Menu

แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง…ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์

แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์

แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง…ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์

จังหวัดตรังในอดีตเคยเป็นเมืองท่าค้าขายกับต่างประเทศ เป็นศูนย์กลางการคมนาคม อยู่ทางภาคใต้ของประเทศไทย ติดทะเลอันดามันที่มีจุดดึงดูดตามเกาะต่างๆ มากมาย แต่ที่นี่ก็ไม่ได้มีดีแค่ทะเลยังมีวิถีชีวิตตามชุมชน ซึ่งเราได้เรียนรู้ที่นี่ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทำให้เราได้รู้จักที่นี่เพิ่มมากขึ้น

“เราคิดว่า เราค้นพบ แนวทางของเราแล้ว”

“อาสาเที่ยว แค่ อยาก ให้คนไปเที่ยว ได้ อะไร มากกว่า แค่ ไปเที่ยว”

เที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยวแบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์

ตรังมีดีอะไรก็คงไม่มีใครสามารถตอบได้ดีกว่าการที่เราจะได้ไปเห็นกับตาตัวเองอย่างแน่นอน ซึ่งเราก็ไม่พลาดที่จะกลับมาตรังอีกครั้ง เพราะนั่นจะทำให้เรารู้จักที่นี่เพิ่มมากขึ้น

 

แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์

     กางแผนที่

สุดท้ายแล้วเราเดินทางกันด้วยรถทัวร์ เพราะรถไฟรอบที่เราจะขึ้นไม่มีที่นั่งแล้ว และรถทัวร์ก็เหลือเพียงรอบเดียว คือบขส.ม.4(ข) เป็นรถปรับอากาศชั้น 1 มี 2 ชั้น 50 ที่นั่ง แต่เก้าอี้สามารถปรับเอนได้ 165 องศา มีห้องน้ำ และพนักงานต้อนรับพร้อมกับของว่าง 1 กล่อง

กว่าจะถึงกลางทางเพื่อพักรถขาพวกเราก็ชากันไปเล็กน้อย เพราะที่นั่งระหว่างเก้าอี้แคบไปนิด แต่ห้องอาหารที่ยิ่งใหญ่อลังกาลที่เราเห็นก็ทำให้เราลืมเรื่องบนรถไปเลย ยังพูดแซวกันเล่นๆ ว่านี่เรามางานแต่งรึเปล่า เพราะทุกอย่างดูอลังกาลมาก รวมไปถึงกับข้าวที่มีหลากหลายอย่าง แต่มันอร่อยเข้ากับข้าวต้มสุดๆ

หลังจากนั้นเราก็ขึ้นรถและเผลอหลับไป ตื่นมาอีกทีก็เช้าและถึง บขส.ตรังแล้ว เราทยอยลงจากรถและเตรียมพร้อมตะลุยเมืองตรังอีกครั้ง

 

แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์

     ทีละก้าว ทีละก้าว

เมื่อลงไปใต้ มื้อเช้าที่เราต้องลองที่ตรังคือ ติ่มซำ ซึ่งมีให้เลือกมากมายหลายร้าน ซึ่งเราได้ไปลิ้มรสที่ร้านเรือนไทยติ่มซำ บรรยากาศร้านดูสบายๆ  มีทั้งโซนด้านในและข้างนอก

เราสามารถเดินไปเลือกเมนูทางข้างของร้านที่มีให้เลือกอย่างมากมายละลานตา เต็มไปหมด พอเลือกเสร็จแล้วทางร้านจะนำไปนึ่งทันที กลิ่นหอมโชยไปทั่วร้าน

ระหว่างที่เรานั่งรออยู่ที่โต๊ะก็สั่งหมูย่าง ปาท่องโก๋พร้อมสังขยา และของทอดอีกมากมายบอกเลยว่าอยากชิมไปซะทุกอย่าง ไม่นานติ่มซำก็ทยอยมาเสิร์ฟที่โต๊ะจนแน่นเต็มจนแทบจะไม่มีที่วาง แต่เราก็จัดการทุกอย่างจนหมด ตบท้ายด้วยชาร้อน อิ่มกำลังดี พร้อมลุยเมืองตรังได้อย่างเต็มที่

 

แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์

เราเริ่มจากจุดแลนด์มาร์คอีกที่อยู่ตรงถนนตรัง-พัทลุง ใกล้จวนผู้ว่าฯ โดยมีลานตราสัญลักษณ์อยู่ฝั่งตรงข้าม นั่นคือวงเวียนพะยูนเป็นวงเวียนน้ำพุขนาดใหญ่ 4 ชั้น

โดยแต่ละชั้นเป็นเรื่องราวของวรรณคดีไทย โดยชั้นบนสุดเป็นรูปพรานบุญจับกินรีจากเรื่องพระสุธนมโนราห์ ชั้นรองลงมาเป็นรูปนางเงือกจากเรื่องพระอภัยมณี ถัดลงมาอีกก็เป็นม้านิลมังกรจากเรื่องพระอภัยมณีและชั้นล่างเป็นรูปปลาพะยูน ซึ่งเป็นสัตว์อนุรักษ์ประจำจังหวัดตรัง

หลังจากนั้นเราก็ไปสัมผัส Street Art ตามตึกต่างๆ ซึ่งทุกภาพถูกรังสรรค์ด้วยฝีมือชาวสโมสรโรตารี ที่ช่วยกันสร้างสรรค์ภาพวาดสามมิติอย่างต้นศรีตรัง ที่พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี (คอซิมบี้ ณ ระนอง) นำเข้ามาปลูกในปีพ.ศ. 2444

ซึ่งต้นศรีตรังเป็นวงศ์เดียวกับชมพูพันธุ์ทิพย์ ดอกจะเป็นหลอดเหมือนปากแตร ออกเป็นช่อใหญ่ตามกิ่ง ดอกสีม่วง มีกลิ่นหอมอ่อน เราเห็นเพียงภาพวาดก็จินตนาการไปไกลว่าได้ยืนอยู่ใต้ต้นศรีตรังจริงๆ

 

แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์

หลังจากเพลินเพลินจุดแรกไปเสียนาน เราก็เดินเข้าไปในซอย ชมตึกราบ้านช่องไปเรื่อยๆ จนพบภาพวาดสามมิติอย่างต้นยางพารา มีหลักฐานเด่นชัดว่า เมื่อ ปี พ.ศ.2442 พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี (คอซิมบี้ ณ ระนอง) เป็นผู้นำต้นยางพารามาปลูกป็นครั้งแรก จนได้รับสมญานามว่าเป็น “บิดาแห่งยาง” จุดนี้ยังมีภาพวาดเกี่ยวกับขั้นตอนการแปรรูปยางพาราด้วย หลายคนสนุกกับการถ่ายภาพมาก

หลังจากนั้นเราต้องนั่งรถไปอีกจุดเพื่อชมภาพวาดสถานที่ท่องเที่ยว อันซีนไทยแลนด์ อย่างถ้ำมรกต ที่อยู่บนฝาผนังตึกชิโนโปตุกีตที่มีอายุกว่า 140 ปี บนถนนราชดำเนิน แค่เห็นภาพก็ตื่นเต้นละ สนุกกับการถ่ายรูปกันใหญ่ รอเจอทะเลของจริงพรุ่งนี้

 

แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์

เราไปยังอำเภอกันตัง เพื่อไปสถานีรถไฟ ซึ่งเป็นสถานีสุดทางของทางรถไฟสายใต้ ฝั่งทะเลอันดามัน สถานีรถไฟกันตัง เป็นอาคารไม้ชั้นเดียวทรงปั้นหยา ทาสีเหลืองสลับน้ำตาล ตัวอาคารแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนตัวอาคารและชานชาลา

ภายในสถานียังพอมีข้าวของเครื่องใช้ในอดีตหลงเหลืออยู่บ้าง ทำให้ปัจจุบันได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานโดยกรมศิลปากร มีผู้คนทยอยเข้ามาเก็บภาพและเดินเล่นที่นี่อย่างต่อเนื่อง

หลังจากที่เดินเล่นจนเหนื่อยเราก็เข้าไปนั่งพัก ดื่มน้ำที่ร้านสถานีรักที่สร้างได้อย่างกลมกลืนกับสถานีมาก มีเมนูเด่นๆ อย่างมะม่วงเบาปั่น รวมทั้งมีจักรยานให้เช่าปั่นด้วย

 

แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์

พิพิธภัณฑ์พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี เป็น “จวนเก่าเจ้าเมืองตรัง” หรือบ้านพักอดีตเจ้าเมืองตรัง เป็นเรือนไม้ 2 ชั้น มีรูปปั้นหุ่นขี้ผึ้งและเครื่องมือเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของท่านอย่างครบถ้วน

ซึ่งด้านข้างเรือนไม้ก็มีอนุสาวรีย์พระยารัษฎานุประดิษฐ์ บรรยากาศที่ดีมากเต็มไปด้วยต้นไม้นานาชนิดรอบด้านเลย ร่มรื่นมาก รู้สึกดีตั้งแต่เดินเข้ามา เดินเพลินจนเที่ยง

 

แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์

ท้องเริ่มร้องเล็กๆ เมื่อมื้อเช้าย่อยจนหมดแล้ว เราก็มุ่งหน้าหามื้อเที่ยงกันต่อ ซึ่งเราก็มาจอดรถหน้าร้านที่เป็นห้องแถว 2 ห้องติดกัน ร้านโกเกี้ยกันตังเป็นร้านอาหารทะเลชื่อดังตั้งมานานกว่า 50 ปี

ซึ่งใครมาที่นี่ก็ต้องสั่งเมนูนี้ “ราดหน้าซุปเปอร์ทะเล” ที่อัดแน่นไปด้วยกุ้ง หอย ปู ปลา และปลาหมึก จนมองไม่เห็นเส้น เสิร์ฟมาจานใหญ่มากแบ่งกันกินหลายคนยังเกือบไม่หมด ตัดเลี่ยนเพิ่มความสดชื่นด้วยเฉาก๊วยเยลหลีปั่นเหนียวหนึบเคี้ยวเพลิน

ซึ่งเมนูปูนิ่มทอดกระเทียมกับน้ำจิ้มซีฟู้ดกินคู่ไข่ตุ๋นสูตรคุณยายเนื้อเนียนนุ่มมาก อิ่มพุงกางไปตามๆ กัน พร้อมชมเมืองตรังช่วงบ่ายกันต่อ

 

แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์

ชุมชนบ้านย่านซื่อเป็นชุมชนริมแม่น้ำตรังที่สองฝั่งคลอง เต็มไปด้วยต้นจาก ทำให้ชาวบ้านนำส่วนต่างๆ มาใช้ประโยชน์แตกต่างกันไป อย่างในสมัยก่อนบ้านทุกหลังจะมีบ่อน้ำ ซึ่งอุปกรณ์ที่ใช้ตักน้ำเรียกว่า ติหมา หรือ “หมาตักน้ำ” เป็นภาชนะตักน้ำอย่างหนึ่งของชาวภาคใต้

“ยายนีย์” ต้อนรับเราด้วยรอยยิ้มและสาธิตการทำติหมาจากใบจาก แม้ว่ายายจะค่อยๆ ทำ ให้เราทำตามทีละขั้นตอนบอกเลยว่ายากมาก ต้องใช้สมาธิ แต่คุณยายกลับทำไปคุยไปเสร็จไปสองใบ เราก็ยังทำไม่ถึงครึ่ง ใช้ความพยายามทำต่อจนทำออกมาเป็นติหมาสำเร็จแต่รูปทรงแปลกกว่าต้นฉบับไปหน่อย

พวกเราสนุกกับการทำอยู่พักใหญ่ ซึ่งการทำจริงๆ ขั้นตอนเราเหมือนเป็นขั้นตอนสุดท้าย คือขึ้นรูปทรง เพราะก่อนที่จะมาถึงจุดนี้ต้องเริ่มจากตัดเอายอดอ่อนๆ ซึ่งยังไม่แตกออกมาจากยอดเป็นใบเลย ตัดให้ได้ขนาดตามต้องการแล้วนำไปตากแดดให้พอหมาดๆ เพื่อให้ง่ายต่อการนำมาสอดต่อกันให้ออกมาเป็นรูปทรงต่างๆ ที่ตอนนี้มีผู้คนนิยมนำมาใส่ทั้งเครื่องดื่ม ขนม และไอศกรีม

