Menu

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟป่า บ้านป่าแป๋ จ.ลำพูน

ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน อาสาเที่ยว

อาสาเที่ยว ทำแนวกันไฟป่า บ้านป่าแป๋ จ.ลำพูน

ลำพูนจังหวัดที่ใครหลายคนผ่านมาแล้วบ่อยครั้ง แต่ก็มักจะเพียงแค่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป แวะบ้างบางครั้ง แต่จะมีสักกี่คนที่ตั้งใจมาจังหวัดนี้ เพราะทุกคนมักจะพูดเสมอว่าที่นี่มีอะไรที่เราจะต้องตั้งใจมา ซึ่งสำหรับเรารู้จักและตั้งใจมาจังหวัดนี้เมื่อนานมาแล้ว ก็เลยทำให้ครั้งนี้ที่เราตั้งใจมารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้กลับมาที่นี่อีกครั้ง ลำพูน

“เรา คิด ว่า เรา ค้น พบ แนว ทาง ของ เราแล้ว”

“อา สา เที่ยว แค่ อยาก ให้ คน ไป เที่ยว ได้ อะไร มาก กว่า แค่ ไป เที่ยว”

 

 

ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน อาสาเที่ยวทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน อาสาเที่ยว

อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้เราตื่นเต้นกับการกลับมาในที่ที่คุ้นเคยคือ การมาช่วยคนที่นี่ทำแนวกันไฟ เพราะมันจะเป็นการทำแนวกันไฟครั้งแรกของพวกเรา เคยเห็นแต่ในภาพบ้าง วิดีโอบ้าง แต่ประสบการณืตรงแบบทำแนวกันไฟจริงๆ ยังไม่เคย เราทำได้เพียงแค่หาข้อมูลในการไปช่วยทำ และเตรียมตัวให้พร้อมอย่างเต็มที่ แม้ว่าอาจจะช่วยไม่ได้มากอย่างน้อยก็จะไม่ไปเป็นภาระเพิ่ม

 

ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน อาสาเที่ยวทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน อาสาเที่ยว

เราออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ในช่วงเย็นของวันศุกร์เพื่อให้ไปถึงที่นั่นในช่วงเช้าและมีเวลาในการไปช่วยให้ได้มากที่สุด เพราะครั้งนี้เรามีเวลาไปแค่คืนเดียว แต่จะเป็นสองวันที่เต็มที่สุดๆ เราเลยมาหามื้อเช้ากินที่ตลาดห้วยกานก่อนที่จะย้อนกลับไปยังจุดนัดหมาย

เพื่อเปลี่ยนเป็นรถกระบะในการเข้าไปยังหมู่บ้านที่มีทางค่อนข้างชันและโค้งอันตรายหลายจุด ซึ่งเราก็เบาใจได้เพราะคนขับเป็นคนในพื้นที่ ขับขึ้นลงที่นี่จนชำนาญทาง และอีกอย่างทางก็ดีกว่าเมื่อก่อนครั้งที่เราเคยมามากแล้ว ไม่มีดินแดงให้ลุ้นว่ารถจะติดหล่มแล้ว แล้วทางโค้งก็ยังคงทำให้เรากรี๊ดอยู่เรื่อยๆ จนถึงจุดที่จะเริ่มทำแนวกันไฟ

 

ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน อาสาเที่ยวทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน อาสาเที่ยว

ทีละก้าว ทีละก้าว

เราเดินลงจากรถเพื่อมาคุยกับชาวบ้านที่มารวมตัวกันเพื่อช่วยทำแนวกันไฟทั้งหมดแล้ว หลังจากทักทาย แนะนำตัวกันไป แบบเขินๆ หน่อย หลักๆ คนที่มาร่วมทำแนวกันไฟป่าวันนี้ก็มีชาวบ้านที่เป็นแกนหลักทำอยู่แล้ว ยังมีกลุ่มควบคุมไฟป่า และอาสาเที่ยวมาร่วมอีกแรง พี่ปุ๊ที่เป็ยตัวแทนชาวบ้านมาช่วยแนะนำวิธีการทำแนวกันไฟสั้นๆ ให้พวกเรามือใหม่ได้รู้ก่อนลงมือทำ

