุดท้ายก็ไม่เจอ 9 โมงเช้า เรามาถึงจุดปล่อยเรือยาง เริ่มหิวกันมากขึ้น ดีนะที่ผมมองเห็นร้านขายก๋วยเตี๋ยวร้านเล็กๆ เปิดอยู่ ลงรถได้ก็ดิ่งไปยังร้านก๋วยเตี๋ยวทันที ป้าคนขายทำหน้า งงๆ เพราะยังเตรียมของไม่เสร็จดี แถมบอกเราว่าไปร้านข้างในก็ได้นะ มีอีกร้าน แต่พวกเรารอได้ เดินวนดูของร้านป้ากันอย่างสนุกสนาน ไม่นานนักป้าก็เริ่มทำให้พวกเรา ทั้งเส้นเล็ก เส้นใหญ่ บะหมี่ก็สั่งกันไม่ยั้ง หลังจากลวกเส้นเสร็จ เครื่องปรุงก็ถูกเทใส่ชามก๋วยเตี๋ยว รวมทั้งผัก กุ้งแห้งตัวเล็กสีชมพู และ “กากหมู” ที่ใส่ในก๋วยเตี๋ยวอร่อยมาก เป็นหม้อกากหมูกับกระเทียมเจียวที่ป้าเปิดออกมาแล้วทุกคนตื่นตาตื่นใจ มันเด็ดตรงนี้แหละ จะขอสั่งเพิ่มก็ไม่ได้นะ ป้าบอกว่าเดี๋ยวไม่พอขาย ทำมาไม่เยอะ เลยได้กินกันคนละนิดหน่อยพอหอมปากหอมคอ หลังจากกินเสร็จก็พร้อมที่จะล่องแก่งกันละ

อาสาเที่ยว น้ำเข็ก

อาสาเที่ยว ล่องน้ำเข็ก

อาสาเที่ยว ล่องแก่งน้ำเข็ก

อาสาเที่ยว ล่องแก่งน้ำเข็ก

อาสาเที่ยว ล่องแก่งน้ำเข็ก

อาสาเที่ยว ล่องแก่งน้ำเข็ก

 

ก่อนล่องแก่งพี่ๆ ฝีพายจะแนะนำขั้นตอนต่างๆ ของการพาย การลอยตัวตามกระแสน้ำเมื่ออยู่ในน้ำ การนั่ง การขึ้นลงแพยางอย่างถูกวิธี เมื่อตกลงไปในน้ำ พร้อมอุปกรณ์เซฟตี้ครบชุด พร้อมแล้วก็ลงแพ ลุยล่องแก่งน้ำเข็กกันเลย เราเริ่มล่องแก่งที่บริเวณบ้านท่าข้าม ช่วงแรกๆ จะเป็นช่วงการเตรียมความพร้อม กระแสน้ำจะค่อนข้างนิ่ง เมื่อผ่านไประยะหนึ่งสายน้ำจะสลับแรงบ้างนิ่งบ้าง ผ่านแก่งหินน้อยใหญ่ 17 แก่ง ความแรงของแก่งแตกต่างกันไป ตั้งแต่ระดับ 1 ถึง 5 แก่งที่มีน้ำไหลแรงๆ จะมันมาก โดยเฉพาะแก่งซาง แก่งโสภา แก่งนางคอย และแก่งยาว เป็นแก่งที่หวาดเสียว เรียกเสียงหัวเราะพร้อมกับเสียงกรี๊ดเป็นระยะๆ เป็นที่สนุกสนานกันไป บางจุดที่ปลอดภัยพี่ๆ ฝีพายก็จะให้เราลงไปเล่นน้ำได้ บ้างก็โดด บ้างก็ว่าย สนุกจนลืมร้อนลืมเหนื่อยกันทีเดียวเชียว แต่พอเรากำลังเพลินกับบางช่วงที่เราไม่ต้องว่าย กำลังปล่อยตัวไหลไปตามน้ำ พี่เขาก็จะบอกว่าข้างหน้ามีแก่งนะ ว่ายกลับมากันแทบไม่ทัน