 

แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์

ตำบลย่านซื่อ มีต้นจากอยู่มากและเป็นแหล่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง จึงกลายเป็นพืชเศรษฐกิจของชุมชนที่ทำมาอย่างต่อเนื่องนับ 100 ปี บริเวณลานหน้าบ้านแทบทุกครัวเรือนจะเป็นที่นั่งสับ มัด ตาก ใบจากเพื่อนำมาทำมวนยาสูบเต็มไปหมด

ซึ่งมีขั้นตอนมากมายไม่ง่ายเลยในการที่จะได้ใบยาสูบ 1 มวน และลักษณะการทำในขั้นตอนที่ต้องลอกใบจากต้องใช้ทั้งทั้งปากและเท้า จนหลายคนเรียกที่นี่ว่า “ชุมชนปากกัดตีนถีบ” ซึ่งต้องใช้ความชำนาญอย่างมากมักจะเป็นวัยกลางคนและคนชราที่ทำในส่วนนี้

 

แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์

หลังจากนั้นเราก็มุ่งหน้าเพื่อไปชมธรรมชาติยิ่งคนที่ชอบธรรมชาติและพรรณไม้รับรองเลยว่าต้องชอบที่นี่ สวนพฤกษศาสตร์ภาคใต้ (ทุ่งค่าย) ซึ่งที่นี่จะมีไกด์ตัวน้อย น้องๆ นักเรียนที่จะผลัดกันมาเป็นไกด์นำนักท่องเที่ยวเดินชมในแต่ละรอบ

ฟ้าเป็นใจมากช่วงที่เราเริ่มเดินมีฝนตกปรอยๆ ให้อากาศเย็นๆ เราเดินไปตามทางเส้นศึกษาธรรมชาติ ชมต้นไม้ชนิดต่างๆ ไปเรื่อยๆ จนมาถึงสะพานศึกษาเรือนยอดไม้ ถึงกับแหงนมองแล้วถอนหายใจเลย แต่ก็เดินตามขึ้นไปอย่างช้าๆ

 

แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์

ครั้งแรกที่เราจะได้เดินชมธรรมชาติท่ามกลางความสูงเกือบถึงยอดไม้แบบนี้ ตื่นเต้นสุดๆ กับสะพานศึกษาเรือนยอดไม้ แห่งแรกและแห่งเดียวของประเทศไทยในขณะนี้

โดยสะพานมีความยาว 175 เมตร สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้นานาชนิด เราค่อยๆ เดินจากจุดเริ่มต้นไปทีละคน โดยไม่ให้อยู่บนสะพานเกินห้าคน เพื่อความปลอดภัยก็ควรปฏิบัติตามกฎจะได้ทำให้การชมธรรมชาติสนุก ซึ่งมันก็สนุกจริงแต่ก็ยังรู้สึกหวาดเสียวอยู่บ้าง

 

แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์

สะพานแห่งนี้มีความสูง 3 ระดับ เริ่มจาก 10 เมตร ซึ่งแค่นี้ขาก็สั่นละ มองลงมาข้างล่างนี่ก็ใจหวิวๆ กันเลยทีเดียว เราค่อยๆ เดินข้ามสะพานไต่วามสูงขึ้นไปเรื่อยๆ

ซึ่งไม่ว่าสะพานจะสูงขึ้นแค่ไหน ต้นไม้สองข้างทางก็ยังคงสูงกว่าเราอยู่ดี ทำให้เรารู้สึกเหมือนเดินอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ สดชื่นสุดๆ สูดอากาศเข้าไปให้เต็มปอด

 

แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์

ในที่สุดเราก็เดินขึ้นมาจนถึงสะพานส่วนที่สูงที่สุด 18 เมตรจนสามารถจับยอดไม้ได้เลย รู้สึกตื่นเต้นมากๆ นี่สะพานสูงขนาดนี้ยังมีต้นไม้ใหญ่สูงกว่าสะพานอีก แต่ก็มีบางมุมที่เราสามารถมองเห็นต้นไม้ข้างล่างเขียวเต็มไปหมด

ที่นี่มี 5 ช่วงสะพาน และ 6 หอคอย ซึ่งมันก็รู้สึกสนุกในการเดินข้ามสะพานจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นไปเรื่อยๆ งานนี้ต้องขอบคุณน้องๆ สองคนที่ทำให้ระหว่างทางไม่เหงา เดินกลับออกมาติดสำเนียงใต้กันได้เลยนิ !

 

แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์

หนึ่งวันในตรังหมดอย่างรวดเร็วก็มาถึงมื้อเย็นแล้ว ซึ่งเราแวะมาชิมอาหารร้านครัวเพื่อนเพ ที่จัดสำรับมาแบบจัดเต็มฉบับอาหารใต้แท้ๆ อย่าแกงคั่วพริกกระดูกหมู รวมทั้งแกงแม่ขมิ้นที่หากินยากมาก

ซึ่งที่นี่จะตำพริกแกงเอง รสเด็ดเผ็ดแกงใต้จริง แต่ยังดีที่มีใบเหลียงผัดไข่มาช่วยแก้เผ็ด ส่วนเมนูน้ำพริกกุ้งสดรสเจ็บกับน้ำพริกแมงดาสุดจี๊ดที่กินคู่กับผักต้มและผักสดที่มีหลายอย่างที่เราไม่คุ้นเคย ทำให้เติมข้าวกันจนหมดโถ และทุกเมนูเกลี้ยง

ดื่มน้ำดับเผ็ดแบบน้ำตาคลอ กลับออกมาขึ้นรถและกลับที่พักแบบอารมณ์ดี โดยมีรุ้งกินน้ำมาอวดเราก่อนที่แสงพระอาทิตย์จะพาลับขอบฟ้าไป

 

แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์

ที่พักของเราคือ นกฮูก เฮาส์ (Nokhook House) เป็นที่พักที่อยู่ไม่ไกลจากถนนคนเดิน และห่างจากวงเวียนพะยูนและหอนาฬิกาเพียงนิดเดียว ตกแต่งสไตล์ปูนเปลือยเรียบๆ แต่มีความเก๋ในการตกแต่งในหลายๆ มุม

และที่สำคัญก็มีนกฮูกเต็มไปหมด บรรยากาศที่พักดูแบบสบายๆ เหมือนได้อยู่บ้าน มีมุมนั่งเล่นหลากหลายมุม ส่วนห้องพักมีแบบส่วนตัวเตียงคู่ และแบบห้องรวมเตียง 2 ชั้น มีทั้งแบบห้องน้ำในตัวและห้องน้ำแยก ราคาต่อคืนก็ไม่แพง

 

แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์

ในเมื่อถนนคนเดินอยู่ไม่ไกลจากที่พัก พอค่ำหลังจากที่เก็บของเข้าที่พักเรียบร้อยเราก็ไปเดินเล่นชิวๆ ที่หน้าสถานีรถไฟตรังที่เต็มไปด้วยร้านค้ามากมาย ลายตาเราไปหมด

“นู่นก็น่ากิน นี่ก็น่ากิน” แวะชิม และสั่งมานั่งกินตรงโต๊ะที่มีตั้งไว้ให้อยู่ตรงกลางถนนเลย ชิวไหมละ กลับที่พักแบบอิ่มสบาย หลับกันเร็วเลย

 

แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์

เช้าวันรุ่งขึ้นเราแต่งตัวพร้อมที่จะลงทะเลทันทีที่กินมื้อเช้าเสร็จ ซึ่งเมนูเช้านี้ก็เปลี่ยนสไตล์ไปเลย ร้านอาลาบ๊าบโรตี มะตะบะ ที่ไม่ได้มีแค่มะตะบะ ยังมีขนมจีนน้ำยาแบบไทยๆ แนวฝรั่งอย่างขนมปังไส้กรอกไข่ดาวก็มี หรือติ่มซำก็สามารถสั่งได้

ส่วนเมนูที่เป็นโรตีจะทำสดๆ ร้อนๆ อย่างโรตีแกง โรตีกล้วย และอีกหลายๆ ใส้ ส่วนใครที่มาร้านนี้ก็ต้องสั่ง อย่างโรตีมะตะบะ และขนมปังมะตะบะกินกับอาจาดลงตัวจนต้องสั่งเพิ่ม

 

แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์

เรามุ่งหน้าสู่ท่าเรือคลองสนเพื่อไปถ้ำมรกต และวันนี้ก็เป็นวันที่ท้องฟ้าเปิดเป็นใจในการล่องเรือชมทะเลอย่างมาก เราทยอยลงเรือสปี๊ดโบ๊ทและสวมเสื้อชูชีพพร้อมฟังคำอธิบายจากไกด์ เรือเริ่มออกจากท่ามาด้วยความเร็ว

 

แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์

เมื่อเรือออกไปสักพักพวกเราก็เริ่มย้ายจากที่นั่งข้างในไปอยู่ท้ายเรือบ้าง หัวเรือบ้าง เรือปะทะคลื่นเบาๆ ไปเรื่อยๆ ซึ่งพวกเราก็ไม่หวั่น แถมยังท้าแดด ท้าลมกันอย่างสนุกสนานที่หัวเรือ ทำให้เราเพลินและลืมเวลาไปเลยว่านั่งเรือมานานแค่ไหนแล้ว

 

แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์

วิวที่เราได้เห็นไปตลอดทาง ก็ทำให้เราเพลิดเพลินได้เช่นกัน ท้องฟ้าสีใสตัดกับก้อนเมฆสีขาว ส่วนน้ำทะเลสีน้ำเงินอมเขียวตัดกับเกาะรูปร่างต่างๆ สีเขียวได้อย่างลงตัว

 

แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์

ในที่สุดเราก็มาถึงถ้ำมรกต ตั้งอยู่ที่เกาะมุกซึ่งเป็นเกาะใหญ่อีกเกาะหนึ่ง เป็นถ้ำมหัศจรรย์กลางทะเล ที่มีชื่อเสียงของ จ.ตรัง พอเรือจอดและเราเห็นหน้าถ้ำแล้วนั้นทุกคนก็ไม่รีรอ ทยอยลงน้ำทันที น้ำใสมากเห็นขาที่อยู่ใต้น้ำอย่างชัดเจน เรารอทุกคนลงมาจนครบรวมทั้งไกด์ด้วย

 

แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์

ไกด์เรียกให้เราว่ายมาเกาะให้เป็นแถวตอนเรียงหนึ่ง เพื่อที่จะเข้าถ้ำไปพร้อมๆ กัน ในขณะที่เรากำลังเข้าถ้ำ ก็สวนกับอีกกลุ่มที่กำลังออกมา พอเราหันกลับมามองก็เห็นสีน้ำเป็นสีเขียวมรกต งดงามมากจริงๆ

หลังจากนั้นเราจะลอยอยู่บนผิวน้ำที่ค่อยๆ มืด จึงต้องเกาะกันดีดีอย่าให้หลุดจากกัน ระยะทาง 80 เมตรที่รู้สึกว่าเคว้งคว้างมาก ลอยอยู่บนน้ำ และมองไม่เห็น ไม่นานเราก็เริ่มเห็นแสงริบๆ ไกลๆ เราค่อยๆ ว่ายไปตามแสงจนพ้นปากถ้ำออกมาอีกด้านหนึ่ง น้ำค่อยๆ ตื้นขึ้นเป็นชายหาดที่กว้างพอให้เล่นน้ำได้

 

แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์

หาดทรายละเอียด ขาวสะอาด และน้ำก็ใสจนอดใจไม่ไหวที่จะเล่นน้ำอยู่พักหนึ่ง ซึ่งในขณะนั้นเราก็เห็นถึงความงามของที่นี่ ที่มีหน้าผาสูงชันที่เต็มไปด้วยต้นไม้ล้อมรอบ ด้านบนทะลุจนมองเห็นท้องฟ้า และแสงแดดส่องเข้ามาได้