 

 

ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน อาสาเที่ยวทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน อาสาเที่ยว

หลังจากนั้นก็แจกอาวุธหลักอย่างไม้กวาดที่ทำจากไม้ไผ่ง่ายๆ หลักง่ายๆ คือกวาดทุกอย่างที่จะเป็นต้นตอเพื่อไม่ให้ทำให้ไฟลุกลามเมื่อเกิดไฟป่า แรกๆ เราก็เดินกวาดตามชาวบ้านไปติดๆ แต่ชาวบ้านกวาดไวมาก

เราเงยหน้าอีกทีก็กวาดนำเราไปไกลแล้ว แต่เราก็พยายามกวาดเก็บส่วนที่เหลือเพียงเล็กน้อยให้หมด ซึ่งไม้กวาดที่เราใช้ก็ไม่ค่อยถนัด กวาดได้ใบไม้บ้าง กิ่งไม้แห้งบ้าง แต่ก็มีเศษหินอีกไม่น้อยที่ติดมาด้วย

 

 

ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน อาสาเที่ยวทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน อาสาเที่ยว

หลังจากตรงนี้ชาวบ้านก็ทิ้งห่างเราไปไกลมากกว่าเดิม สำหรับเรารู้สึกว่ามันเริ่มยากตรงที่เป็นทางชันขึ้น แดดร้อนและแรงมากขึ้นเช่นกัน ผ่านไปนิดเดียวบอกเลยว่าเหมือนเราใช้พลังงานไปเยอะมาก แต่หลังจากที่เรากวาด กวาด กวาด จนพ้นเนินแรกไปแล้ว ก็มีกลุ่มควบคุมไฟป่าเดินตามหลังเรามาใช้เครื่องเป่า เป่าเศษใบไม้แห้งตามหลังอีกที ฝุ่นนี่ฟุ้งกระจายเต็มไปหมด ใบไม้แห้งๆ ก็เช่นกัน

 

 

ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน อาสาเที่ยวทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน อาสาเที่ยว

เรามีอุปกรณ์กันแดดกันฝุ่นและถุงมือมาครบชุด ใช้พลังทั้งหมดในการช่วยกวาดทำแนวกันไฟป่า และตั้งใจมากๆ เพราะชาวบ้านต้องทำแบบนี้ทุกปี ตั้งแต่ช่วงเข้าหน้าร้อนยาวไปเรื่อยๆ จนถึงหน้าฝน และการทำแนวกันไฟก็ทำแบบวันเว้นวัน เพราะต้องใช้พลังงานในการทำมาก ขนาดวันนี้เรายังต้องกวาดไป หยุดพักไปเลย เพราะอากาศร้อนและพื้นที่แล้งมาก

 

 

ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน อาสาเที่ยวทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน อาสาเที่ยว

หลังจากที่เรากวาดกันมาเรื่อยๆ หยุดพักเป็นจุดๆ จนถึงช่วงเที่ยง เรานั่งพักจนหายเหนื่อย ชาวบ้านก็นำข้าวห่อมาแจกเป็นเมื้อเที่ยง หมูทอดกับข้าวที่ปลูกกันเองอยู่ในห่อใบไม้ห่อใหญ่ที่พวกเราพยายามกินจนหมดเพราะต้องใช้พลังในการทำแนวกันไฟต่ออีกในช่วงบ่าย ได้น้ำแดงเย็นๆ พอให้ชื่นใจ คนละแก้วก่อนที่จะไปลงมือลุยต่อ

 

 

ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน อาสาเที่ยวทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน อาสาเที่ยว

ช่วงบ่ายกลุ่มควบคุมไฟป่าก็เปลี่ยนมาเดินนำด้านหน้า ใช้เครื่องเป่าเศษใบไม้แห้งๆ ส่วนที่เหลือทั้งชาวบ้านและพวกเราก็เดินตามกวาดเก็บข้างหลังที่ยังคงมีเศษหลงเหลืออยู่ให้หลงเหลือน้อยที่สุด เราค่อยๆ เดินไล่กวาดกันไปเป็นกลุ่มบ้าง เดี่ยวบ้าง แต่ก็ไม่ทิ้งห่างกันไปไกลสักเท่าไร