อาสาเที่ยว ล่องแก่งน้ำเข็ก

อาสาเที่ยว ล่องแก่งน้ำเข็ก

อาสาเที่ยว ล่องแก่งน้ำเข็ก

อาสาเที่ยว ล่องแก่งน้ำเข็ก

อาสาเที่ยว ล่องแก่งน้ำเข็ก

อาสาเที่ยว ล่องแก่งน้ำเข็ก

เรือยางพาเราล่องมาเรื่อยๆ จนถึงจุดที่มีขยะ ที่ถูกพัดมากับกระแสน้ำ ไม่น่าเชื่อสายน้ำจะพัดพาขยะมาเป็นจำนวนมาก มีทั้งพลาสติก ขวดแก้ว กระป๋อง รองเท้า บรรจุพันต่างๆ เราใช้เวลาเก็บกันนานพอสมควร ก็ได้มา 4 ถุงดำใหญ่ๆ ช่วยกันแบกขนขึ้นแพยางจนเกือบไม่มีพื้นที่ให้นั่ง ก็อาศัยเบียดๆ กันไป อึดอัดหน่อยแต่ก็มีความสุข เห็นได้จากแววตาและรอยยิ้มของแต่ละคน และที่สำคัญยังต้องผ่านแก่งหลายแก่ง ที่เราจะต้องดูแลตัวเองและถุงขยะไม่ให้หล่นจากเรือ รักษาระดับที่ไมมีใครหล่นจากแพเลย แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ก่อนจะถึงจุดขึ้นเราต้องผ่านแก่งสุดท้ายที่เรือสะบัดจนมีคนหล่นไป 1 คน ดีที่พี่คนพายข้างหน้ากระชากขึ้นมาได้ทัน เพราะไม่งั้นอาจจะเจ็บหนัก เพราะจุดที่หล่นข้างหลังเป็นหินก้อนใหญ่และเรือก็ไหลไปกระแทกพอดี คิดภาพไม่ออกเลยว่าถ้าคนที่หล่นไปยังอยู่ตรงกลางจะเกิดอะไรขึ้น

อาสาเที่ยว ล่องแก่งน้ำเข็ก

อาสาเที่ยว ล่องแก่งน้ำเข็ก

อาสาเที่ยว ล่องแก่งน้ำเข็ก

อาสาเที่ยว ล่องแก่งน้ำเข็ก

อาสาเที่ยว ล่องแก่งน้ำเข็ก

หลังจากขึ้นจากแพยางก็มีน้ำอัญชันมะนาว และแก้วมังกรสีแดงมาต้อนรับ ก่อนที่เราจะไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดและกินข้าว แล้วก็เดินทางต่อไปยังที่พักในคืนนี้ ที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ระหว่างทางเราแวะตลาดเพื่อซื้อของกินมื้อเย็นด้วยการลงมติว่าจะย่างหมู เพราะยืมเตาและอุปกรณ์จากพี่ที่รู้จักแล้ว เราลงไปเดินตลาดกัน 5 คน ซื้อทั้งหมู เครื่องหมัก เครื่องเทศต่างๆ รวมทั้งแก้วน้ำและกระปุกใส่ข้าวด้วย แม่ค้าที่ตลาดก็มองกลุ่มเรานะ ผู้ชาย 4 คน ที่เดินหยิบนู่น หยิบนี่ แล้วมีผู้หญิง 1 คนเดินตามจ่ายเงิน ผมชอบมากเลยนะ เสนออะไรสมาชิกก็เห็นด้วย ประหนึ่งว่าเราอยู่กันหลายคืน จนมีคนแซวว่าหาซื้อบ้านที่นี่ไว้สักหลังไหม

อาสาเที่ยว ลานหินปุ่ม

 