ภายในนี้มี 2 จุดที่ไกด์พาเราไปดูหัวใจบนฟ้า ที่อยู่คนละจุด และมองเห็นคนละขนาด ก็แปลกและตื่นเต้นดี แม้ว่าที่นี่จะมีบริเวณไม่กว้างเท่าไรนัก แต่นักท่องเที่ยวที่เข้ามาก็สนุกกับการอยู่ในนี้กันพักใหญ่

 

แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์

แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์

จากนั้นเราก็ว่ายกลับทางเดิม ด้วยวิธีเดิม คือ เกาะคนข้างหน้าต่อแถวกันไปผ่านความมืดเพื่อออกไปสู่ทะเลภายนอกอีกครั้ง ซึ่งกว่าแต่ละคนจะขึ้นเรือก็ว่ายน้ำเล่นกันอยู่นาน แต่พอท้องเริ่มร้อง เราก็รีบขึ้นเรอกันทันที แต่เราต้องนั่งเรือไปอีกสักพักเพื่อกินมื้อเที่ยงบนเกาะ

 

แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์

เกาะกระดาน คือจุดหมายของเรา ไกด์ที่พาเรามาก็จัดการเตรียมมื้อเที่ยงอย่างรวดเร็ว ชุดใหญ่มาก มีทั้งผัด แกงใต้ ของทอด น้ำพริกและผักอีกเพียบ หลังจากที่เราไปล้างตัวจากน้ำจืดมาก็ลุยเลย ตักราดข้าวแล้วหามุมกินกันแบบสบายๆ ตักเพิ่มจนอิ่ม

 

แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์

หลังจากนั้นก็นั่งย่อยมื้อเที่ยงรับลมพูดคุยหลบแดดกันใต้ต้นไม้ ชมวิวไปเพลินๆ มองฟ้า มองน้ำ ไปเรื่อย ซึ่งที่เกาะนี้มีที่พักหลากหลายแบบ ทั้งแบบเป็นบ้าน เป็นเต็นท์ริมทะเลที่แค่เห็นก็รับรู้ว่าน่าจะชิวน่าดูถ้าได้พักที่นี่ เพราะแม้ว่าคนจะเยอะแต่ก็ยังมีมุมสงบอยู่

 

แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์

หลังจากนั้นเราก็ชวนกันไปเดินรอบๆ ริมชายหาด ซึ่งมีหลายมุมที่เราชอบ โดยเฉพาะต้นไม้ แม้ว่าที่นี่จะเป็นเกาะแต่ต้นไม้ก็มีหลากหลายเยอะมากเช่นกัน

โดยเฉพาะต้นหูกวาง แต่ละต้นมีขนาดใหญ่มาก ซึ่งมีต้นหนึ่งที่มีชิงช้าทำจากขอนไม้งอๆ และกว้างพอที่เด็กฝรั่งสองคนจะนั่งด้วยกันได้ มุมนี้จะมีคนหมุนเวียนสับเปลี่ยนมานั่งเล่นอยู่เป็นระยะๆ เป็นมุมที่เพลินจริงๆ

 

แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์

เกาะนี้แม้ว่าจะอยู่ในเมืองไทยแต่บนเกาะกลับเต็มไปด้วยฝรั่ง ชาวต่างชาติมากมาย จนคิดว่าอยู่ต่างประเทศเลย ส่วนใหญ่มักจะนอนอาบแดด แต่ก็มีบางส่วนที่เล่นน้ำ และดำน้ำตื้นที่หน้าหาด

แม้ว่าที่เราเห็นฝรั่งบนเกาะเยอะแล้ว แต่ก็ยังมีทยอยมาขึ้นเกาะอยู่เรื่อยๆ แต่ละคนนี่แต่งตัวจนทำให้พวกเรารู้สึกเหมือนแต่งตัวผิดระเบียบไปเลย

 

แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์

พอขึ้นฝั่งได้เราก็มุ่งหน้าไปยังบ้านน้ำราบเพื่อไปเข้าร่วมประชุมกับชาวบ้านที่เขาประชุมกันอยู่แล้วทุกเดือน เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกันในหลายๆ ฝ่าย โดยหลักใหญ่คือการทำเตาเผาขยะที่คนในชุมชนอยากรู้ก่อนที่จะสร้าง ซึ่งสุดท้ายคนในชุมชนก็เห็นพ้องต้องกันว่าอยากให้ทำ

 

แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์

แต่ด้วยเวลาที่เรามาที่นี่ก็เย็นมากแล้ว และอุปกรณ์ก็ไม่มีเตรียมไว้เพื่อทำ ก็เลยอธิบายและสาธิตการก่อเตาให้ดู เพราะหลักการทำง่ายๆ อธิบายละเอียดทุกขั้นตอน ซึ่งทำจากวัสดุใกล้ตัวและหาง่าย

ในระหว่างนั้นก็มีเสียงกีต้าร์และกลองดังมาเป็นระยะๆ พร้อมเสียงร้องที่ทำให้พวกเราหลายคนไปนั่งฟังกันจริงจัง บอกเลยว่าเพลิน กีต้าร์ตัวเก่ากับกลองในแบบที่ไม่คุ้นเคยก็ทำให้คนที่นี่มีความสุขในแบบตัวเอง

 

แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์

เรานั่งรถเพื่อมุ่งหน้าไปยังหาดปากเมงเพื่อกินมื้อเย็นที่นั่น ซึ่งช่วงเวลาที่เราไปถึงนั้นพระอาทิตย์กำลังจะตกพอดี แสงสุดท้ายกำลังสวยเลย พวกเราก็เลยมานั่งรอส่งพระอาทิตย์

และมองผู้คนที่ทำกิจกรรมอยู่ริมหาด ที่มีตั้งแต่เด็กๆ มาเดินมาตักทรายเล่น ซึ่งผู้ใหญ่อย่างเราก็ไม่แพ้กัน โยคะริมหาดกันเลย ออกกำลังกายก่อนมื้อเย็นกันเลย

 

แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์

และก่อนเข้าที่พักพวกเราก็ไปเดินเล่นชิวๆ สัมผัสบรรยากาศผ่อนคลายยามค่ำคืน ที่ตลาดชินตาเป็นแหล่งช้อปปิ้งและมีร้านอาหารให้เลือกชิมอีกมากมาย

ในตัวตลาดจะแบ่งเป็นโซนๆ อยู่ภายในอาคารตู้คอนเทนเนอร์ มีจุดถ่ายรูปหลายจุด มีร้านน่านั่งจนเลือกไม่ถูก เดินทางสะดวกเพราะอยู่ในตัวเมือง และไม่ไกลจากที่พักเพราะเราก็เดินกลับที่พักสบายๆ ถือโอกาสชมเมืองยามค่ำคืนไปในตัว

 

แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์

ยามเช้ากับการมุ่งหน้าไปตำบลนาหมื่นศรีที่มีทุ่งนากว้างสุดลูกหูลูกตาที่มีข้าวกำลังเขียวชอุ่ม มีภูเขาอยู่ด้านหลัง ท่ามกลางท้องฟ้าที่สดใส มีเรือนไม้ที่สร้างด้วยไม่ไผ่ หลังคามุงจาก ตกแต่งเน้นเป็นเอกลักษณ์ทางใต้

โดยมีชื่อร้านว่าภูหลวงลูกลม เพราะที่นี่เป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านใช้ละเล่นลูกลมจึงตั้งชื่อให้สอดคล้องกัน แม้ว่าสายแล้วแต่การนั่งมองต้นข้าวลู่ไปตามลม ฟังเสียงลูกลมก็เพลินดีนะ

 

แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์

นอกจากนี้ก็ยังมี ร้านชิมทาน…ริมทุ่ง ที่ขายข้าวต้ม ขนมจีนน้ำยา และของหวานอีกหลายอย่าง มีที่นั่งอยู่ริมทุ่งนา บอกเลยว่ามันดีมากกับการกินมื้อเช้าท่ามกลางบรรยากาศแบบนี้ อาหารแค่หลักสิบแต่วิวหลักล้าน

 

แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์

ผ้าทอพื้นเมืองของตรังมีมาอย่างยาวนาน จากคำบอกเล่าของคนเฒ่า คนแก่แห่งบ้านนาหมื่นศรี ทำให้รู้ว่าการทอผ้าได้ขาดหายไปช่วงหนึ่งในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง เพราะขาดเส้นด้ายที่จะใช้ทำวัตถุดิบ

ซึ่งการทอผ้านาหมื่นศรีฟื้นคืนมาอีกครั้งเมื่อราว พ.ศ.2514 โดย “ยายนาง ช่วยรอด” รวบรวมคนทอผ้าอายุรุ่นเดียวกัน ได้ 3 คน คือ ยายผอม ขุนทอง, ยายอิน เชยชื่นจิตร และยายเฉิ่ม ชูบัว ช่วยกันซ่อมแซม กี่ กับเครื่องมือเก่าๆ ให้ใช้การได้แล้วลงมือทอผ้าด้วยความตั้งใจว่าจะให้ลูกหลานได้รู้จักผ้าทอและวิธีทอผ้าแบบดั้งเดิม

ทำให้เราได้เห็นการทอผ้าใกล้ชิดขนาดนี้แค่เห็นก็ยากละ เส้นสายระโยงระยางเต็มไปหมด วิธีการเหมือนง่าย ที่ลวดลายที่ออกมางดงามมาก ส่วนชั้นสองของที่นี่ก็เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ทำให้เรารู้จักประวัติการทอผ้าของที่นี่ ที่จะยังคงรักษาและสืบสานกันต่อไป

 

แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์

อีกสถานที่ที่เมื่อมา นาหมื่นศรี แล้วจะต้องมาเที่ยวที่นี่ด้วย “ถ้ำเขาช้างหาย” ที่ภายในจะมีหินงอกหินย้อยรูปทรงต่างๆ ที่ยังมีความสมบูรณ์อยู่มากให้เราได้เดินชม ปากทางเข้าถ้ำดูแคบมาก แต่พอเข้าไปข้างในกว้างมาก

ซึ่งแบ่งเป็นห้องๆ ประมาณ 6 ห้อง ซึ่งแต่ละห้องมีเอกลักษณ์ต่างกัน โดยเฉพาะถ้ำเพดานที่เป็นห้องไม่มีหินงอกหินย้อยเลย ภายในถ้ำได้รับการปรับปรุงทางเดิน จัดแต่งแสงไฟใว้ให้สำหรับผู้มาเที่ยวถ้ำ

ชื่อถ้ำเหล่านี้มีตำนานเล่าว่า เมื่อขบวนช้างของเจ้าเมืองนครศรีธรรมราชไปร่วมงานก่อสร้างพระบรมธาตุเจดีย์ เดินทางมาถึงบริเวณเขาลูกนี้ แม่ช้างเชือกหนึ่งเกิดเจ็บท้องจะคลอดลูก ขบวนจึงหยุดพักรอที่เชิงภู แม่ช้างคลอดลูกเป็นพลายตัวงาม และวิ่งเล่นซุกซนตามประสาลูกช้าง จนแตกตื่นไปทั้งกระบวน ลูกช้างจึงวิ่งเตลิดเข้าไปในถ้ำ

หมอควาญจุดไต้เข้าไปตามหาแต่ก็ไม่พบเจอ เนื่องจากภายในถ้ำมีพื้นที่ต่างระดับกัน อีกทั้งหินงอก หินย้อยจำนวนมาก ก็เป็นม่านพรางเอาไว้ ลูกช้างจึงหายเข้าไปในถ้ำ จึงเรียก ถ้ำช้างหายตั้งแต่นั้นมา

 

แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์

มื้อเที่ยงเราได้ไปลิ้มรสอาหารพื้นเมืองรสชาติแบบใต้จัดจ้าน ตกแต่งมาสไตล์ฟิวชั่นที่ “กะช่องฮิลล์” ซึ่งต้อนรับเราด้วยน้ำส้มคั้น และเสาวรสปั่นดับร้อนตอนเที่ยงได้เป็นอย่างดี แถมสดชื่นสุดๆ