 

 

ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน อาสาเที่ยวทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน อาสาเที่ยว

เครื่องเป่ายังคงเดินหน้าลุยเป่าไปเรื่อยๆ บางช่วงที่เศษใบไม้เยอะหน่อยก็ใช้เวลาในการเป่านานหน่อย แต่ถึงจะเป่าไม่หมดพวกเราที่มีไม้กวาดก็ตามกวาดเก็บตามขอบให้เรียบร้อย ให้พื้นที่โล่งกว้างมากที่สุด เวลาเกิดไฟป่าจะได้ไม่ลุกลามเข้าหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว ซึ่งทุกคนในหมู่บ้านก็ออกมาช่วยกันอย่างเต็มที่ เด็กๆ หลายคนก็ตามมาช่วยด้วยแม้ว่าอากาศจะร้อนและแล้ง เต็มไปด้วยฝุ่น

 

 

ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน อาสาเที่ยวทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน อาสาเที่ยว

มันยิ่งทำให้เราเห็นว่าคนในหมู่บ้านรักและสามัคคีกัน ทุกคนทำหน้าที่และช่วยกัน โดยไม่มีใครบ่น แบบนี้เราจะน้อยหน้าได้ยังไง ก็ต้องเต็มที่เช่นกันสิ แต่งตัวมาพร้อมขนาดนี้ ทั้งกันแดด กันฝุ่น แม้ว่าจะมีสัมภาระแบกเป้อีกคนละใบ ซึ่งก็ไม่ต่างจากคนในหมู่บ้านก็แต่งมาเต็มเหมือนกัน แต่ชุดและของใช้ดูเป็นเอกลักษณ์มากกว่าเรา ตรงที่ของส่วนใหญ่ชาวบ้านจะทำเอง ทอเอง และใส่เอง

 

 

ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน อาสาเที่ยวทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน อาสาเที่ยว

เราใช้เวลากวาดไปได้สักพัก ข้ามพ้นเขามาอีกลูก ก็เป็นธรรมดาที่ทุกคนจะดูล้าและก็เหนื่อยอย่างเห็นได้ชัด จนทำให้หลายคนถึงกับขอนั่งพักดื่มน้ำหวานกันเลย แต่ก็พักไปแปบเดียวทุกคนก็พร้อมลุยต่อ ลงมือกวาดกันอีกครั้ง

 

 

ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน อาสาเที่ยวทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน อาสาเที่ยว

เราค่อยๆ กวาดลงเนินไปเรื่อยๆ ช่วงนี้ต้นไม้ใหญ่เยอะกว่าจุดอื่นๆ ใบไม้ก็มีแค่บางช่วง เครื่องเป่านิดเดียวก็หมดละ ทำให้เราตามกวาดไปอย่างรวดเร็ว และก็ลงมาถึงข้างล่าง เป็นทางเรียบ ชาวบ้านนั่งรอเราที่เดินตามกวาดมาถึงทีหลัง และชวนเราเดินกลับเข้าหมู่บ้าน เพราะวันนี้เย็นมากแล้ว จะได้แยกย้ายไปพักผ่อน แล้วค่อยนัดกันมาทำแนวกันไฟอีกที

 

 

ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน อาสาเที่ยวทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน อาสาเที่ยว

แต่ก่อนจะแยกย้ายบ้านใครบ้านมัน พวกเราอาสาเที่ยวและผู้ใหญ่ใจดีหลายๆ คนที่ฝากยาสามัญประจำบ้านมามอบให้ชาวบ้านที่นี่ ซึ่งพยาบาลสาวสวยก็อธิบายยาต่างๆ ที่อยู่ในกล่องให้ชาวบ้านรู้รายละเอียดก่อนที่จะมอบให้คนละกล่อง ซึ่งชาวบ้านเดินมารับมอบด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม และไหว้เราทุกคน เรานี่เกร็งไปตามๆ กันเพราะชาวบ้านก็อายุเยอะกว่าแต่ทุกคน น่ารักมาก ทำให้เราปลื้มใจแทนผู้ใหญ่ใจดีที่ไม่ได้มามอบให้ด้วยตัวเอง แต่เราก็เป็นตัวแทนส่งความส่งใจกลับไปให้