หลังจากถึงที่พักเก็บของแล้ว ยังพอมีเวลาก่อนที่พระอาทิตย์จะลับขอบฟ้า ขอไปส่งพระอาทิตบ์ตกดินที่ลานหินปุ่มซะหน่อย นั่งรถออกจากที่พักไปประมาณ 3 กม. แล้วเดินเท้าไปต่ออีก 1,200 เมตร ก็ถึงแล้วลานหินปุ่ม แต่เย็นนี้มีเมฆเยอะไปหน่อย เลยได้เห็นแค่ฟ้าหม่นๆ ไม่เห็นพระอาทิตย์ตกดิน แต่เราก็ได้สัมผัสกับสายลมยามเย็นและทัศนียภาพที่เงียบสงบ มองเห็นภูเขาต้นไม้ก่อนที่แสงยามเย็นจะหมดลง กว่าพวกเราจะเดินออกมาถึงที่จอดรถก็มืดแล้ว ดีที่ติดไฟฉายกันไปด้วย เรากลับมาถึงที่พักกินหมูย่าง กับเบบี้แครอท และกับข้าวอีก 2-3 อย่าง ตบท้ายด้วยผลไม้นานาชนิด อย่างเสาวรสโซดา องุ่น อะโวคาโด และทิสซ่าหรือม่อนไข่ คืนนี้พวกเรานอนหลับกันอย่างสบายอาจจะเป็นเพราะอ่อนเพลียจากการเดินทางและล่องแก่งที่สนุกสุดเหวี่ยง โดยมีพระจันทร์สีเหลืองนวลเกือบจะเต็มดวงสาดส่องแสงมาบอกให้พวกเรานอนหลับฝันดี

อาสาเที่ยว ลานหินปุ่ม

อาสาเที่ยว ลานหินปุ่ม

อาสาเที่ยว ลานหินปุ่ม

เช้าของวันใหม่ อากาศสดชื่น มีหมอกฟุ้งกระจายอยู่รอบๆ ตัว พวกเราทั้ง 8 เดินไปเส้นทางศึกษาธรรมชาติและประวัติศาสตร์ภูหินร่องกล้า ได้สูดอากาศบริสุทธิ์ยามเช้าเป็นอะไรที่สุดยอดมากจริงๆ อากาศก็เย็นสบาย ทำให้การเดินศึกษาเส้นทาง สนุกไปใหญ่ เราเดินวนเส้นทางศึกษาด้านประวัติศาสตร์ ตั้งแต่สำนักงานรัฐ ที่หลบภัยทางอากาศ ลานเอนกประสงค์ ผาชูธง ลานหินปุ่ม และสุสานนักรบ

อาสาเที่ยว ภูหินร่องกล้า

อาสาเที่ยว ภูหินร่องกล้า

อาสาเที่ยว ภูหินร่องกล้า

ระหว่างทางก็จะมีพันธ์ุไม้นาๆ ชนิด ให้ชมตลอดทาง ไม่ว่าจะเป็น ดอกไม้นานาชนิด ทั้งลิ้นมังกรสีส้มสด ดอกภูเปราะสีขาว ดอกเอนอ้าออกสีม่วง และดอกตาเหินไหว ก็กำลังเบ่งบานไปทั่วบริเวณลานหิน มอสสีเขียวชอุ่ม มีเห็ดต้นเล็กต้นน้อยงอกแซมต้นหญ้าอวดสีสันตัดกันได้ดี ใบไม้บางชนิดก็งดงามแปลกตาอย่างเช่น บีโกเนีย ซึ่งมองตอนแรกก็ไม่มีอะไรเด่นมากนักสีเขียวเหมือนใบทั่วๆ ไป แต่พอมีแสงแดดส่องมานี่สิ ใต้ใบดูสวยงามมากๆ เป็นเส้นสีแดง เห็นได้เด่นชัด บางคนบอกว่าน่ากลัวเหมือนสีเลือดเลย มีดอกสีชมพูชูช่อไปทั่วริมผาหิน