จากนั้นอาหารที่สั่งก็เริ่มทยอยมาเสิร์ฟ ยำปลากะพงสมุนไพรที่กินเล่นก็ได้กินกับข้าวก็ดี เหมือนแกงคั่วปูใบชะพลูกินกับเส้นหมี่ลงตัวสุดๆ มีอีกหลายเมนูที่ไม่คุ้นเคยอย่างหมูผัดกะปิหยวกกล้วย เป็ดทอดกรอบราดซอสโรยหน้าด้วยเงาะ ตบท้ายด้วยอาหารฝรั่งอีกหลายเมนู อิ่มกันถ้วนหน้า

 

แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์

ห้องอาหารที่นี่มีหลายส่วน ด้านในตกแต่งเรียบง่าย มีหน้าต่างบานยาวรอบด้าน เปิดรับลมได้อย่างดี ซึ่งมีโซนชงกาแฟที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่ว  มีการจัดแต่งโชว์ตัวกาแฟและเครื่องชงให้ได้เห็นชัดเจน

ซึ่งกาแฟที่นี่เป็นกาแฟสูตรพิเศษของทางร้านที่คัดสรรเมล็ดกาแฟคุณภาพดี มีความเข้ม และหอม ถูกปากถูกใจคอกาแฟ ซึ่งที่นี่เป็นต้นกำเนิดของกาแฟโรบัสต้าภาคใต้ที่มีชื่อเสียง คือกาแฟเขาช่อง

ส่วนโซนข้างนอกก็จัดไว้เป็นอย่างดีใต้ร่มไม้ใหญ่ที่ลดหลั่นลงไปตามไหล่เขา มองเห็นวิวที่เต็มไปด้วยสีเขียวของต้นไม้ และก็มีบางส่วนจัดเป็นตาข่ายที่ให้เด็กๆ ได้นั่งเล่นอย่างสนุกสนาน

ส่วนอีกโซนที่เราสนใจก็คือด้านหน้าแถวที่จอดรถมีซุ้มปลูกผักอินทรีย์ที่จะนำมาใช้ประกอบอาหารภายในร้าน ซึ่งก็มีหลากหลายชนิด

 

แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์

นอกจากนี้ที่นี่ยังมีห้องพักที่ทำอยู่หลายโซนซึ่งเราได้ชมโซนห้องพัก Sanaa ที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ซึ่งมีเพียงไม่กี่หลัง แยกออกเป็นส่วนตัวมีระเบียงด้านหน้าและที่นั่งตาข่ายให้ได้นั่งเล่นชมวิวเพลินๆ ปนหวาดเสียวเล็กน้อย

ส่วนด้านในห้องก็กว้างขวางสำหรับสองคนและมีเครื่องอำนวนความสะดวกครบครัน แต่ส่วนห้องน้ำนั้นจะแยกอยู่ส่วนนอกซึ่งก็อยู๋ไม่ไกล

 

แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์

ที่นี่ยังมีอีกโซนที่เราต้องไปดูซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาเล็กๆ ตรงหน้าช่องลมจากอ่าวไทยพัดผ่านไปยังอันดามัน เรียกว่า “กะช่อง” ทำให้สามารถสัมผัสโอโซนที่ผ่านป่าที่สมบูรณ์ที่สุดก่อนใคร

แม้ว่าช่วงเวลานี้จะเป็นช่วงที่แดดทั้งร้อนและแรง แต่วิวที่เราเห็นโดยรอบเต็มไปด้วยสีเขียวของต้นไม้หลากหลายชนิด ตัดได้ดีกับสีม่วงของดอกเอนอ้า จนทำให้ลืมร้อนไปชั่วขณะ

ยามเช้าจากจุดนี้เราสามารถชมความสวยงามของธรรมชาติและเทือกเขาบรรทัดที่มีเมฆหมอกลอยตัดกับภูเขาได้อย่างลงตัว ถ้าสายๆ ใครอยากปั่นจักรยานออกกำลังกายและชมธรรมชาติตามทางไปเรื่อยๆ จนถึงน้ำตกกะช่องก็ได้ ระยะทางไม่ไกล 

ซึ่งทางเข้าน้ำตก ในสมัยอดีตนั้นมีต้นกาแฟเยอะมาก ทำให้มีเม็ดกาแฟหล่นลงพื้นมากมายเช่นกันจนทำให้เราเหยียบเท้าลงไม่ถึงพื้นดิน และวันนี้ “กะช่องฮิลล์กำลังทำให้ตำนานแห่งกาแฟ ตำนานแห่งเขาช่อง กลับมาอีกครั้ง”

 

แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์

ช่วงบ่ายเราได้แวะไปสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ คือ ประตูสู่อันดามัน หรือตรังอันดามันเกตเวย์ อยู่บนทางหลวงหมายเลข 4 บนเขาพับผ้า เมื่อลงรถเราก็ได้เห็นประติมากรรมช้างยืนเกาะกันเป็นแถวตรงต้นไม้ที่มีรูปปั้นนกเงือกอยู่ด้านบน

เนื้อที่ประมาณ 25 ไร่นี้ยังมีประติมากรรมที่น่าสนใจอีกหลายอย่างที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองตรัง ทั้งตุ๊กตุ๊กหัวกบ พะยูนฝูงสุดท้ายที่อาศัยอยู่บริเวณเกาะลิบง เงาะป่าซาไก พร้อมข้อมูลแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของจังหวัดฝั่งทะเลอันดามันอีกด้วย

ซึ่งจุดนี้มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมและพักผ่อนอยู่เรื่อยๆ โดยยังมีเหลืออีกหลายจุดที่กำลังก่อสร้างอยู่

 

แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์

ยังพอมีเวลาเหลือก่อนไปขึ้นรถกลับกรุงเทพ เราก็เลยแวะร้าน Kuanito Patisserie  เป็นร้านเล็กๆ ที่ต้องไปลึกหน่อย แต่คนก็เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ที่นี่มีเมนูเครปเค้ก หลายรสให้เลือก ลายตาไปหมด