 

 

ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน อาสาเที่ยวทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน อาสาเที่ยว

เราเดินกลับที่พักที่ชาวบ้านแบ่งให้เรา แยกนอนบ้านคนละหลังชาย และหญิง เรียบร้อยแล้ว หลังจากเก็บของและอุ่นใจว่ามีที่นอน เราก็ผลัดกันไปอาบน้ำ ก่อนที่จะค่ำ เพื่อกลับมาทานมื้อเย็น ที่ชาวบ้านทำและเตรียมให้เราพร้อมแล้ว จากห้องครัวแบบดั้งเดิมที่พวกเราตื่นตาตื่นใจในการเห็น อาหารก็เป็นเมนูง่ายๆ อย่างผัดผัก และไข่เจียว แต่ก็มีเมนูที่ไม่คุ้นเคยอย่างข้าวเบอะ แม้ว่ารสชาติจะไม่คุ้นเคยแต่ก็ถือว่าอร่อยเลยนะ

 

 

ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน อาสาเที่ยวทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน อาสาเที่ยว

หลังจากนั้น ช่วงหัวค่ำเราก็มารวมตัวกันที่โบสถ์คริสต์ ทั้งเราและชาวบ้านเพื่อพูดคุยกัน พวกเรามาถึงได้สักพักพี่ปุ๊ก็ตามมาพร้อมกับเครื่องดนตรีที่ชื่อว่า “เตหน่ากู” ซึ่งเราไม่คุ้นทั้งชื่อและลักษณะของดนตรีเลย พี่ปุ๊เล่นดนตรีและร้องเพลงที่แต่งเอง เราก็ฟังกันจนเพลิน พอชาวบ้านทยอยมาตามที่นัดไว้ เราก็เริ่มพูดคุยกัน เกี่ยวกับชุมชน การทำแนวกันไฟ และอีกหลายๆ เรื่อง จนดึก ก็แยกย้ายกันกลับ เพราะพรุ่งนี้มีนัดกันแต่เช้า

 

 

ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน อาสาเที่ยวทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน อาสาเที่ยว

พวกเราทยอยตื่นเพื่อล้างหน้าแปรงฟัน เปลี่ยนชุดเพื่อพร้อมออกจากบ้านช่วงตี 5 ครึ่ง ขึ้นรถเพื่อไปชมพระอาทิตย์ขึ้นตรงทางที่เราขึ้นมาเมื่อวาน ฟ้าค่อยๆ เปิด พระอาทิตย์ค่อยๆ ขึ้น ท่ามกลางอากาศที่กำลังเย็นสบาย จนแสงเริ่มแรงขึ้น และพวกเราก็มองเห็นขยะที่อยู่ตรงนั้นมากพอสมควร เราก็เลยช่วยกันเก็บ คนละไม้คนละมือ มาวางกองรวมๆ กันไว้ก่อน เพราะเราไม่ได้เอาถุงขยะติดมาด้วย แต่พี่ปุ๊บอกว่าเดี๋ยวให้คนในหมู่บ้านมาเก็บไป

 

 

ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน อาสาเที่ยวทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน อาสาเที่ยว

หลังจากนั้นเราก็นั่งรถเพื่อไปอีกหนึ่งจุดตรงทางก่อนเข้าหมู่บ้านมีป้ายกฏกติกาในการเข้าหมู่บ้านมากมายเพื่อการอยู่ร่วมกันของคนที่จะเข้ามา ก่อนที่จะเดินไปยังจุดชมวิวอีกจุดที่สามารถมองเห็นดอยช้างได้ ตอนนี้ได้แต่มองจุดนี้ไปก่อน เพราะชาวบ้านมีมติไม่ให้ขึ้น ซึ่งพวกเราก็เข้าใจ

 

 

ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน อาสาเที่ยวทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน อาสาเที่ยว