อาสาเที่ยว บิโกเนีย ภูหินร่องกล้า

อาสาเที่ยว ภูหินร่องกล้า

อาสาเที่ยว ภูหินร่องกล้า

อาสาเที่ยว ภูหินร่องกล้า

อาสาเที่ยว ภูหินร่องกล้าดอกไม้ลิ้นมังกรส้ม

อาสาเที่ยว ภูหินร่องกล้าดอกไม้

อาสาเที่ยว ภูหินร่องเห็ด

อาสาเที่ยว ภูหินร่องเห็ด

อาสาเที่ยว ภูหินร่องเห็ด

 

เรามาถ่ายรูปที่ลานหินปุ่มอีกรอบ ฟ้าก็เปิดๆ ปิดๆ บรรยากาศเหมือนฝนจะตก ในขณะที่เราไปถึงก็มีคนอยู่ตรงนั้นพอสมควร กลุ่มเราก็มารวมกันจนครบแล้วหลังจากที่แยกกันเดินไปหลายทาง ในขณะที่เรารอ อยู่ดีดีก็มีฝูงแมลงบินมาจากข้างหลังแล้วก็บินไปตรงหน้าผาที่มีผู้คนยืนอยู่ ได้ยินเสียงลุงคนนำทางบอกว่าให้หมอบลง ให้ฝูงผึ้งมันบินผ่านไปเฉยๆ แค่เสี้ยววินาทีมันก็หายหลับไปไกลจนเรามองไม่เห็นแล้ว

 

อาสาเที่ยว ภูหินร่องกล้า

อาสาเที่ยว ภูหินร่องกล้า

อาสาเที่ยว ภูหินร่องกล้า

อาสาเที่ยว ภูหินร่องกล้า

อาสาเที่ยว ภูหินร่องกล้า

อาสาเที่ยว ภูหินร่องกล้า

หลังจากเดินจนครบถ่ายภาพกันอย่างจุใจแล้ว เรากลับมากินข้าวตรงที่พักก่อนที่ไปชมความงามของน้ำตกกันต่อ ซึ่งต้องเดินเท้าเข้าไปประมาณ 200 เมตร ไม่ไกลแต่ทางค่อนข้างชัน ต้องระมัดระวังเวลาเดิน และหลายคนบอกว่ามีทาก แต่เราก็ลงมติว่าไป ซึ่งใช้เวลาไม่นานนักก็จะพบกับ น้ำตกร่มเกล้าและน้ำตกภราดร ซึ่งเป็นน้ำตกฝาแฝดที่มีขนาดไม่ใหญ่แต่มีความสวยงามพร้อมเสน่ห์เฉพาะตัวอยู่ท่ามกลางป่าทึบแวดล้อมไปด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ ก้อนหินน้อยใหญ่รอบตัวน้ำตกปกคุมไปด้วยมอส ตะไคร่น้ำสีเขียวชอุ่ม มองดูแล้วสบายตา สบายใจ และได้เจอดอกลิ้นมังกรสีชมพูที่สวยไม่แพ้สีส้มเลย ตอนเดินลงว่ายากแล้วตอนเดินขึ้นจากน้ำตกยากยิ่งกว่า ทางดินที่ทั้งแฉะ ทั้งลื่น และทั้งชัน ทำให้หลายคนได้แผลกันมานิดหน่อย บ่ายกว่าแล้ว แดดเริ่มแรง เรารีบโดดขึ้นรถตู้ นั่งไปได้สักพักก็แวะที่โรงเรียนการเมืองการทหาร ที่ที่มีบ้านพักที่ล้อมรอบไปด้วยต้นไม้ จุดที่ใครหลายคนมักจะแวะถ่ายรูปโดยเฉพาะช่วงที่ใบเบิ้ลเปลี่ยนเป็นสีแดงร่วงโรยอยู่ตามหลังคาและตามซอกหิน