สั่งกันไม่ยั้งเลย ทั้งเครปมะม่วงที่ราดซอสกับชิ้นมะม่วงจนล้น เครปชาโครมะพร้าวอ่อนกับไอศกรีมเข้ากันได้ดี ส่วนเครปโรลสตอเบอร์รี่ที่นำแป้งเครปมาม้วนเป็นโรล ใส้ข้างในเต็มไปด้วยผลไม้ รวมทั้งมีวางเพิ่มรอบๆ จานอีกด้วย เมนูนี้ไม่สั่งไม่ได้จริงๆ เพราะสีสันในจานหลากหลายมาก พอทุกเมนูถูกเสิร์ฟมาจนครบที่สั่งรวมทั้งน้ำ เราก็ใช้เวลาไม่นานจัดการกับทุกเมนูจนเกลี้ยง

บรรยากาศของร้านตกแต่งสบายๆ หลายแบบ แบ่งเป็นหลายๆ ห้อง ที่มีทั้งโซนข้างใน (ติดแอร์) และโซนนั่งชมบรรยากาศข้างนอก มีโต๊ะเล็กให้นั่งสวีทสำหรับสองคน หรือถ้ามาเป็นกลุ่มก็มีโต๊ะใหญ่ให้ได้เฮฮา

 

แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์

และแล้วก็ถึงเวลาที่เราต้องอำลาจากเมืองตรังแล้วจริงๆ ซึ่งเรามาถึงบขส.เมืองตรังทันเวลาก่อนรถที่จะออกนิดหน่อย แค่เดินขึ้นไปบนรถเห็นเบาะแล้วยิ้มออกทุกคนเลยนะ “รถ ม.4 ก” เบาะกว้าง มีที่ยืดขาสบายๆ ไม่เบียดเกินไป แค่นี้เพียงเราก็ชอบแล้ว

พอรถออกได้สักพักก็แจกของว่างและน้ำให้กินรองท้องก่อนที่จะแวะพักรถระหว่างทางเพื่อกินมื้อเย็นที่จัดมาเต็มครบทุกรสชาติ ขึ้นรถหลับสบายตลอดทางจนถึงกรุงเทพเลย

 

แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์

     มิใช่แค่ปลายทาง

เพราะความสนุกเกิดขึ้นได้ทุกที่เมื่อมีเพื่อนไปทริปด้วย เพราะเราจะลุย ท้าแดด ท้าลมกันไปแสดงความเป็นเด็กในตัวออกมา เต็มที่กับทุกสิ่งที่เจอ ลุยกันไป ทำให้มิตรภาพเหนียวแน่นยิ่งขึ้น และระหว่างทางก็พบกับมิตรภาพใหม่ที่ทำให้เรารู้ว่าการเดินทางมันได้อะไรมากจริงๆ

 

แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์

     เก็บตก

มันเป็นทริปที่ “สุ” (หนึ่งในสมาชิกในทริป) น่าจะมีความสุขสุดๆ เป็นสาวเจ้าเนื้อที่ลุยได้ทุกสถานการณ์ เป็นตัวของตัวเองสุดๆ ซึ่งทำให้พวกเราหัวเราะกันได้ตลอด และที่ยิ่งทำให้ สุ ดีใจสุดๆ ก็น่าจะเป็น สุ ได้พบพ่อที่ไม่ได้มีสายเลือดเดียวกัน เลย ส่วนวันที่ไปทะเล สุ นี่ยิ้มแกล้มปริกับการได้เจอหนุ่มๆ ที่หลกหลายเชื้อชาติ ลัลลาสุดๆ

 

แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง...ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์

ทริปนี้เป็นอีกทริปที่คนไปไม่มาก แต่วุ่นวายมากเวลาถ่ายรูป ไม่ว่าไปที่ใดก็จะต้องเผื่อเวลาถ่ายรูปไว้โดยเฉพาะ ส่วนอุปกรณ์นั้นไม่ต้องพูดถึงจัดมาเต็ม ทั้งถ่ายวิว ถ่ายตัวเอง ถ่ายทะเล หรือพระอาทิตย์ตก พื้นที่กว้างหามุมใครมุมมันได้อย่างลงตัว

แต่ถ้าเมื่อใดต้องรวมตัวกันถ่ายรูปของกินบอกเลยว่าอยู่ตรงไหนก็ต้องถ่ายให้ได้และต้องเร็วมากในการถ่ายไม่งั้นหน้าตาอาหารจะเปลี่ยนไปในทันที ช่วงเวลาที่เราถ่ายรูปนั้นทุกคนจะจริงจังมาก แต่เราไม่เคยทะเลาะกันเรื่องนี้ ขำใส่กันซะมากกว่ากับการพยายามถ่ายรูปในแบบตนเองของแต่ละคน

อยากรู้ว่ามันชุลมุนขนาดไหนก็แค่ออกเดินทางด้วยกัน จะรู้เลยว่าความสุขมันหาได้ไม่ยากแค่มีเพื่อนร่วมทางๆ ดีดี แม้ว่าบางทริปเราจะพาไปเหนื่อยหน่อย แต่เชื่อเถอะเราอยากให้ทุกคนรู้ว่าการเดินทางไม่ใช่แค่ไปสนุกอย่างเดียวเท่านั้น

 

อาสาเที่ยว ขอขอบคุณ

  • การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานตรัง
  • ชาวบ้านบ้านน้ำราบ
  • วิทยากรทุกท่าน
  • เพื่อนร่วมเดินทางทุกๆคน

ติอตามข้อมูลกิจกรรมของ อาสาเที่ยว เพิ่มเติมได้ที่ facebook fanpage อาสาเที่ยว

Comments

comments

2 Replies to “แบ็คแพ็คเที่ยวตรัง…ไม่เสียเที่ยว #อาสาเที่ยว เที่ยวด้วยใจอนุรักษ์”

  1. ตังยังมีที่เที่ยวอีกมากมาย รอต้อนรับนักท่องเที่ยวอยู่นะคะ

  2. ต้องไปอีกแน่นอนครับ ตรัง เมืองสงบ ทะเลสวย ผู้คนน่ารัก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น