พี่ปุ๊พาเราเดินไปตรงจุดที่เห็นพื้นที่โล่ง และเต็มไปด้วยซากต้นไม้ ซึ่งพอเห็นครั้งแรกก็แอบตกใจเล็กน้อย เพราะเราเห็นอยู่บ่อยๆ ในการทำไร่เลื่อนลอย ต้นไม้ก็จะหมดป่าในไม่ช้า แต่แล้วพี่ปุ๊ก็อธิบายสิ่งที่เราเห็นว่า วิถีชีวิตของชาวปากาเกอญอ เป็นหมู่บ้านที่นี่มีอายุมากกว่า 200 ปี ป่าคือบ้านของพวกเขา เขาใช้ชีวิตด้วยการทำไรหมุนเวียน (เหมือนในภาพที่เห็น)

ซึ่งการทำไร่หมุนเวียน คือการหมุนเปลี่ยนพื้นที่ สำหรับการเพาะปลูก ชาวบ้านจะหมุนเปลี่ยนไปทุกๆ 7 ปี โดยพื้นที่ที่ใช้ในการเพาะปลูก จะมีการเตรียมพื้นที่ โดยตัดต้นไม้ (ต้นเล็ก) ให้เหลือตอ เพื่อที่ให้ต้นไม้ยังสามารถ หาอาหาร และแตกกิ่ง เติบโตในปีต่อไปที่ชาวบ้านพักฟื้น ส่วนต้นไม้ใหญ่ ชาวบ้านจะใช้การลิดกิ่งบริเวณด้านล่าง แต่ยังคงมีให้บริเวณยอดไม้ เติบโตต่อไป เพื่อเป็นแหล่งพัก ของนก

เมื่อผ่านการเพาะปลูกในปีนั้น พื้นที่ดังกล่าว จะถูกละทิ้งไว้ให้รกร้าง ไม่ทำการเกษตร เพื่อพักฟื้นดิน และจะกลายมาเป็นป่าเล็กๆอีกครั้ง และเมื่อครบ 7 ปี ชาวบ้านถึงจะกลับมาใช้พื้นที่นี้ในการเพาะปลูกอีกครั้ง เมื่อได้ฟังก็ทำให้เรากระจ่างมากยิ่งขึ้น หลังจากนั้นเราก็เดินผ่านจุดที่มีการบวชป่าเพื่อไปยังบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ที่อยู่ห่างไปไม่ไกล

 

 

ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน อาสาเที่ยวทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน อาสาเที่ยว

เราได้เข้าไปตรงจุดที่เป็นบ่อน้ำที่ชาวบ้านใช้สำหรับดื่ม เป็นน้ำธรรมชาติที่มีให้ดื่มตลอด เราก็ได้ดื่มกันไปคนละแก้ว สดชื่นมาก หลังจากนั้นเราก็เดินชมบรรยากาศรอบๆ หมู่บ้าน ที่มีทั้งทุ่งนา และต้นกาแฟอาราบิก้า ปลูกอยู่จำนวนมาก และตอนนี้ก็กำลังออกดอกบานเต็มไปหมด

 

 

ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน อาสาเที่ยวทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน อาสาเที่ยว

เราเดินผ่านต้นไม้ใหญ่ และถังเก็บน้ำ ก่อนที่จะเข้าไปในหมู่บ้าน และมุ่งตรงไปทานมื้อเช้ากันก่อนเลย เพราะตอนนี้สายมากแล้ว หลังจากนั้นเราก็แยกย้ายกันไปเก็บของขึ้นรถไว้ก่อน

 

 

ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน อาสาเที่ยวทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน อาสาเที่ยว

หลังจากนั้นพี่ปุ๊ก็พาเราเดินไปให้ทั่วหมู่บ้าน ในหมู่อื่นๆ ไปยังไม่ไกลเลยก็แวะอุดหนุนขนมของชาวบ้าน และเดินไปทานไป จนถึงหมู่ที่มีการทอผ้า ปักผ้า ที่ทำกันเกือบทุกหลัง ที่มีทั้งทำแบบใส่เองและแบบทำขาย ที่มีหลากแบบ หลายแนว เราก็อดไม่ได้ที่จะอุดหนุนกันมาคนละชุดสองชุด ไม่ได้เห่อนะ แต่ซื้อแล้วใส่เลย