อาสาเที่ยว น้ำตก

อาสาเที่ยว น้ำตกภราดร

อาสาเที่ยว น้ำตกภราดร

อาสาเที่ยว น้ำตกภราดร

อาสาเที่ยว น้ำตกภราดร

อาสาเที่ยว น้ำตกภราดร

 

เส้นทางที่เราจะกลับถูกเปลี่ยนแปลงจนสุดท้ายลงเอยพิษณุโลก และเพื่อความเป็นสิริมงคล เราแวะไหว้สักการะขอพรจากพระพุทธชินราช พระคู่บ้านคู่เมืองของที่นี่ด้วย ก่อนที่จะมุ่งหน้าสู่กรุงเทพ เราแวะกินข้าวกันที่นครสวรรค์ร้านกมลวรรณ ร้านที่เราแวะครั้งก่อน ซึ่งเจ้าของร้านกลับจำผมได้ด้วย จากการพูดคุยก็รู้สึกถูกชะตาในอัทธยาศัยที่ดีของพี่เจ้าของร้าน นี่อาจจะเป็นร้านประจำเราก็เป็นได้ มันทำให้ผมคิดได้ว่า มิตรภาพหาได้ง่ายนิดเดียว แค่เปิดใจ

อาสาเที่ยว

อาสาเที่ยว

อาสาเที่ยว

 

การเดินทางไปล่องแก่งลำน้ำเข็ก มีสองเส่นทางจาก กทม

เส้นทางที่1   จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข1 ถนนพหลโยธิน ถึงสิงห์บุรี แล้วแยกเข้าทางสายเอเชีย ทางหลวงหมายเลข11 (สายอินทร์บุรี – ตากฟ้า) จนถึงถนนหลวงหมายเลข12  ที่อำเภอวังทอง เลี้ยวขวาไปทางอำเภอหล่มสักสักประมาณ กม.44 – กม.52 สามารถลงล่องแก่งได้ โดยติดต่อผู้ประกอบการล่องแก่งลำน้ำเข็ก ตลอดแนวเส้นทาง รวมระยะทางจากกรุงเทพฯ 435 กิโลเมตร

เส้นทางที่2  จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข1 ถนนพหลโยธิน อำเภอวังน้อย แล้วแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 32 ถึงจังหวัดนครสวรรค์ แล้วใช้เส้นทาง ตรงสู่จังหวัดพิษณุโลก เดินทางตามถนนหลวงหมายเลข 12 (พิษณุโลก – หล่มสัก) ประมาณ กม.44 – กม.52 รวมระยะทางประมาณ 429 กิโลเมตร

เส้นทางต่อจากล่องแก่งน้ำเข็กไปอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า

ให้ออกเดินทางต่อไปตามทางหลวงหมายเลข 12 ก่อนจะไปแยกเข้าถนนหมายเลข 2013 แล้วเลี้ยวสู่ถนนสาย 2331 เข้าสู่ “อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า” (อ.นครไทย จ.พิษณุโลก)

 

สำหรับผู้ที่สนใจ อยากจะล่องแก่งน้ำเข็กสุดมัน แล้วไปเดินชิวศึกษาเส้นทางประวัติศาสตร์ที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้ากับธรรมชาติสวยๆอากาศดีๆ อย่างที่พวกเรามา ก็เก็บกระเป๋าเตรียมเดินทางได้เลยนะครับ ก่อนมาศึกษาเส่นทางดีๆนะ หรือสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ททท.สำนักงานพิษณุโลก โทร 055 252 742 – 3 ทุกวัน เวลา 8.30 – 16.30 น. หรือ 1672 เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย

 

ขอขอบคุณ

ข้อมูลการเดินทางจาก ททท.สำนักงานพิษณุโลก

อุปกรณ์ แพยางพร้อมเจ้าหน้าที่จาก Rain Forest

ที่พักและข้อมูล อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น