 

 

ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน อาสาเที่ยวทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน อาสาเที่ยว

และก่อนกลับพี่ปุ๊กับชาวบ้านก็รวมตัวกันมาให้ความรู้เราเกี่ยวกับการทำไร่หมุนเวียนอีกครั้ง รวมทั้งชี้ให้เห็นว่าพวกเขาต้องทำแนวกันไฟยาวขนาดไหน และพวกเราเมื่อวานช่วยไปได้แค่ไหน ซึ่งเราก็ได้มอบวิทยุสื่อสาร และเงินบางส่วนเพื่อไปซื้อเครื่องเป่ามาช่วยทำแนวกันไฟอีกด้วย คนรับยิ้ม คนให้ก็กลับไปด้วยรอยยิ้มเช่นกัน เราต้องนั่งรถกระบะกลับทางเดิน โยกซ้าย โยกขวากรี๊ดเบาๆ ท้าแดดรับลมร้อนกันไป

 

 

ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน อาสาเที่ยวทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน อาสาเที่ยว

ระหว่างทางกลับ เราแวะวัด และขนทรายเข้าวัด ร่วมกันก่อกองทรายหน้าวัด ก่อนที่จะเดินเข้าไปชมภาพฝาผนังภายในที่ทำให้เราเพลินมากกับการเดินชม ไหว้พระขอพรสักหน่อย

 

 

ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน อาสาเที่ยวทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน อาสาเที่ยว

มิใช่แค่ปลายทาง

แม้ว่าธรรมชาติรอบข้างจะดูแห้งแล้งไปเพราะฤดูร้อน ทำให้ต้นไม้แห้ง ใบไม้กรอบ แต่ก็ยังมีดอกไม้สีสันสดใส แซมๆ ให้ได้เห็นความงดงามบ้าง ที่สำคัญท่ามกลางความเหน็ดเหนื่อย เรายังคงส่งยิ้มให้กันตลอด ยังสนุกแม้ว่าจะเหนื่อย เหมือนส่งพลังให้กันตลอด

 

 

ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน อาสาเที่ยวทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน อาสาเที่ยว

เก็บตก

รอบๆ หมู่บ้าน ในแต่ละหมู่อยู่ค่อนข้างห่างกันพอสมควร และแต่ละหมู่ก็มีธรรมชาติอย่างต้นไม้ใหญ่อยู่มากมาย แซมไปด้วยดอกไม้เล็กๆ ที่แอบซ่อนอยู่ตามมุมต่างๆ ของหมู่บ้านนี้ เพิ่มสีสัน ให้ที่นี่ดูหวานๆ

 

 

ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน อาสาเที่ยวทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน อาสาเที่ยว

ผู้คนที่นี่ยังคงมีเอกลักษณ์ มีวิถีการใช้ชีวิตที่ยังคงแบบดั้งเดิม เรียบง่าย ทั้งที่อยู่อาศัย และแม้แต่ชุดก็มาจากที่ทอเองจากกี่เอว และปักเองจากมือ ในลวดลายที่ใช้วัสดุจากธรรมชาติรอบๆ หมู่บ้านที่นำมาประดับตกแต่ง

 

 

ทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน อาสาเที่ยวทำแนวกันไฟ ป่าแป๋ ลำพูน อาสาเที่ยว

แม้ว่าเราไม่เคยทำ แต่การมาของพวกเราอาสาเที่ยว แม้ว่าจะช่วยอะไรไม่ได้มาก แต่พวกเราก็ทำกันอย่างเต็มที่ แม้ว่าจะทำไปพักไป แต่เราช่วยจนจบงาน สร้างประสบการณ์ชีวิตกันไปอีกหนึ่งอย่าง

ครั้งหน้าจะไปทำอะไรอีก เรา!!! อยากให้ทุกคนติดตาม ไปเรื่อยๆ หรือใครอยากมีประสบการณ์เพิ่มอยากไปร่วมสนุกด้วยกันก็ยินดี www.rsatieow.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น